กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

stars
แบบรายงานการดำเนินงานฉบับสมบูรณ์
รายงานฉบับสมบูรณ์


โครงการ
" โครงการเยี่ยมบ้านเพื่อส่งเสริมทันตสุขภาพแก่มารดาและทารกหลังคลอด ปี 2561 "
ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง



หัวหน้าโครงการ
นางจิราพร ขวัญทอง




ชื่อโครงการ โครงการเยี่ยมบ้านเพื่อส่งเสริมทันตสุขภาพแก่มารดาและทารกหลังคลอด ปี 2561

ที่อยู่ ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง จังหวัด ตรัง

รหัสโครงการ 2561-L6896-1-01

ระยะเวลาดำเนินงาน ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2560 ถึง 30 กันยายน 2561

กิตติกรรมประกาศ

"โครงการเยี่ยมบ้านเพื่อส่งเสริมทันตสุขภาพแก่มารดาและทารกหลังคลอด ปี 2561 จังหวัดตรัง" สำเร็จได้ด้วยดี ด้วยความร่วมมือจาก สมาชิกในชุมชน ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง

คณะทำงานโครงการฯ ขอขอบคุณ กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลนครตรัง ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการฯ รวมทั้ง ภาคีเครือข่ายที่สำคัญระดับพื้นที่ ที่ให้การสนับสนุน ช่วยเหลือ ชี้แนะ สุดท้ายขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องที่มิได้ระบุชื่อไว้ในที่นี้ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้มีความยั่งยืนในพื้นที่ต่อไป

คณะทำงานโครงการ
โครงการเยี่ยมบ้านเพื่อส่งเสริมทันตสุขภาพแก่มารดาและทารกหลังคลอด ปี 2561


บทคัดย่อ

โครงการ " โครงการเยี่ยมบ้านเพื่อส่งเสริมทันตสุขภาพแก่มารดาและทารกหลังคลอด ปี 2561 " ดำเนินการในพื้นที่ ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง รหัสโครงการ 2561-L6896-1-01 ระยะเวลาการดำเนินงาน 1 พฤศจิกายน 2560 - 30 กันยายน 2561 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจำนวน 10,500.00 บาท จาก กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลนครตรัง เพื่อใช้ในการดำเนินกิจกรรมโครงการ หลังจากสิ้นสุดระยะเวลาโครงการ ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานปรากฏดังนี้

โครงการนี้ยังไม่มีการเขียนหรือแก้ไขบทคัดย่อ

หมายเหตุ : รายละเอียดของบทสรุปคัดย่อการดำเนินงาน ให้ผู้รับผิดชอบโครงการเป็นผู้เขียนสรุปภาพรวมของโครงการใน "ผลลัพธ์โครงการ"


สารบัญ

กิตติกรรมประกาศ »
บทคัดย่อ »
   ความเป็นมา/หลักการเหตุผล »
   วัตถุประสงค์โครงการ »
   กิจกรรม/การดำเนินงาน »
   กลุ่มเป้าหมาย »
   ผลลัพธ์ที่ได้ »
   การประเมินผล »
   ปัญหาและอุปสรรค »
   ข้อเสนอแนะ »
   เอกสารประกอบอื่นๆ »

