กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

stars
แบบรายงานการดำเนินงานฉบับสมบูรณ์
รายงานฉบับสมบูรณ์


โครงการ
" ธรรมชาติ สุขภาพ บำบัด "
ตำบลบ้านนา อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง



หัวหน้าโครงการ
ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ




ชื่อโครงการ ธรรมชาติ สุขภาพ บำบัด

ที่อยู่ ตำบลบ้านนา อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง จังหวัด พัทลุง

รหัสโครงการ 60-L3360-3-10

ระยะเวลาดำเนินงาน ตั้งแต่ 8 กันยายน 2560 ถึง 8 กันยายน 2560

กิตติกรรมประกาศ

"ธรรมชาติ สุขภาพ บำบัด จังหวัดพัทลุง" สำเร็จได้ด้วยดี ด้วยความร่วมมือจาก สมาชิกในชุมชน ตำบลบ้านนา อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง

คณะทำงานโครงการฯ ขอขอบคุณ กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลร่มเมือง ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการฯ รวมทั้ง ภาคีเครือข่ายที่สำคัญระดับพื้นที่ ที่ให้การสนับสนุน ช่วยเหลือ ชี้แนะ สุดท้ายขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องที่มิได้ระบุชื่อไว้ในที่นี้ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้มีความยั่งยืนในพื้นที่ต่อไป

คณะทำงานโครงการ
ธรรมชาติ สุขภาพ บำบัด


บทคัดย่อ

โครงการ " ธรรมชาติ สุขภาพ บำบัด " ดำเนินการในพื้นที่ ตำบลบ้านนา อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง รหัสโครงการ 60-L3360-3-10 ระยะเวลาการดำเนินงาน 8 กันยายน 2560 - 8 กันยายน 2560 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจำนวน 30,000.00 บาท จาก กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลร่มเมือง เพื่อใช้ในการดำเนินกิจกรรมโครงการ หลังจากสิ้นสุดระยะเวลาโครงการ ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานปรากฏดังนี้

โครงการนี้ยังไม่มีการเขียนหรือแก้ไขบทคัดย่อ

หมายเหตุ : รายละเอียดของบทสรุปคัดย่อการดำเนินงาน ให้ผู้รับผิดชอบโครงการเป็นผู้เขียนสรุปภาพรวมของโครงการใน "ผลลัพธ์โครงการ"


สารบัญ

กิตติกรรมประกาศ »
บทคัดย่อ »
   ความเป็นมา/หลักการเหตุผล »
   วัตถุประสงค์โครงการ »
   กิจกรรม/การดำเนินงาน »
   กลุ่มเป้าหมาย »
   ผลลัพธ์ที่ได้ »
   การประเมินผล »
   ปัญหาและอุปสรรค »
   ข้อเสนอแนะ »
   เอกสารประกอบอื่นๆ »

ความเป็นมา/หลักการเหตุผล

หลักประกันสุขภาพหมายถึงคุณภาพของร่างกายที่ประกันว่ามีคุณภาพดี โดยกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมอบหมายให้องค์กรของรัฐร่วมกับภาคประชาชนดูแลสุขภาพของคนทุกเพศทุกวัยให้มีสุขภาพกายและสุขภาพใจในระดับดีไม่ตกเกณฑ์การเข้าถึงการบริการหากมีโรคภัยเบียดเบียนไม่ว่าโรคติดต่อหรือโรคไม่ติดต่อ กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติก็ได้กำหนดการรักษาเยียวยาไว้แล้วณสถานพยาบาลของรัฐที่ประชาชนไทยทุกคนต้องได้รับบริการส่วนด้านการป้องกันมิให้โรคภัยเบียดเบียนกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติก็กำหนดให้กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่นนำไปบริการประชาชนโดยทั่วถึงกันทั้งประเทศตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดเพื่อป้องกันความเสี่ยงการใช้จ่ายงบประมาณผิดประเภทและป้องกันการทุจริต เทศบาลตำบลร่มเมืองเป็นท้องถิ่นที่ขานรับการมอบหมายภารกิจดังกล่าวจึงขอเสนอโครงการธรรมชาติสุขภาพบำบัด เพื่อให้บริการประชาชนวัยผู้สูงอายุที่ยังสามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้ร่วมทำกิจกรรมเพื่อดูแลสุขภาพกายสุขภาพใจนอกสถานที่ภูมิลำเนาเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพิ่มพูนประสบการณ์การดำรงชีวิตอยู่กับธรรมชาติอย่างลงตัวไม่ต้องปรุงแต่งให้เพี้ยนไปจากวิถีชีวิตมากนักแม้ว่าโลกดิจิตอลปัจจุบันจะเปลี่ยนไปมากก็ตามทั้งนี้เพื่อดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจให้แก่ผู้สูงอายุในเขตเทศบาลตำบลร่มเมืองให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเป็นผู้สูงอายุต้นแบบที่มีความสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่นต่อไป

