โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ป่วยโรคเบาหวานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต้นสน ตำบลโคกสัก อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุงปี 2565
โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ป่วยโรคเบาหวานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต้นสน ตำบลโคกสัก อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุงปี 2565
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ป่วยโรคเบาหวานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต้นสน ตำบลโคกสัก อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุงปี 2565 | |
| รหัสโครงการ | 65-L3330-1-07 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต้นสน | |
| วันที่อนุมัติ | 10 มิถุนายน 2565 | |
| ปี | 2565 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 15 กรกฎาคม 2565 - 15 สิงหาคม 2565 | |
| งบประมาณ | 20,780.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางจินดาพัฒน์ แม่ลิ่ม | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลโคกสัก อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง |
โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังและเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของโลก ถึงแม้ว่าจะมีความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการเกี่ยวข้องกับโรคเบาหวาน แต่ความชุกและอุบัติการณ์ กลับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งในชุมชนเมืองและในชนบทอีกทั้งผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานนั้น ถ้ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม จะเกิดภาวะแทรกซ้อน ทั้งทางตา ไต เท้า สมอง หัวใจ หรืออาจหมดสติจากภาวะน้ำตาลในเลือดสูง หมดสติจากภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ติดเชื้อง่าย หลอดเลือดตีบหรือแตกในสมอง ทำให้เป็นอัมพาตได้ผลกระทบของผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน มีทั้งกระทบโดยตรงต่อผู้ป่วยและครอบครัว คือ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายต่างๆการรักษาพยาบาล รวมทั้งสูญเสียอวัยวะ และความพิการซึ่งเกิดขึ้นได้มากกว่าคนปกติ รวมทั้งมีผลกระทบถึงสภาพจิตใจด้วย นอกจากนี้ผลเสียทางอ้อมอันเกิดจากภาวะแทรกซ้อนและการมีพยาธิสภาพ ซึ่งทำให้เกิดความพิการหรือไร้สมรรถภาพ เช่น ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ขาดรายได้จากการทำงาน สมรรถภาพในการทำงานลดลง การสูญเสียทรัพยากรบุคคลและอาจมีอายุสั้นกว่าปกติ ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ดีพอ อีกทั้งรัฐต้องเสียค่าใช้จ่ายในการนำเข้าเวชภัณฑ์จากต่างประเทศ และค่าใช้จ่ายในด้านอุปกรณ์การตรวจโรคเบาหวานและโรคแทรกซ้อนด้วยเหตุที่โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรัง การรักษาเพื่อควบคุมโรคนั้นประกอบไปด้วยการควบคุมอาหาร การใช้ยาเบาหวาน การออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพทั่วไป ซึ่งถ้าผู้ป่วยรู้จักปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องเหมาะสมแล้ว ก็จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดใกล้เคียงกับคนปกติและสามารถป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ได้ยืนยาวและมีความสุข ข้อมูลผู้ป่วยเบาหวานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต้นสน ปี 2562 – ปี ๒๕๖4 จำนวน 65 78 และ 86 คนตามลำดับและจากผลการตรวจหาค่าระดับน้ำตาลในเลือด HbA๑C ผู้ป่วยเบาหวานของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต้นสน ( รายงาน NCD ๒๑ แฟ้ม ) เปรียบเทียบระหว่างปี ๒๕62 ถึง ๒๕๖4 พบว่าผู้ป่วยเบาหวานที่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบาละ ปี ๒๕๖4 ผู้ป่วยเบาหวานที่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีมี จำนวน ๓3 คน คิดเป็น 41.25และจากการตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อคัดกรองภาวะแทรกซ้อน ไต ตา เท้า ปี ๒๕๖4 ในผู้ป่วยโรคเบาหวานในเขตรับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต้นสนพบว่าผู้ป่วยมีภาวะแทรกซ้อนทางไตจำนวน ๔ ราย คิดเป็นร้อยละ ๓.๔ ผู้ป่วยมีภาวะแทรกซ้อนทางตา จำนวน ๒ คน คิดเป็นร้อยละ ๑.๖๘ผู้ป่วยมีภาวะแทรกซ้อนทางเท้า จำนวน ๒ คน คิดเป็นร้อยละ ๑.๖๗ จากการวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยโรคเบาหวานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต้นสนในกลุ่มที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ ส่วนมากเกิดจากพฤติกรรมขาดการออกกำลังกาย ไม่ควบคุมอาหาร มีความเครียด ดังนั้น ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต้นสน จึงจัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ป่วยโรคเบาหวานขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว
- เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีความรู้ที่ถูกต้องในเรื่อง3อ.2ส.1ฟ.
- เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมและลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยโรคเบาหวาน
- เพื่อลดอัตราการเกิดผู้ป่วยโรคเบาหวานรายใหม่ในกลุ่มเสี่ยง ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ตามเกณฑ์
- เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารและ การออกกำลังกาย
- เพื่อประเมินความพึงพอใจในการเข้าร่วมกิจกรรมของผู้ป่วยโรคเบาหวาน
- กิจกรรมอบรมให้ความรู้ในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานตามหลัก 3อ.2ส.1ฟ
- อบรมพัฒนาศักยภาพแกนนำเพื่อนช่วยเพื่อน เพื่อดูแลกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน
- กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มป่วยมีความรู้ที่ถูกต้องในเรื่องการบริโภคอาหารและการออกกำลังกาย
- กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มป่วยมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารและการออกกำลังกายที่ถูกต้องเหมาะสม
- อัตราการเกิดผู้ป่วยโรคเบาหวานลดลง ผู้ป่วยสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ตามเกณฑ์
- ครอบครัวและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารและการออกกำลังกายร้อยละ 90
- กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มป่วยมีความพึงพอใจในการเข้าร่วมกิจกรรมร้อยละ100