ความเป็นมา/หลักการเหตุผล

สุขภาพช่องปากเป็นส่วนหนึ่งของการมีสุขภาพดี ช่วยเสริมคุณภาพชีวิต เพราะปัญหาสุขภาพช่องปาก จะส่งผลต่อระบบอื่นๆของร่างกาย ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องดูแลสุขภาพช่องปากให้สมบูรณ์ ซึ่งในปัจจุบันแนวคิดการดูแลช่องปาก มิใช่การกำจัดโรคอย่างเดียวเท่านั้น แต่จะต้องดูแลสุขภาพช่องปากให้ดีตั้งแต่แรกเริ่มและคงสภาพที่ดีไว้ นั่นคือ ให้ความสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคซึ่งดีกว่าการรักษาเพราะกระทำในสภาพปกติ ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานในการปวดฟัน ไม่ต้องยุ่งยาก ไม่เสียเวลาในการรักษา ไม่ต้องเสียเงินค่ารักษาและที่สำคัญคือไม่ต้องสูญเสียฟัน โรคฟันผุในฟันน้ำนมยังเป็นปัญหาที่พบมากในเด็กไทย โดยเฉพาะในเขตชนบท เด็กอายุ 3 ปีที่เพิ่งมีฟันขึ้นครบ 20 ซี่มีฟันผุแล้วถึงร้อยละ61 และเมื่ออายุ 5 ปีผุแล้วร้อยละ 80การรักษาฟันผุในเด็กเล็กทำได้ยากเนื่องจากเด็กมักไม่ค่อยให้ความร่วมมือในการรักษา การป้องกัน ฟันผุของเด็กปฐมวัยต้องดำเนินการในช่วงเด็กอายุ 0-2 ปี โรคฟันผุส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโต พัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กในระยะยาว ซึ่งสาเหตุที่เด็กเล็กมีสภาวะฟันน้ำนมผุสูงเกี่ยวข้องกับปัจจัยต่างๆได้แก่ พฤติกรรมการเลี้ยงดูเด็กที่ไม่ถูกต้อง เช่น การดูดนมขวดคาปากการปล่อยให้เด็กหลับคาขวดนมเป็นประจำ การไม่ดูดน้ำตามหลังดูดนม การทำความสะอาดช่องปากไม่สม่ำเสมอ นอกจากนี้ชนิดของนมมีผลต่อการเกิดฟันผุของเด็กวัยนี้เช่นกันสิ่งเหล่านี้นอกจากทำให้เด็กเกิดโรคฟันผุแล้วยังส่งผลทำให้เกิดสภาวะการเจ็บป่วยต่อระบบอื่นๆด้วยในร่างกาย ได้แก่ ภาวะโภชนาการ การเจริญเติบโต การพัฒนาการเรียนรู้และการพัฒนาบุคลิกภาพในเด็กเล็กฯลฯการเฝ้าระวังโดยการดูแลเด็กเป็นระยะอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้พบปัญหาเริ่มแรกและสามารถให้การป้องกันก่อนที่จะเกิดฟันผุได้ มาตรการทางวิชาการที่จะช่วยป้องกันการก่อตัวของเชื้อโรค และยังอาจหยุดหรือชะลอการเกิดฟันผุในระยะเริ่มแรกได้ ได้แก่ การแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ การทำความสะอาดช่องปากสม่ำเสมอและลดการบริโภคน้ำตาล การพัฒนาระบบเฝ้าระวังฟันผุในชุมชนและสร้างการมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กให้กับผู้ปกครองและชุมชน จะช่วยลดอัตราการเกิดฟันผุเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพดังนั้นเพื่อลดปัญหาการเกิดโรคในช่องปากของเด็กเล็กตั้งแต่เนิ่นๆ จึงควรมีการส่งเสริมสุขภาพช่องปากแก่มารดาหลังคลอดผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเด็ก เพื่อมุ่งเน้นที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอนามัย โดยเฉพาะพฤติกรรมการทำความสะอาดช่องปากและพฤติกรรมการบริโภคแก่เด็กเพื่อช่วยกันเสริมสร้างสุขภาพช่องปากที่ดีให้กับเด็กต่อไป งานบริการการแพทย์ ศูนย์บริการสาธารณสุข 3 เทศบาลนครตรังจึงจัดทำโครงการเยี่ยมบ้านเพื่อส่งเสริมทันตสุขภาพแก่มารดาและทารกหลังคลอด ประจำปี 2561 ขึ้น เพื่อเป็นช่องทางหนึ่งที่สำคัญในการส่งเสริมป้องกันโรคในช่องปากแก่มารดาหลังคลอดและทารก อีกทั้งยังเป็นโอกาสที่สามารถเข้าถึงผู้เลี้ยงดูเด็กโดยตรงซึ่งจะทำให้ลดการเกิดโรคในช่องปากส่งผลให้กลุ่มเป้าหมายมีสุขภาพช่องปากที่ดีต่อไป