วัตถุประสงค์โครงการ

  1. เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ วิถีชีวิตมิติสุขภาพคนตำบลบ้านนา อ.ศรีนครินทร์
  2. เพื่อเรียนรู้วิธีฟื้นฟูสุขภาพกายสุขภาพใจ ด้วยวิธีบำบัดธรรมชาติ
  3. เพื่อเสริมสร้าง กระตุ้น การดูแลสุขภาพของตนเอง
  4. เพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมด้านสุขภาวะในวัยผู้สูงอายุ

กิจกรรม/การดำเนินงาน

  1. เรียนรู้วิถีธรรมชาติเพื่อสุขภาพ

กลุ่มเป้าหมาย

กลุ่มเป้าหมายจำนวนที่วางไว้
กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน
กลุ่มวัยทำงาน
กลุ่มผู้สูงอายุ 80
กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  1. ผู้สูงอายุได้รับความรู้ในการเสริมสร้างสุขภาวะที่เหมาะสมตามวัย
  2. ผู้สูงอายุได้ทำกิจกรรมเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ธรรมชาติกับการบำบัดและประยุกต์ใช้ได้
  3. ผู้สูงอายุได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

ส่วนที่ 1 ผลการดำเนินงาน

วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
ผลลัพธ์และตัวชี้วัดผลลัพธ์**
กิจกรรมของโครงการ
ผลผลิต*
ผลผลิตที่ตั้งไว้ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง

1. เรียนรู้วิถีธรรมชาติเพื่อสุขภาพ

วันที่ 23 พฤษภาคม 2561

กิจกรรมที่ทำ

ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุตำบลร่มเมือง  ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมตาม  โครงการธรรมชาติ  สุขภาพบำบัด  โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลร่มเมือง  จำนวน  30,000 บาท  โดยมีเป้าหมายคือผู้สูงอายุ  จำนวน  80  คน  มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1. เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้  วิถีชีวิตมิติสุขภาพ
2. เพื่อเรียนรู้วิธีฟื้นฟูสุขภาพกายสุขภาพใจ  ด้วยวิธีบำบัดธรรมชาติ 3. เพื่อเสริมสร้าง กระตุ้น การดูแลรักษาสุขภาพของตนเอง 4. เพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมด้านสุขภาวะในวัยผู้สูงอายุ

ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้  มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม  จำนวน  89  คน  โดยเดินทางตามหมายกำหนดการ  ดังนี้ เวลา กิจกรรม ๐๗.๓๐ น. ลงทะเบียน  ณ  สำนักงานเทศบาลตำบลร่มเมือง ๐๘.๐๐ น. รถเคลื่อนออกจาก ทต.ร่มเมือง  เส้นทางถนนท่านช่วย – ทุ่งนาชี  แยกขวาไปยัง สมหวังไสแกระ  ไปน้ำตกเขาคราม  ชมปลาหวด  เข้าสู่  การเรียนรู้  ฐานที่ 1  มัจฉาบำบัด 10.00 น. รับประทานอาหารว่าง 10.15 น. ออกจากน้ำตกเขาคราม  ไปสายน้ำมีชีวิตบ้านขาม  เข้าสู่  การเรียนรู้  ฐานที่ 2  วารีบำบัด ๑1.3๐ น. รับประทานอาหารกลางวัน  ณ  สายน้ำมีชีวิตบ้านขาม
๑2.๓๐น. ออกจากสายน้ำมีชีวิตบ้านขาม  ไปยัง  โรงคั่วกาแฟบ้านวงศ์  ต.บ้านนา  เข้าสู่  การเรียนรู้ ฐานที่ 3  กลิ่นบำบัด ๑๒.๐๐ น. - รับประทานอาหารกลางวัน (จากข้าวห่อที่ทุกท่านนำไปเอง) ที่วัดเขียนบางแก้ว ๑4.0๐ น. ออกจากโรงคั่วกาแฟบ้างวงศ์  ต.บ้านนา  ไปยังอุทยานประวัติศาสตร์ถังแดง  ต.ลำสินธุ์
รำลึกความทรงจำ  และถอดบทเรียน  ฐานความรู้  ทั้ง  3  ฐาน ๑4.๓๐ น. รับประทานอาหารว่าง 14.45 น. นำเสนอและรายงานผลการเรียนรู้ ๑๖.0๐ น. เดินทางกลับเทศบาลตำบลร่มเมือง

ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

ฐานที่ 1  มัจฉาบำบัดโดยปลาหวด  ณ น้ำตกเขาคราม  มีวิทยากร  คือ  นายคำน้อย  หนูแสง  ซึ่งน้ำตกเขาคราม อยู่ในท้องที่หมู่ที่ ๑๐ ตำบลบ้านนา อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง เป็นน้ำตกที่มีความสวยงาม อีกแห่งหนึ่ง มีลักษณะเป็นแหล่งน้ำซับขนาดใหญ่และไหลลดหลั่นลงมาเป็นแอ่งน้ำ มีความสวยงามมาก  และที่น้ำตกเขาคราม  มีการอนุรักษ์ปลาหวดไว้เป็นจำนวนมาก  ปลาหวด หรือ ปลาพลวง  หรือชาวบ้านเรียกว่าปลาภูเขานั้น เป็นปลามีรสชาติอร่อย โดยเฉพาะหากนำไปแกงเหลือง (แกงส้ม) แกงเผ็ดนั้นจะอร่อยมาก โดยปลาหวดในช่วงหน้าฝนจะมีไข่ทุกๆ ตัว บางแห่งก็นำพุงปลาไปทำเป็นแกงไตปลา ซึ่งความอร่อยก็ไม่แพ้แกงเหลือง (แกงส้ม)  สำหรับปลาหวด (ปลาพลวง) หรือปลาภูเขานั้น เป็นปลาที่อาศัยอยู่ในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด สำหรับในพื้นที่ จ.พัทลุง นั้น มีการจัดทำเขตอนุรักษ์ ไม่ให้ผู้ใดเข้ามาจับปลาดังกล่าว จำนวน 4 แห่ง คือ พื้นที่บริเวณน้ำตกไพรวัลย์ น้ำตกโตปากราง อ.กงหรา และพื้นที่บริเวณน้ำตกเขาคราม น้ำตกโตนแพรทอง อ.ศรีนครินทร์ โดยฝูงปลาดังกล่าวจะอาศัยอยู่ในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัดเพียงแห่งเดียวเท่านั้น  และเมื่อผู้สูงอายุตำบลร่มเมืองได้เข้ามาสัมผัสกับธรรมชาติ  ได้นั่งหย่อนเท้าลงในน้ำตก  ก็จะมีปลาเข้ามาตอดที่เท้า  เป็นการตอดเอาผิวหนังที่เสียออกไป  และกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทใต้ฝ่าเท้า  กระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต  ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกสดชื่น  เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศวิถีธรรมชาติ  ที่มีอากาศบริสุทธิ์  มีสายน้ำไหล  สงบ  ร่มรื่น  ผู้สูงอายุมีความรู้สึกผ่อนคลาย  สบายใจ

ฐานที่ 2  วารีบำบัด  โดยการเหยียบทรายอ่อนนวดฝ่าเท้า  และแกว่งน้ำในน้ำ  ณ  สายน้ำมีชีวิตบ้านขาม  มีวิทยากร  คือ  นายนิกร  มีบุญเอียด  ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน  ได้เล่าว่า  ธรรมชาติท่ามกลางป่าเขา  เป็นที่ซ่อนตัวของคลองบ้านขามใน ต.ลำสินธุ์ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง ที่รับน้ำมาจากป่าต้นน้ำเทือกเขาบรรทัด ปัจจุบันเป็นชุมชนท่องเที่ยว 1 ใน 10 ของแหล่งท่องเที่ยวแปลกใหม่ของจังหวัดชายฝั่งทะเลอ่าวไทย มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนจำนวนมาก  จุดเด่นของคลองบ้านขามคือ น้ำใสสะอาด ทรายขาว มีฝูงปลาจำนวนมาก น้ำไม่ลึก เด็กๆ และผู้สูงอายุ  เล่นน้ำได้อย่างปลอดภัย มีฐานผจญภัย เช่น โหนเชือก ไต่เชือก รวมทั้งกองดินเหนียวริมคลองขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ที่ชาวบ้านเรียกกันว่าสไลเดอร์บ้านขาม ก็เป็นอีกของเล่นยอดนิยม  ซึ่งที่สายน้ำมีชีวิตบ้านขามแห่งนี้  จะมีการไหลของน้ำนำพาทรายอ่อนมาอยู่เป็นจำนวนมาก  เมื่อผู้สูงอายุตำบลร่มเมือง  ได้เดินเท้าเปล่าลงไปในน้ำ  ได้เหยียบทรายอ่อนก็จะรู้สึกผ่อนคลาย  สบายเท้า  และยังมีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ  สามารถนั่งแกว่งเท้าในน้ำคลอง  เพื่อเป็นการผ่อนคลาย  บำบัดจิตใจได้ดีอีกด้วย

