โครงการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาทันตสาธารณสุขในนักเรียนประถมศึกษา
โครงการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาทันตสาธารณสุขในนักเรียนประถมศึกษา
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาทันตสาธารณสุขในนักเรียนประถมศึกษา | |
| รหัสโครงการ | ||
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตะแพน | |
| วันที่อนุมัติ | 1 มิถุนายน 2565 | |
| ปี | 2565 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มิถุนายน 2565 - 30 มิถุนายน 2565 | |
| งบประมาณ | 13,650.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | ||
| พื้นที่ดำเนินการ | จังหวัดพัทลุง |
โรคฟันผุเป็นโรคที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของเด็กหากเกิดโรคฟันผุจะทำให้เด็กไม่สามารถบดเคี้ยว อาหารได้ เชื้อโรคจะส่งผลให้เกิดอาการอักเสบ ปอดบวม อันจะส่งผลต่อสภาวะโภชนาการ การพัฒนาการด้าน การเรียนรู้ และพัฒนาการด้านบุคลิกภาพของเด็กเป็นอย่างมาก โรคฟันผุเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ โดยใช้ มาตรการการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ เช่น การใช้ฟลูออไรด์การใช้สารเคลือบหลุมร่องฟัน การแปรงฟัน นอกจากนี้การพัฒนาการของโฆษณาขนมที่มีรสหวาน ซึ่งมีการผลิตในรูปแบบที่หลากหลาย ความเจริญ ทางการโฆษณามากขึ้น ส่งผลให้มีการบริโภคขนมหวานซึ่งมีส่วนประกอบของแป้งและน้ำตาลสูง ซึ่งเป็นสาเหตุ หนึ่งที่ทำให้เกิดโรคฟันผุง่ายขึ้น จากการสำรวจสภาวะการเกิดโรคฟันผุในโรงเรียนวัดตะแพน ปี พ.ศ. 2564 พบว่าเด็กมีฟันแท้ผุร้อยละ 5.99 มีอัตราเหงือกอักเสบ 25 คน คิดเป็นร้อยละ14.97 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตะแพน ได้เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าวจึงจัดทำโครงการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาทันตสาธารณสุขในนักเรียนประถมศึกษา ในโรงเรียนวัดตะแพนขึ้น โดยร่วมมือกับทางโรงเรียนจัดทำโครงการและดำเนินกิจกรรมต่างๆเพื่อให้นักเรียนมี ความรู้มีทัศนคติ และการปฏิบัติในการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดีซึ่งจะเป็นปัจจัยที่จะสนับสนุน ให้เด็กนักเรียนมีสุขภาพที่สมบูรณ์ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจต่อไป
- เพื่อลดอัตราการเกิดโรคในช่องปากของกลุ่มเป้าหมาย
- ตรวจสุขภาพช่องปากเบื้องต้นให้การรักษาทันตกรรมโดย เจ้าหน้าที่ทันตสาธารณสุข ส่งต่อเข้ารับการรักษา ในรายที่ มีความผิดปกติ
- กิจกรรมให้ความรู้แก่กลุ่มเป้าหมายในการดูแลสุขภาพช่อง ปากที่ถูกต้อง / การแปรงฟัน ที่ถูกวิธีและมอบอุปกรณ์เพื่อการสาธิตการแปรงฟัน
1.กลุ่มเป้าหมายได้รับความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพช่องปากไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
2.กลุ่มเป้าหมายได้รับอุปกรณ์เพื่อสาธิตการแปรงฟันทุกราย
3.กลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากโดยเจ้าหน้าที่ทันตสาธารณสุขไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
4.ผู้ที่มีความผิดปกติทางทันตสาธารณสุขได้รับการรักษาและดูแลอย่างต่อเนื่อง
5.อัตราการการเกิดปัญหาทันตสาธารณสุขในกลุ่มเป้าหมายไม่เกินร้อยละ 10