โครงการเด็กตำบลจะแหนสุขภาพดี ได้รับการตรวจคัดกรองภาวะโลหิตจาง และได้รับการตรวจพัฒนาการ ปี 2565 ”
โครงการเด็กตำบลจะแหนสุขภาพดี ได้รับการตรวจคัดกรองภาวะโลหิตจาง และได้รับการตรวจพัฒนาการ ปี 2565 ”
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการเด็กตำบลจะแหนสุขภาพดี ได้รับการตรวจคัดกรองภาวะโลหิตจาง และได้รับการตรวจพัฒนาการ ปี 2565 ” | |
| รหัสโครงการ | 13/2565 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ทีมแกนนำกลุ่มเด็กปฐมวัย | |
| วันที่อนุมัติ | 1 เมษายน 2565 | |
| ปี | 2565 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 15 มิถุนายน 2565 - 30 มิถุนายน 2565 | |
| งบประมาณ | 20,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายมะยือละ โก๊ะสาโยะ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | จังหวัดสงขลา |
สถานการณ์ปัญหาภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก เป็นปัญหาสาธารณสุขไทยที่สำคัญ โดยกองโภชนาการ กรมอนามัย พบความชุกโลหิตจางกลุ่มเด็กปฐมวัยอายุ 6 เดือน - 5 ปี ร้อยละ 25.9 กลุ่มเด็กวัยเรียนอายุ 6-8 ปี ร้อยละ 46.7 อายุ 9-11 ร้อยละ 25.4 อายุ 12-14 ปี ร้อยละ 15.7 และจากการสำรวจภาวะโภชนาการเด็กของเด็กไทยอายุ 6 เดือน - 12 ปีพ.ศ. 2553-2555 ภายใต้โครงการ South East Asia Nutrition Survey (SEANUTS) เด็กไทยกลุ่มเด็กปฐมวัย (6 เดือน - 3 ปี)พบความชุกโลหิตจางสูง ในเขตชนบทร้อยละ41.7 ในเขตเมืองร้อยละ 26 และจากการสำรวจโลหิตจางในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ พ.ศ.2547-2553 ของสำนักส่งเสริมสุขภาพกรมอนามัยพบว่าในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์มีแนวโน้มความชุกโลหิตจางสูงขึ้นพ.ศ. 2553 หญิงตั้งครรภ์มีความชุกโลหิตจางร้อยละ 18.4 และจากการรายงานสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 4 พ.ศ. 2551-2552 พบความชุกโลหิตจางในหญิงวัยเจริญพันธุ (อายุ 15-45 ปี)ร้อยละ 24.8 แนวโน้มความชุกโลหิตจางในกลุ่มผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 60 ปีมีแนวโน้มสูงขึ้นโดยพบความชุกโลหิตจางในกลุ่มผู้สูงอายุ 60-69 ปี ร้อยละ 34.5 กลุ่มผู้สูงอายุ 70-79 ปี ร้อยละ 48.4 และกลุ่มผู้สูงอายุมากกว่า 80 ปี ร้อยละ 60.7 ปีตามลำดับ โดยภาพรวมของสถานการณ์ปัญหาภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กของประเทศไทยมีผลกระทบต่อประชาชนไทยทุกกลุ่มวัย(เด็กปฐมวัย เด็กวัยเรียน หญิงวัยเจริญพันธุ์ หญิงตั้งครรภ์ และผู้สูงอายุ) ซึ่งจะมีผลต่อการพัฒนาศักยภาพของประชากรไทยต่อไป(สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข,คู่มือแนวทางการควบคุมและป้องกันโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก,2556 :6)ซึ่งภาวะโลหิตจาง จากการขาดธาตุเหล็ก คือ ภาวะที่ร่างกายมีการขาดหรือพร่องธาตุเหล็กซึ่ง ทำให้มีปริมาณธาตุเหล็กไม่เพียงพอ ที่จะนำไปสร้างเม็ดเลือดแดงได้เป็นผลให้ร่างกายมีจำนวนเม็ดเลือดแดงหรือความเข้มข้นของฮีโมโกลบินในเลือดต่ำกว่าปกติ โลหิตจางในเด็กมีสาเหตุหลักมาจาก 1) การรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กไม่พียงพอในขณะที่ร่างกายเด็กกำลังเจริญเติบโตจึงต้องการธาตุเหล็กมากขึ้น และ 2) สาเหตุจากการเสียเลือด อาจเกิดเฉียบพลัน เช่น เลือดออกจากแผลอุบัติเหตุต่างๆ หรือจากเลือดออกเรื้อรัง เช่น พยาธิปากขอ มีแผลในกระเพาะอาหาร และการเสียเลือดจากประจำเดือนในเด็กหญิงวัยเจริญพันธุ์ เป็นต้น ทั้งนี้ การขาด/พร่องธาตุเหล็กเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดที่ก่อ ให้เกิดโลหิตจางในเด็ก และเป็นภาวะที่พบบ่อยที่สุดของภาวะขาดสารอาหาร ธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบสำคัญของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง มีส่วนสำคัญในการป้องกันเชื้อโรค ดังนั้นการขาดธาตุเหล็กจึงส่งผลเสียต่อการทำงานด้านกายภาพ การสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันการเจ็บป่วย และพัฒนาการของสมองของเด็กก่อนวัยเรียน โดนเฉพาะเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ปีอีกทั้งส่งผลให้สูญเสียความสามารถในการเรียนรู้ตามศักยภาพอย่างถาวร ลดประสิทธิภาพในการเรียนของเด็กวัยเรียน และอาจมีความรุนแรงจนทำให้เสียชีวิตได้
จากความสำคัญของปัญหาดังกล่าวพบว่า จะเห็นได้ว่า พบความชุกโลหิตจางกลุ่มเด็กปฐมวัย ที่มาจากการขาดธาตุเหล็ก ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดแดงการเรียนรู้ ภูมิต้านทานโรคสมรรถภาพในการทำกิจกรรมต่างๆหากขาดเหล็กจะมีผลเสียต่อพัฒนาการและการเรียนรู้อย่างยิ่ง ทีมแกนนำกลุ่มเด็กปฐมวัยจึงได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาและจัดโครงการเด็กตำบลจะแหนสุขภาพดี ได้รับการตรวจคัดกรองภาวะโลหิตจาง และได้รับการตรวจพัฒนาการ ปี 2565 ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคัดกรองกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวและหากพบภาวะโลหิตจางและพัฒนาการล่าช้า ได้รับการติดตามและรักษาอย่างทันถ่วงที และเพื่อให้ผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจ และความตระหนักในเรื่องการส่งเสริมสุขภาพในกลุ่มเด็กปฐมวัย เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป
- ดำเนินตรวตคัดกรอง
- เด็กอายุ6 เดือน – 5 ปี ได้รับการคัดกรองโลหิตจาง และคัดกรองพัฒนาการ
- เด็กอายุ6 เดือน – 5 ปี ที่ได้รับการคัดกรองและพบภาวะโลหิตจาง ได้รับการรักษาติดตาม ส่งต่อ
- เด็กอายุ 6 เดือน – 5 ปี ได้รับยาน้ำเสริมธาตุเหล็ก