ฐานที่ 3  กลิ่นบำบัด  ณ  โรงคั่วกาแฟบ้านป่า  ซึ่งตั้งอยู่ตำบลบ้านนา อำเภอศรีนครินทร์ ขับรถตรงมาจากพัทลุงมุ่งหน้าสู่จังหวัดตรัง จะอยู่ซ้ายมือ เข้าซอยมาทางเดียวกันกับบ้านหน้าเกาะบลิสฟูล รีสอร์ท ทางเข้าจะมีป้ายบอกตลอดทาง  ที่นี่ผู้สูงอายุจะได้ทำการทดลองคั่วเมล็ดกาแฟโรบัสต้าด้วยตนเอง  และได้สูดดมกลิ่นจากการคั่วเมล็ดกาแฟสด  จะทำให้รู้สึกสดชื่น  มีอารมณ์ดี  รู้สึกผ่อนคลาย  เป็นการใช้กลิ่นกาแฟคั่วสดในการบำบัดจิต  อีกทั้งการดื่มกาแฟยังมีประโยชน์มากมายดังนี้ 1. ลดความเสี่ยงเป็นโรคนิ่ว           ผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ปี 2002 เผยว่า ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟ 4 แก้วต่อวัน จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดีลดลงประมาณ 25% เช่นเดียวกับผลการวิจัยก่อนหน้านี้ที่บอกว่า ผู้ชายที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดีได้ด้วย 2. กาแฟช่วยลดความเครียด
        คนที่ดื่มกาแฟประมาณ 2-3 แก้วต่อวัน จะลดความเครียดได้ประมาณ 15 % แต่หากดื่มกาแฟ 4 แก้วต่อวัน จะสามารถลดความเครียดได้ถึง 20% เลยทีเดียว 3. ช่วยกระตุ้นความจำ
          ผลการวิจัยจากภาครังสีวิทยาของอเมริกาเหนือกล่าวว่า หากดื่มกาแฟ 2 แก้วต่อวัน จะสามารถพัฒนาความจำ และปฏิกิริยาตอบโต้ได้ดีขึ้น สอดคล้องกับการวิจัยของอีกสถาบันหนึ่งที่บอกว่า ผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป หากดื่มกาแฟมากกว่า 3 แก้วต่อวัน จะมีความจำที่ดีขึ้นกว่าคนที่ไม่ได้ดื่มกาแฟ หรือดื่มกาแฟน้อยกว่านี้           ส่วนมหาวิทยาลัยเซาท์ฟรอริด้าก็เผยว่า คนอายุล่วงเข้าวัยกลางคน ควรดื่มกาแฟประมาณ 4-5 แก้วต่อวัน เพื่อเพิ่มระดับฮอร์โมน GCSF สารที่ช่วยลดความเสี่ยงเป็นอัลไซเมอร์ด้วย 4. รอดจากโรคเบาหวานชนิดที่ 2
          จากการศึกษาของภาคการเกษตรและเคมีอาหารของสหรัฐอเมริกา ทำให้ทราบว่า นักดื่มกาแฟตัวยง จะมีโอกาสรอดพ้นจากโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ประมาณ 50% เนื่องจากคาเฟอีนมีคุณสมบัติช่วยยับยั้ง hIAPP และโพลีเปปไทด์ ตัวการก่อให้เกิดโปรตีนผิดปกติ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 นั่นเอง 5. ลดความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง
          มีผลการวิจัยหลายชิ้นที่ยืนยันว่า การดื่มกาแฟวันละ 2-5 แก้วต่อวัน จะช่วยลดความเสี่ยงเกิดเซลล์มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งตับได้ด้วย โดยประสิทธิภาพของคาเฟอีน จะช่วยยับยั้งการเกิดเซลล์ผิดปกติ และกำจัดสารพิษที่ร่างกายได้รับได้ในระดับหนึ่ง 6. กระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญ
          มีผลการวิจัยหลายชิ้นที่บอกว่า คาเฟอีนช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเมตาบอลิซึม และอาจจะทำให้น้ำหนักคุณลดลงได้ แต่ล่าสุดผลการวิจัยเมื่อปี 2006 เพิ่งจะได้ข้อสรุปว่า คาเฟอีนในเมล็ดกาแฟสดคั่วบด มีผลกับการลดน้ำหนักในผู้หญิงได้จริง และสามารถลดน้ำหนักเฉลี่ยได้ 7.7 กิโลกรัมภายใน 22 สัปดาห์ 7. ลดความเสี่ยงเป็นโรคพาคินสัน
          สถาบันการแพทย์อเมริกันได้ทำการวิจัยและพบว่า คาเฟอีนในกาแฟมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลดความเสี่ยงเป็นโรคพาคินสัน โดยผู้ที่ดื่มกาแฟวันละ 2-3 แก้วเป็นประจำทุกวัน จะช่วยลดโอกาสเกิดโรคพาคินสันได้ถึง 25%
8. ปลุกความตื่นตัวได้ในทันที           คาเฟอีนมีคุณสมบัติไม่ต่างจากสารกระตุ้นดี ๆ ชนิดหนึ่ง ที่สามารถปลุกความตื่นตัวให้กับร่างกายที่อ่อนล้า หรืออ่อนเพลียได้ในระยะเวลาสั้น ๆ ยืนยันด้วยการทดลองกับนักกีฬากลุ่มหนึ่ง ซึ่งได้ดื่มกาแฟระหว่างที่ฝึกซ้อม และพบว่า นักกีฬากลุ่มที่ดื่มกาแฟจะสามารถฝึกซ้อมกีฬาได้นานขึ้น เรียกได้ว่ามีความอึดมากกว่าเดิมนั่นเอง โดยความคึกคักที่เกิดขึ้นจะมีระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 9. ลดโอกาสเป็นโรคเกาต์
          สำหรับคนที่กลัวจะเสี่ยงเป็นโรคเกาต์ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป แนะนำให้ดื่มกาแฟประมาณ 3-6 แก้วต่อวันอย่างต่อเนื่อง เพราะผลการวิจัยจากสถาบันสุขภาพแห่งหนึ่งยืนยันแล้วว่า คาเฟอีนมีส่วนช่วยบรรเทาการอักเสบของข้อ เนื่องมาจากกรดยูริกที่เกินขนาดอย่างได้ผล และคนที่ดื่มกาแฟ 6 แก้วต่อวัน ก็จะช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคเกาต์ได้ถึง 60% แต่อย่างไรก็ดี เพื่อสุขภาพ ก็ควรดื่มกาแฟที่มีส่วนผสมของน้ำตาล นม และครีมเทียมน้อย ๆ เพื่อลดความเสี่ยงปัญหาสุขภาพด้านอื่น ๆ และที่สำคัญอย่าลืมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการ

