กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

แบบการวิเคราะห์และการสังเคราะห์ปัจจัยกำหนดความสำเร็จของโครงการ

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับคน กลุ่มคน เครือข่าย (เช่น มีความรู้ มีทักษะ มีความชำนาญ มีศักยภาพและขีดความสามารถเพิ่มขึ้น)

การเปลี่ยนแปลงทั้งที่คาดการณ์ไว้และไม่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้ารายละเอียดหลักฐานแนวทางการพัฒนาต่อ

การเปลี่ยนแปลงที่คาดการณ์ไว้ กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมอบรม มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเพิ่มมากขึ้น คิดเป็นร้อยละ ๘๐ ของผู้ที่เข้าร่วมอบรมทั้งหมด ระบบการเฝ้าระวังและดูแลโรคที่เป็นปัญหาสุขภาพของชุมชน และสามารถจัดการด้านสุขภาพในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาสุขภาพประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้คาดการณืไว้ล่วงหน้า ผู้เข้าร่วมโครงการมีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อตัวบุคคลเนื่องจากติดภาระกิจ และมีบางคนติดเชื้อโควิดจึงไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้

สำหรับในพื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งนุ้ยได้จัดโครงการดังกล่าวต่อเนื่องทุกปี ตั้งแต่ ปี ๒๕๖๐ – ๒๕๖๒ มีจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ ๑๑๗, ๑๒๐, และ ๑๒๘ ตามลำดับ และปัจจุบันมีอาสาสมัครแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว ( อสค. ) แล้วทั้งสิ้น จำนวน ๓๖๕ หลังคาเรือน จากจำนวน ๑,๙๙๓ หลังคาเรือน คิดเป็นร้อยละ ๑๘.๓๑ ( ข้อมูลจำนวนหลังคาเรือน ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ จากทะเบียนราษฎร์ที่ว่าการอำเภอควนกาหลง)

 

ควรจัดทำโครงการต่อเนื่องจนได้ แกนนำสาธารณสุขประจำหมู่บ้านครอบคลุมเป้าหมายทุกหลังคาเรือน ทุกหมู่บ้านทั้ง 7 หมู่บ้าน

การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อผลสัมฤทธิ์ของโครงการ (เช่น เกิดนโยบาย เกิดข้อตกลงชุมชน เกิดมาตรการทางสังคม)

การเปลี่ยนแปลงทั้งที่คาดการณ์ไว้และไม่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้ารายละเอียดหลักฐานแนวทางการพัฒนาต่อ

การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อผลสัมฤทธิ์ของโครงการ ยังไม่เกิดเป็นนโยบายสาธารณะ แต่เกิดข้อตกลงในกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน  คนที่จะสมัครเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน จะต้องผ่านการอบรมแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว และจากสภาวะการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโคโรน่าไวรัส ทำให้ไม่สามารถจัดทำโครงการตามแผนของปีงบประมาณ 2564 ได้

กระทรวงสาธารณสุขมีระบบการสร้างความรู้ในชุมชน เพื่อให้คนมีความรู้เรื่องสุขภาพสามารถดูแลสุขภาพของประชาชนในระดับชุมชนได้เป็นอย่างดี ด้วยการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในรูปแบบอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ส่วนในระดับครอบครัว ซึ่งเป็นแกนกลางของสังคมที่เป็นรากฐานสำคัญยิ่งต่อการดำรงชีวิต หากมีการสร้างเครือข่ายความรู้ด้านสุขภาพต่อยอดจากชุมชนเข้าสู่ครัวเรือน จะทำให้ประชาชนมีความรู้และทักษะในการ วิเคราะห์และจัดการปัจจัยเสี่ยงภัยสุขภาพ สามารถดูแลสุขภาพคนในครอบครัวตนเองได้ ครอบครัวเป็นกลุ่มบุคคล ที่มีความผูกพันและใช้ชีวิตร่วมกันมีปฏิสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกัน ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ ญาติ พี่น้อง ซึ่งแต่ละคนจะมีพฤติกรรมสุขภาพที่แตกต่างกัน มีปัญหาด้าน สุขภาพที่อาจจะเหมือนกันหรือต่างกันแล้วแต่สุขภาวะของแต่ละบุคคล การที่จะทำให้ครอบครัวนั้นๆมีสุขภาพดี มีชีวิตยืนยาว และสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุขนั้น จะต้องได้รับการดูแล แนะนำ ส่งเสริม ป้องกัน จัดการความเสี่ยงและภัยสุขภาพ ไม่ให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพขึ้น หากมีผู้ป่วยหรือผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงในครอบครัว ต้องได้รับการดูแล ซึ่งบุคคลที่ดีและ เหมาะสมที่สุดก็คือ สมาชิกในครอบครัวนั้นๆ

 

ผลักดันโครงการดังกล่าวให้เป็นนโยบายสาธารณสุข หรือข้อตกลงของชุมชน ส่งเสริมให้ทุกครอบครัวจะต้องมีผู้ที่ผ่านโครงการ อบรมเชิงปฏิบัติการสร้างเครือข่ายแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว(อสค.)

 

 

 

 

การเปลี่ยนกลไก และกระบวนการในชุมชนที่เอื้อต่อผลสัมฤทธิ์ของโครงการ (เช่น เกิดกลุ่ม ชมรม เครือข่าย เกิดกระบวนการเรียนรู้ เกิดกระบวนการมีส่วนร่วม)

การเปลี่ยนแปลงทั้งที่คาดการณ์ไว้และไม่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้ารายละเอียดหลักฐานแนวทางการพัฒนาต่อ

การเปลี่ยนแปลงกลไก และการมีกระบวนการในชุมชนที่เอื้อต่อผลสัมฤทธิ์ของโครงการ มีการร่วมกลุ่มระหว่างผู้เข้าร่วมโครงการกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ( หมอประจำหมู่ ) ออกเยี่ยมบ้านผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง เพื่อให้กำลังใจและแนะนำการดูแลผู้ป่วยอย่างเหมาะสม

ดำเนินการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการสร้างเครือข่ายอาสาสมัครประจำครอบครัว (อสค.) ด้วยการนำลูก หลาน ญาติ พี่น้องหรือสมาชิกในครอบครัว รวมถึงเพื่อนบ้านหรือบุคคลที่ครอบครัว ไว้วางใจ ให้มาเป็นผู้ดูแลสุขภาพของครอบครัว นำมายกระดับ ปรับทัศนคติ และเพิ่มเติมความรู้ร่วมกับการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้มากขึ้น เพื่อนำบุคลากรเหล่านั้นมาเป็นพลังและ  เป็นเครือข่ายเข้าสู่ครัวเรือน ให้มีคนรู้ วิธีในการดูแลสุขภาพคนในครอบครัวได้ โดยการเรียนรู้จากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จิตอาสา และการเรียนรู้ด้วยตนเอง

 

สร้างแนวร่วมภาคีเครือข่ายเพื่อออกเยี่ยมบ้านผู้ด้อยโอกาศทางสังคม ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง (โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง, โรคหัวใจและหลอดเลือด, โรคไตวายเรื้อรัง, โรคหลอดเลือดสมอง, โรคอ้วน, โรคมะเร็ง, และโรคเบาหวาน)