วัตถุประสงค์โครงการ

  1. เพื่อให้มารดา-ทารกหลังคลอดที่พบได้รับการเยี่ยมบ้านมีความรู้ มีความเข้าใจการดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองและทารกได้อย่างถูกต้อง
  2. เพื่อให้มารดา-ทารกหลังคลอดที่พบทุกรายได้รับการสาธิต/คำแนะนำในการฝึกทักษะการทำความสะอาด ช่องปาก
  3. กิจกรรมการเยี่ยมมารดาและทารกหลังคลอดที่บ้าน ถือเป็นกิจกรรมที่จำเป็นและมีประโยชน์

กิจกรรม/การดำเนินงาน

กลุ่มเป้าหมาย

กลุ่มเป้าหมายจำนวนที่วางไว้
กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน
กลุ่มวัยทำงาน
กลุ่มผู้สูงอายุ
กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด 70
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑. มารดา-ทารกหลังคลอดที่พบทุกรายได้รับการเยี่ยมมีความรู้/มีความเข้าใจการดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองและของทารกหลังคลอดระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 85 ๒. มารดา-ทารกหลังคลอดที่พบทุกรายได้รับการสาธิต/คำแนะนำในการฝึกทักษะการทำความสะอาดช่องปาก คิดเป็นร้อยละ 100 ๓.มารดาหลังคลอดมีความพึงพอใจกับกิจกรรมเยี่ยมบ้านในระดับมาก ไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 90


ส่วนที่ 1 ผลการดำเนินงาน

วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
ผลลัพธ์และตัวชี้วัดผลลัพธ์**
กิจกรรมของโครงการ
ผลผลิต*
ผลผลิตที่ตั้งไว้ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง

1. เยี่ยมบ้านพร้อมสาธิตการสอนทำความสะอาดช่องปากแก่มารดาหลังคลอดและทารก

วันที่ 31 ตุลาคม 2560

กิจกรรมที่ทำ

เยี่ยมบ้านเพื่อการส่งเสริมสุขภาพช่องปากแก่มารดาและทารกหลังคลอด โดยมีการให้ทันตสุขศึกษาเพื่อให้มารดาหลังคลอด มีความรู้ ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพช่องปาก พร้อมได้มีสาธิตฝึกทักษะการทำความสะอาดช่องปากของมารดาหลังคลอดและทารก

ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

มารดาหลังคลอดและทารกในพื้นที่เขตรับผิดชอบที่พบได้รับการเยี่ยมบ้านเพื่อการส่งเสริมสุขภาพช่องปากแก่มารดาและทารกหลังคลอด โดยมีการให้ทันตสุขศึกษาเพื่อให้มารดาหลังคลอด มีความรู้ ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพช่องปาก พร้อมได้มีสาธิตฝึกทักษะการทำความสะอาดช่องปากของมารดาหลังคลอดและทารกและมอบชุดส่งเสริมสุขภาพช่องปาก  จำนวน 70 ราย สรุปรายละเอียดดังนี้ 1. มารดาและทารกหลังคลอดที่พบทุกรายได้รับการเยี่ยมบ้านมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพช่องปากมารดาและทารกหลังคลอดอยู่ในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 92.56 2. มารดาและทารกหลังคลอดที่พบทุกรายได้รับการสาธิต/คำแนะนำในการฝึกทักษะการทำความสะอาดช่องปาก คิดเป็นร้อยละ 100 3. มารดาหลังคลอดมีความพึงพอใจกับกิจกรรมการเยี่ยมบ้านเพื่อส่งเสริมสุขภาพช่องปาก ระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 97.14

 

70 0

* ผลผลิต หมายถึง ผลที่เกิดขึ้นเชิงปริมาณจากการทำกิจกรรม เช่น จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม จำนวนผู้ผ่านการอบรม จำนวนครัวเรือนที่ปลูกผักสวนครัว เป็นต้น
** ผลลัพธ์ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่การแก้ปัญหา เช่น หลังอบรมมีผู้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจำนวนกี่คน มีข้อบังคับหรือมาตรการของชุมชนที่นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือสภาพแวดล้อม เป็นต้น ทั้งนี้ต้องมีข้อมูลอ้างอิงประกอบการรายงาน เช่น ข้อมูลรายชื่อแกนนำ , แบบสรุปการประเมินความรู้ , รูปภาพกิจกรรมพร้อมคำอธิบายใต้ภาพ เป็นต้น