 

80 0

* ผลผลิต หมายถึง ผลที่เกิดขึ้นเชิงปริมาณจากการทำกิจกรรม เช่น จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม จำนวนผู้ผ่านการอบรม จำนวนครัวเรือนที่ปลูกผักสวนครัว เป็นต้น
** ผลลัพธ์ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่การแก้ปัญหา เช่น หลังอบรมมีผู้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจำนวนกี่คน มีข้อบังคับหรือมาตรการของชุมชนที่นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือสภาพแวดล้อม เป็นต้น ทั้งนี้ต้องมีข้อมูลอ้างอิงประกอบการรายงาน เช่น ข้อมูลรายชื่อแกนนำ , แบบสรุปการประเมินความรู้ , รูปภาพกิจกรรมพร้อมคำอธิบายใต้ภาพ เป็นต้น


ส่วนที่ 2 ประเมินความพึงพอใจต่อความสำเร็จและปัญหาอุปสรรคในการดำเนินโครงการในภาพรวม

ผลการดำเนินโครงการ

สรุปผลการดำเนินโครงการ

ผลการดำเนินโครงการ/กิจกรรม:
บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
บรรลุตามวัตถุประสงค์บางส่วนของโครงการ
ไม่บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ

สรุปผลการดำเนินงาน โครงการธรรมชาติ  สุขภาพบำบัด วันที่  8 กันยายน 2560 ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุตำบลร่มเมือง  ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมตาม  โครงการธรรมชาติ  สุขภาพบำบัด  โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลร่มเมือง  จำนวน  30,000 บาท  โดยมีเป้าหมายคือผู้สูงอายุ  จำนวน  80  คน  มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1. เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้  วิถีชีวิตมิติสุขภาพ
2. เพื่อเรียนรู้วิธีฟื้นฟูสุขภาพกายสุขภาพใจ  ด้วยวิธีบำบัดธรรมชาติ 3. เพื่อเสริมสร้าง กระตุ้น การดูแลรักษาสุขภาพของตนเอง 4. เพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมด้านสุขภาวะในวัยผู้สูงอายุ ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้  มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม  จำนวน  89  คน  โดยเดินทางตามหมายกำหนดการ  ดังนี้ เวลา กิจกรรม ๐๗.๓๐ น. ลงทะเบียน  ณ  สำนักงานเทศบาลตำบลร่มเมือง ๐๘.๐๐ น. รถเคลื่อนออกจาก ทต.ร่มเมือง  เส้นทางถนนท่านช่วย – ทุ่งนาชี  แยกขวาไปยัง สมหวังไสแกระ  ไปน้ำตกเขาคราม  ชมปลาหวด  เข้าสู่  การเรียนรู้  ฐานที่ 1  มัจฉาบำบัด 10.00 น. รับประทานอาหารว่าง 10.15 น. ออกจากน้ำตกเขาคราม  ไปสายน้ำมีชีวิตบ้านขาม  เข้าสู่  การเรียนรู้  ฐานที่ 2  วารีบำบัด ๑1.3๐ น. รับประทานอาหารกลางวัน  ณ  สายน้ำมีชีวิตบ้านขาม
๑2.๓๐น. ออกจากสายน้ำมีชีวิตบ้านขาม  ไปยัง  โรงคั่วกาแฟบ้านวงศ์  ต.บ้านนา  เข้าสู่  การเรียนรู้ ฐานที่ 3  กลิ่นบำบัด ๑๒.๐๐ น. - รับประทานอาหารกลางวัน (จากข้าวห่อที่ทุกท่านนำไปเอง) ที่วัดเขียนบางแก้ว ๑4.0๐ น. ออกจากโรงคั่วกาแฟบ้างวงศ์  ต.บ้านนา  ไปยังอุทยานประวัติศาสตร์ถังแดง  ต.ลำสินธุ์
รำลึกความทรงจำ  และถอดบทเรียน  ฐานความรู้  ทั้ง  3  ฐาน ๑4.๓๐ น. รับประทานอาหารว่าง 14.45 น. นำเสนอและรายงานผลการเรียนรู้ ๑๖.0๐ น. เดินทางกลับเทศบาลตำบลร่มเมือง

