โครงการชุมชนเข้มแข็ง ร่วมแรงออกกำลังกาย ด้วยวิธีเต้นแอโรบิค ปีงบประมาณ 2565
โครงการชุมชนเข้มแข็ง ร่วมแรงออกกำลังกาย ด้วยวิธีเต้นแอโรบิค ปีงบประมาณ 2565
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการชุมชนเข้มแข็ง ร่วมแรงออกกำลังกาย ด้วยวิธีเต้นแอโรบิค ปีงบประมาณ 2565 | |
| รหัสโครงการ | L4054 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาคำ | |
| วันที่อนุมัติ | 7 กุมภาพันธ์ 2565 | |
| ปี | 2565 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มกราคม 2565 - 30 กันยายน 2565 | |
| งบประมาณ | 10,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางจงจิต สร้อยจักร | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลนาคำ อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร |
- ร้อยละของเด็กและวัยรุ่นอายุ 5-17 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน) ขนาด 52.17
- ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์) ขนาด 40.53
- ร้อยละของผู้สูงอายุ 65 ปี ขึ้นไป ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลาง อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์) ขนาด 48.64
- ร้อยละของการใช้ประโยชน์ของพื้นที่สาธารณะในการมีกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน ขนาด 56.55
- ร้อยละหน่วยงาน สถานประกอบการ ที่มีกิจกรรมส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายเช่น การออกกำลังกาย การมีการเคลื่อนไหวระหว่างการทำงาน ขนาด 58.33
ด้วยวิถีการดำเนินชีวิตของชาวชนบทมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมตามยุคสมัย ซึ่งเทคโนโลยีอำนวยความสะดวก เครื่องทุ่นแรงที่สะดวกสบายทันสมัย มีพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไปนั้น ทำให้ประชาชนออกแรงในการใชัชีวิต น้อยลง และออกกำลังกายเต็มรูปแบบน้อยลงมาก ซึ่งส่งผลให้มีผู้ป่วยโรคเรื้องรังเพิ่มมากขึ้น อาทิ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิต โรคมะเร็งต่างๆ โรคซึมเศร้า ภาวะเครียด หรือแม้แต่สภาวะอ้อนในช่วงวัย จากการเก็บข้อมูลระบบบริการสุขภาพระดับปฐม ปี 2564 จำนวน 6 หมู่บ้าน ตำบลนาคำ อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร พบว่า 1. เด็กและวัยรุ่นอายุ 5-17 ปี มีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ (เกณฑ์ออกกำลังกายระดับปานกลางถึงมากอย่างน้อย 60 นาทีต่อวันร้อยละ 60) 2. ผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี มีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ (เกณฑ์ออกกำลังกายระดับปานกลางถึงมากอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ร้อยละ 65) 3. ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป มีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ (เกณฑ์ออกกำลังกายระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ร้อยละ 50) 4. การใช้ประโยชน์ของพื้นที่สาธารณะในกิจกรรมทางกายของคนในชุมชนไม่ถึงเกณฑ์ร้อยละ 40 5. หน่วยงานสถานประกอบการมีกิจกรรมการส่งเสริมการออกกำลังกาย เช่น การออกกำลังกาย การมีการเคลื่อนไหวระหว่างทำงานไม่ถึงร้อยละ 35 ในกลุ่มประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไป จำนวน 939 คน ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง 230 คน คิดเป้นร้อยร้อยละ 22.49 ป่วยเป็นโรคเบาหวาน 85 คน คิดเป็นร้อยละ 9.05 และป่วยทั้งโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน 30 คน คิดเป็นร้อยละ 3.19 การออกกำลังกายแบบแอโรบิคแดนซ์เป้นการออกกำลังกายที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางทุกเพศทุกวัย ที่เป็นเช่นนี้เพราะเป็นการออกกำลังกายที่สนุกสนาน สามารถออกำลังกายได้ทุกสถานที่ ทำได้ไม่ยากนักขอให้มีเพียงเสียงหรือจังหวะประกอบการออกกำลังกายก็พอแล้ว ผู้ที่ทำให้การออกกำลังกายแอโรบิคแดนซ์เป็นที่นิยมแพร่หลายรูปแบบการออกกำลังเป็นที่น่าสนใจและสนุกสนาน โดยนำท่าออกกำลังกายและท่าเต้นรำมาเต้นให้เข้าจังหวะดนตรีแอโรบิกดานซ์ คือ การนำเอาท่าบริหารแบบต่างๆ มาบวกกับการเคลื่อนไหวพื้นฐาน บวกกับทักษะการเต้นรำ และนำมาผสมผสานกันอย่างกลมกลืนแล้วนำมาประกอบจังหวะหรือเสียงดนตรี เพื่อนำมาเป็นกิจกรรมการออกกำลังกาย จุดเด่นของการออกกำลังกายแบบแอโรบิกดานซ์ คือ มุ่งฝึกระบบการหายใจความสามารถในการจับออกซิเจนสูงสุด ซึ่งเป็นผลดีในการสร้างความอดทนให้ร่างกายอีกด้วย ประโยชน์ที่ได้รับอีกอย่างหนึ่ง คือ ทำให้รูปร่างและทรวดทรงดีขึ้น ส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมได้รับความสนุกสนาน ร่าเริง หายจากความตึงเครียด จุดมุ่งหมายสำคัญของการออกกำลังกายแบบแอโรบิกดานซ์อยู่ที่เน้นการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกาย ให้มีการเต้นอัตราการเต้นของชีพจรให้ให้ถึงเป้าหมาย คือ 70-80 % ของอัตราการเต้นชีพจรสูงสุด และต้องเต้นติดต่อกันประมาณ 25-30 นาที จึงจะช่วยพัฒนาสมรรถภาพทางร่างกายให้ดีขึ้น ควรจะเต้นประมาณสัปดาห์ละ 3 วัน ด้วยเหตุนี้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาคำจึงเห็นความสำคัญจัดทำโครงการชุมชนเข้มแข็งร่วมแรงออกกำลังกาด้วยวิธีแอโรบิค ประจำปีงบประมาณ 2565 ขึ้น
- เพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในเด็กและวัยรุ่น
- เพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในผู้ใหญ่
- เพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในผู้สูงอายุ
- เพิ่มพื้นที่สาธารณะที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน
- เพิ่มการมีกิจกรรมทางกายในสถานที่ทำงาน
- อบรมให้ความรู้การออกกำลังกายด้วยวิธีเต้นแอโรบิคและฝึกปฏิบัติ
- ออกกำลังกายด้วยแอโรบิค
- กิจกรรมติดตามผลการดำเนินการโครงการโดยวิธีวัดดัชนีมวลกาย/วัดเส้นรอบเอว
- ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงโดยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถลดอาการเจ็บป่วยจากโรตต่างๆ ได้
- ผู้ร่วมกิจกรรมใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์