กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการเฝ้าระวังและควบคุมโรคไม่ติดต่อ รพ.สต.น้ำขาว

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการเฝ้าระวังและควบคุมโรคไม่ติดต่อ รพ.สต.น้ำขาว
รหัสโครงการ
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ อาสาสมัครสาธารณสุข หมู่ที่ 3
วันที่อนุมัติ 30 มีนาคม 2564
ปี 2564
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 มีนาคม 2564 - 31 ธันวาคม 2564
งบประมาณ 22,245.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลน้ำขาว อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา
ประเด็น
แผนงานโรคเรื้อรัง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
  1. ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ขนาด 13.68
  2. ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ขนาด 3.42
  3. จำนวนผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ขนาด 35.00
  4. จำนวนผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งอวัยวะต่างๆ ขนาด 15.00
  5. จำนวนผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงหรือเบาหวาน ขนาด 301.00
  6. จำนวนหมู่บ้านต้นแบบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ขนาด 1.00

จากสภาพสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้สภาพปัญหาทางสุขภาพเปลี่ยนไปด้วย ปัจจุบันแนวโน้มปัญหาสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้นจากสาเหตุโรคไม่ติดต่อ ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานโรคหัวใจและหลอดเลือดโรคเหล่านี้เป็นปัญหาที่สำคัญระดับประเทศและระดับโลกซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นสถานการณ์โรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่า ในปี 2552 ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีจำนวน 108 ล้านคน เพิ่มขึ้นเป็น 422 ล้านคน ในปี 2557 มีผู้เสียชีวิตจากโรคเบาหวาน 1.5 ล้านคน นอกจากนี้ ยังพบว่าประชากรทั่วโลกที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ป่วยด้วยโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 4.7 เป็นร้อยละ 8.5 หรือเมื่อเปรียบเทียบแล้ว พบว่า ปัจจุบันประชากรวัยผู้ใหญ่ 1 ใน 11 คนป่วยเป็นโรคเบาหวาน ส่วนในประเทศไทย จากรายงานของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พบว่า อัตราตายด้วยโรคเบาหวานต่อประชากรแสนคน ในภาพรวมของประเทศในปี 2556 - 2558 เท่ากับ 14.93, 17.53 และ 17.83 ตามลำดับ เห็นได้ว่า อัตราการตายด้วยโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นทุกปี และจากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย โดยการตรวจร่างกายในประชากรไทย อายุ 15 ปีขึ้นไป ครั้งที่ 3, 4 และ 5 (ปี 2547, 2552 และ 2557) พบว่า ความชุกของโรคเบาหวาน ของครั้งที่ 3 ร้อยละ 7 ใกล้เคียงกับครั้งที่ 4 ร้อยละ 6.9 ส่วนครั้งที่ 5 เพิ่มสูงขึ้นเป็นร้อยละ 8.8 (คิดเป็น 4.8 ล้านคน)นอกจากนี้ ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ปี 2551 ยังพบว่าประเทศไทยมีค่าใช้จ่ายผู้ป่วยนอกในการรักษาพยาบาลโรคเบาหวานเฉลี่ย 1,172 บาทต่อราย ส่วนผู้ป่วยในค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเฉลี่ย 10,217 บาทต่อราย รวมค่ารักษาพยาบาลทั้งสิ้น 3,984 ล้านบาทต่อปี หากคนไทยป่วยด้วยโรคเบาหวาน รวม 3 ล้านคนต่อปี มารับบริการที่สถานพยาบาล จะต้องเสียค่ารักษาพยาบาลทั้งสิ้นประมาณ 47,596 ล้านบาทต่อปี (http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?)การที่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทำให้ประเทศชาติสูญเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา ดังนั้นการส่งเสริมสุขภาพให้ประชาชนไม่เป็นโรคเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเพราะจะทำให้ประชาชนสุขภาพชีวิตที่ดีและไม่สูญเสียงบประมาณในการดูแลการเจ็บป่วยแนวทางการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานจึงเป็นทางเลือกที่ดีการป้องกันและควบคุมโรคสามารถกระทำได้ทั้งการส่งเสริมสุขภาพด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในระดับบุคคลครอบครัวและชุมชน

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อคัดกรองคัดกรองเบาหวาน ความดันโลหิตสูงในประชากรกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป
  2. เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3 อ. 2 ส.ในกลุ่มเสี่ยงจากการคัดกรอง
  3. เพื่อติดตามและส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มที่ป่วยด้วยโรคเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง
  4. เพื่อติดตามประชากรกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงหรือเบาหวานที่เข้ารับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3อ 2ส
  5. เพื่อเพิ่มจำนวนหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. กิจกรรมรณรงค์ตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
  2. กิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยง
  3. การส่งเสริมการจัดกิจกรรมหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
  4. กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพผู้ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงหรือเบาหวาน
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.ประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงหรือเบาหวานไม่ป่วยเป็นโรคเรื้อรัง 2.ประชาชนที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงหรือเบาหวานสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตหรือน้ำตาลในเลือดได้ดี เพื่อป้องกันการเกิดภ่าวะแทรกซ้อน 3.