รายละเอียดการสรุปกิจกรรมแต่ละฐานความรู้&nbsp; ทั้ง&nbsp; 3 ฐาน&nbsp;    <br />

ฐานที่ 1  มัจฉาบำบัดโดยปลาหวด  ณ น้ำตกเขาคราม  มีวิทยากร  คือ  นายคำน้อย  หนูแสง  ซึ่งน้ำตกเขาคราม อยู่ในท้องที่หมู่ที่ ๑๐ ตำบลบ้านนา อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง เป็นน้ำตกที่มีความสวยงาม อีกแห่งหนึ่ง มีลักษณะเป็นแหล่งน้ำซับขนาดใหญ่และไหลลดหลั่นลงมาเป็นแอ่งน้ำ มีความสวยงามมาก  และที่น้ำตกเขาคราม  มีการอนุรักษ์ปลาหวดไว้เป็นจำนวนมาก  ปลาหวด หรือ ปลาพลวง  หรือชาวบ้านเรียกว่าปลาภูเขานั้น เป็นปลามีรสชาติอร่อย โดยเฉพาะหากนำไปแกงเหลือง (แกงส้ม) แกงเผ็ดนั้นจะอร่อยมาก โดยปลาหวดในช่วงหน้าฝนจะมีไข่ทุกๆ ตัว บางแห่งก็นำพุงปลาไปทำเป็นแกงไตปลา ซึ่งความอร่อยก็ไม่แพ้แกงเหลือง (แกงส้ม)  สำหรับปลาหวด (ปลาพลวง) หรือปลาภูเขานั้น เป็นปลาที่อาศัยอยู่ในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด สำหรับในพื้นที่ จ.พัทลุง นั้น มีการจัดทำเขตอนุรักษ์ ไม่ให้ผู้ใดเข้ามาจับปลาดังกล่าว จำนวน 4 แห่ง คือ พื้นที่บริเวณน้ำตกไพรวัลย์ น้ำตกโตปากราง อ.กงหรา และพื้นที่บริเวณน้ำตกเขาคราม น้ำตกโตนแพรทอง อ.ศรีนครินทร์ โดยฝูงปลาดังกล่าวจะอาศัยอยู่ในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัดเพียงแห่งเดียวเท่านั้น  และเมื่อผู้สูงอายุตำบลร่มเมืองได้เข้ามาสัมผัสกับธรรมชาติ  ได้นั่งหย่อนเท้าลงในน้ำตก  ก็จะมีปลาเข้ามาตอดที่เท้า  เป็นการตอดเอาผิวหนังที่เสียออกไป  และกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทใต้ฝ่าเท้า  กระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต  ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกสดชื่น  เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศวิถีธรรมชาติ  ที่มีอากาศบริสุทธิ์  มีสายน้ำไหล  สงบ  ร่มรื่น  ผู้สูงอายุมีความรู้สึกผ่อนคลาย  สบายใจ

ฐานที่ 2  วารีบำบัด  โดยการเหยียบทรายอ่อนนวดฝ่าเท้า  และแกว่งน้ำในน้ำ  ณ  สายน้ำมีชีวิตบ้านขาม  มีวิทยากร  คือ  นายนิกร  มีบุญเอียด  ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน  ได้เล่าว่า  ธรรมชาติท่ามกลางป่าเขา  เป็นที่ซ่อนตัวของคลองบ้านขามใน ต.ลำสินธุ์ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง ที่รับน้ำมาจากป่าต้นน้ำเทือกเขาบรรทัด ปัจจุบันเป็นชุมชนท่องเที่ยว 1 ใน 10 ของแหล่งท่องเที่ยวแปลกใหม่ของจังหวัดชายฝั่งทะเลอ่าวไทย มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนจำนวนมาก  จุดเด่นของคลองบ้านขามคือ น้ำใสสะอาด ทรายขาว มีฝูงปลาจำนวนมาก น้ำไม่ลึก เด็กๆ และผู้สูงอายุ  เล่นน้ำได้อย่างปลอดภัย มีฐานผจญภัย เช่น โหนเชือก ไต่เชือก รวมทั้งกองดินเหนียวริมคลองขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ที่ชาวบ้านเรียกกันว่าสไลเดอร์บ้านขาม ก็เป็นอีกของเล่นยอดนิยม  ซึ่งที่สายน้ำมีชีวิตบ้านขามแห่งนี้  จะมีการไหลของน้ำนำพาทรายอ่อนมาอยู่เป็นจำนวนมาก  เมื่อผู้สูงอายุตำบลร่มเมือง  ได้เดินเท้าเปล่าลงไปในน้ำ  ได้เหยียบทรายอ่อนก็จะรู้สึกผ่อนคลาย  สบายเท้า  และยังมีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ  สามารถนั่งแกว่งเท้าในน้ำคลอง  เพื่อเป็นการผ่อนคลาย  บำบัดจิตใจได้ดีอีกด้วย