ส่วนที่ 2 ประเมินความพึงพอใจต่อความสำเร็จและปัญหาอุปสรรคในการดำเนินโครงการในภาพรวม

ผลการดำเนินโครงการ

สรุปผลการดำเนินโครงการ

ผลการดำเนินโครงการ/กิจกรรม:
บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
บรรลุตามวัตถุประสงค์บางส่วนของโครงการ
ไม่บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ

 

ผลผลิตโครงการ

วัตถุประสงค์สถานการณ์เป้าหมายผลผลิตอธิบาย
1 เพื่อให้มารดา-ทารกหลังคลอดที่พบได้รับการเยี่ยมบ้านมีความรู้ มีความเข้าใจการดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองและทารกได้อย่างถูกต้อง
ตัวชี้วัด : มารดา-ทารกหลังคลอดที่พบแล้วได้รับการเยี่ยมบ้าน มีความรู้มีความเข้าใจสามารถนำไปใช้ในการดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองและทารกได้มากขึ้น ระดับมาก ร้อยละ 85

 

2 เพื่อให้มารดา-ทารกหลังคลอดที่พบทุกรายได้รับการสาธิต/คำแนะนำในการฝึกทักษะการทำความสะอาด ช่องปาก
ตัวชี้วัด : ร้อยละ ๑๐๐ ของ มารดา-ทารกหลังคลอดที่พบ ทุกรายได้รับการสาธิต/คำแนะนำในการฝึกทักษะการทำความสะอาดช่องปาก

 

3 กิจกรรมการเยี่ยมมารดาและทารกหลังคลอดที่บ้าน ถือเป็นกิจกรรมที่จำเป็นและมีประโยชน์
ตัวชี้วัด : จากการแบบประเมินมารดาหลังคลอด มีความพึงพอใจกับกิจกรรมเยี่ยมบ้าน ในระดับมากไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 90

 

ผู้เข้าร่วมโครงการ

กลุ่มเป้าหมายจำนวนที่วางไว้(คน)จำนวนที่เข้าร่วม(คน)
จำนวนกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด 70
กลุ่มเป้าหมายจำนวนที่วางไว้(คน)จำนวนที่เข้าร่วม(คน)
กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน -
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน -
กลุ่มวัยทำงาน -
กลุ่มผู้สูงอายุ -
กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด 70
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง -
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ -
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง -
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)] -

บทคัดย่อ*

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อให้มารดา-ทารกหลังคลอดที่พบได้รับการเยี่ยมบ้านมีความรู้ มีความเข้าใจการดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองและทารกได้อย่างถูกต้อง (2) เพื่อให้มารดา-ทารกหลังคลอดที่พบทุกรายได้รับการสาธิต/คำแนะนำในการฝึกทักษะการทำความสะอาด ช่องปาก (3) กิจกรรมการเยี่ยมมารดาและทารกหลังคลอดที่บ้าน ถือเป็นกิจกรรมที่จำเป็นและมีประโยชน์

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่

ข้อเสนอแนะ ได้แก่ (1) ...

หมายเหตุ *

  • บทคัดย่อ จะนำไปใส่ในส่วนบทคัดย่อของรายงานฉบับสมบูรณ์
  • หากต้องการใช้ค่าเริ่มต้นของบทคัดย่อ ให้ลบข้อความในช่องบทคัดย่อ ทั้งหมด แล้วกดปุ่ม Refresh

ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ

ปัญหาและอุปสรรค

 

สาเหตุ

 

ข้อเสนอแนะ

 




โครงการเยี่ยมบ้านเพื่อส่งเสริมทันตสุขภาพแก่มารดาและทารกหลังคลอด ปี 2561 จังหวัด ตรัง

รหัสโครงการ 2561-L6896-1-01

ได้ดำเนินกิจกรรมตามที่เสนอไว้เสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว

................................
( นางจิราพร ขวัญทอง )
ผู้รับผิดชอบโครงการ
......./............/.......

vertical_align_topไปบนสุด