ฐานที่ 3  กลิ่นบำบัด  ณ  โรงคั่วกาแฟบ้านป่า  ซึ่งตั้งอยู่ตำบลบ้านนา อำเภอศรีนครินทร์ ขับรถตรงมาจากพัทลุงมุ่งหน้าสู่จังหวัดตรัง จะอยู่ซ้ายมือ เข้าซอยมาทางเดียวกันกับบ้านหน้าเกาะบลิสฟูล รีสอร์ท ทางเข้าจะมีป้ายบอกตลอดทาง  ที่นี่ผู้สูงอายุจะได้ทำการทดลองคั่วเมล็ดกาแฟโรบัสต้าด้วยตนเอง  และได้สูดดมกลิ่นจากการคั่วเมล็ดกาแฟสด  จะทำให้รู้สึกสดชื่น  มีอารมณ์ดี  รู้สึกผ่อนคลาย  เป็นการใช้กลิ่นกาแฟคั่วสดในการบำบัดจิต  อีกทั้งการดื่มกาแฟยังมีประโยชน์มากมายดังนี้ 1. ลดความเสี่ยงเป็นโรคนิ่ว           ผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ปี 2002 เผยว่า ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟ 4 แก้วต่อวัน จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดีลดลงประมาณ 25% เช่นเดียวกับผลการวิจัยก่อนหน้านี้ที่บอกว่า ผู้ชายที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดีได้ด้วย 2. กาแฟช่วยลดความเครียด
        คนที่ดื่มกาแฟประมาณ 2-3 แก้วต่อวัน จะลดความเครียดได้ประมาณ 15 % แต่หากดื่มกาแฟ 4 แก้วต่อวัน จะสามารถลดความเครียดได้ถึง 20% เลยทีเดียว 3. ช่วยกระตุ้นความจำ
          ผลการวิจัยจากภาครังสีวิทยาของอเมริกาเหนือกล่าวว่า หากดื่มกาแฟ 2 แก้วต่อวัน จะสามารถพัฒนาความจำ และปฏิกิริยาตอบโต้ได้ดีขึ้น สอดคล้องกับการวิจัยของอีกสถาบันหนึ่งที่บอกว่า ผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป หากดื่มกาแฟมากกว่า 3 แก้วต่อวัน จะมีความจำที่ดีขึ้นกว่าคนที่ไม่ได้ดื่มกาแฟ หรือดื่มกาแฟน้อยกว่านี้           ส่วนมหาวิทยาลัยเซาท์ฟรอริด้าก็เผยว่า คนอายุล่วงเข้าวัยกลางคน ควรดื่มกาแฟประมาณ 4-5 แก้วต่อวัน เพื่อเพิ่มระดับฮอร์โมน GCSF สารที่ช่วยลดความเสี่ยงเป็นอัลไซเมอร์ด้วย 4. รอดจากโรคเบาหวานชนิดที่ 2
          จากการศึกษาของภาคการเกษตรและเคมีอาหารของสหรัฐอเมริกา ทำให้ทราบว่า นักดื่มกาแฟตัวยง จะมีโอกาสรอดพ้นจากโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ประมาณ 50% เนื่องจากคาเฟอีนมีคุณสมบัติช่วยยับยั้ง hIAPP และโพลีเปปไทด์ ตัวการก่อให้เกิดโปรตีนผิดปกติ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 นั่นเอง 5. ลดความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง
          มีผลการวิจัยหลายชิ้นที่ยืนยันว่า การดื่มกาแฟวันละ 2-5 แก้วต่อวัน จะช่วยลดความเสี่ยงเกิดเซลล์มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งตับได้ด้วย โดยประสิทธิภาพของคาเฟอีน จะช่วยยับยั้งการเกิดเซลล์ผิดปกติ และกำจัดสารพิษที่ร่างกายได้รับได้ในระดับหนึ่ง 6. กระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญ
          มีผลการวิจัยหลายชิ้นที่บอกว่า คาเฟอีนช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเมตาบอลิซึม และอาจจะทำให้น้ำหนักคุณลดลงได้ แต่ล่าสุดผลการวิจัยเมื่อปี 2006 เพิ่งจะได้ข้อสรุปว่า คาเฟอีนในเมล็ดกาแฟสดคั่วบด มีผลกับการลดน้ำหนักในผู้หญิงได้จริง และสามารถลดน้ำหนักเฉลี่ยได้ 7.7 กิโลกรัมภายใน 22 สัปดาห์ 7. ลดความเสี่ยงเป็นโรคพาคินสัน
          สถาบันการแพทย์อเมริกันได้ทำการวิจัยและพบว่า คาเฟอีนในกาแฟมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลดความเสี่ยงเป็นโรคพาคินสัน โดยผู้ที่ดื่มกาแฟวันละ 2-3 แก้วเป็นประจำทุกวัน จะช่วยลดโอกาสเกิดโรคพาคินสันได้ถึง 25%
8. ปลุกความตื่นตัวได้ในทันที           คาเฟอีนมีคุณสมบัติไม่ต่างจากสารกระตุ้นดี ๆ ชนิดหนึ่ง ที่สามารถปลุกความตื่นตัวให้กับร่างกายที่อ่อนล้า หรืออ่อนเพลียได้ในระยะเวลาสั้น ๆ ยืนยันด้วยการทดลองกับนักกีฬากลุ่มหนึ่ง ซึ่งได้ดื่มกาแฟระหว่างที่ฝึกซ้อม และพบว่า นักกีฬากลุ่มที่ดื่มกาแฟจะสามารถฝึกซ้อมกีฬาได้นานขึ้น เรียกได้ว่ามีความอึดมากกว่าเดิมนั่นเอง โดยความคึกคักที่เกิดขึ้นจะมีระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 9. ลดโอกาสเป็นโรคเกาต์
          สำหรับคนที่กลัวจะเสี่ยงเป็นโรคเกาต์ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป แนะนำให้ดื่มกาแฟประมาณ 3-6 แก้วต่อวันอย่างต่อเนื่อง เพราะผลการวิจัยจากสถาบันสุขภาพแห่งหนึ่งยืนยันแล้วว่า คาเฟอีนมีส่วนช่วยบรรเทาการอักเสบของข้อ เนื่องมาจากกรดยูริกที่เกินขนาดอย่างได้ผล และคนที่ดื่มกาแฟ 6 แก้วต่อวัน ก็จะช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคเกาต์ได้ถึง 60% แต่อย่างไรก็ดี เพื่อสุขภาพ ก็ควรดื่มกาแฟที่มีส่วนผสมของน้ำตาล นม และครีมเทียมน้อย ๆ เพื่อลดความเสี่ยงปัญหาสุขภาพด้านอื่น ๆ และที่สำคัญอย่าลืมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการ


สรุปรายการค่าใช้จ่าย  โครงการธรรมชาติ  สุขภาพบำบัด
1. ค่าสมนาคุณวิทยากร (ชม.ละ 500 บาท จำนวน 2 ชม.) x 3 คน จำนวน  3,000  บาท 2. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม (คนละ 25 บาท จำนวน 80 คน) x 2 ครั้ง จำนวน  4,000  บาท
3. ค่าอาหารกลางวัน (คนละ 100 บาท จำนวน 80 คน) จำนวน  8,000  บาท
4. ค่าป้ายประชาสัมพันธ์ จำนวน    500  บาท 5. ค่าจ้างเหมายานพาหนะ 3 คันๆ ละ 2,000 บาท จำนวน  6,000  บาท 6. ค่าชุดสาธิตสุขภาพจากสมุนไพร จำนวน  3,000  บาท 7. ค่าวัสดุอุปกรณ์  เช่น  กระเป๋าสำหรับผู้สูงอายุ จำนวน  5,600  บาท รวมทั้งสิ้น จำนวน  30,100  บาท

***************************************************




















ผลผลิตโครงการ

วัตถุประสงค์สถานการณ์เป้าหมายผลผลิตอธิบาย
1 เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ วิถีชีวิตมิติสุขภาพคนตำบลบ้านนา อ.ศรีนครินทร์
ตัวชี้วัด :

 

2 เพื่อเรียนรู้วิธีฟื้นฟูสุขภาพกายสุขภาพใจ ด้วยวิธีบำบัดธรรมชาติ
ตัวชี้วัด :

 

3 เพื่อเสริมสร้าง กระตุ้น การดูแลสุขภาพของตนเอง
ตัวชี้วัด :

 

4 เพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมด้านสุขภาวะในวัยผู้สูงอายุ
ตัวชี้วัด :

 

ผู้เข้าร่วมโครงการ

กลุ่มเป้าหมายจำนวนที่วางไว้(คน)จำนวนที่เข้าร่วม(คน)
จำนวนกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด 80
กลุ่มเป้าหมายจำนวนที่วางไว้(คน)จำนวนที่เข้าร่วม(คน)
กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน -
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน -
กลุ่มวัยทำงาน -
กลุ่มผู้สูงอายุ 80
กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด -
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง -
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ -
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง -
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)] -

บทคัดย่อ*

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ วิถีชีวิตมิติสุขภาพคนตำบลบ้านนา อ.ศรีนครินทร์ (2) เพื่อเรียนรู้วิธีฟื้นฟูสุขภาพกายสุขภาพใจ ด้วยวิธีบำบัดธรรมชาติ (3) เพื่อเสริมสร้าง กระตุ้น การดูแลสุขภาพของตนเอง (4) เพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมด้านสุขภาวะในวัยผู้สูงอายุ

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ (1) เรียนรู้วิถีธรรมชาติเพื่อสุขภาพ

ข้อเสนอแนะ ได้แก่ (1) ...

หมายเหตุ *

  • บทคัดย่อ จะนำไปใส่ในส่วนบทคัดย่อของรายงานฉบับสมบูรณ์
  • หากต้องการใช้ค่าเริ่มต้นของบทคัดย่อ ให้ลบข้อความในช่องบทคัดย่อ ทั้งหมด แล้วกดปุ่ม Refresh

ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ

ปัญหาและอุปสรรค

 

สาเหตุ

 

ข้อเสนอแนะ

 




ธรรมชาติ สุขภาพ บำบัด จังหวัด พัทลุง

รหัสโครงการ 60-L3360-3-10

ได้ดำเนินกิจกรรมตามที่เสนอไว้เสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว

................................
( ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ )
ผู้รับผิดชอบโครงการ
......./............/.......

vertical_align_topไปบนสุด