โครงการรักและใส่ใจสุขอนามัยช่องปาก
โครงการรักและใส่ใจสุขอนามัยช่องปาก
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการรักและใส่ใจสุขอนามัยช่องปาก | |
| รหัสโครงการ | L-65-8428-02-06 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงเรียนวัดนานอน | |
| วันที่อนุมัติ | 1 กรกฎาคม 2565 | |
| ปี | 2565 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 กรกฎาคม 2565 - 30 กันยายน 2565 | |
| งบประมาณ | 20,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวศุภลักษณ์ หย้งแก้ว | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลนาท่ามใต้ อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง |
สุขภาพช่องปากมีความสัมพันธ์กับสุขภาพร่างกาย การดูแลสุขภาพช่องปากให้ดีจึงมีผลต่อการมีสุขภาพกายที่ดีด้วย แต่ปัญหาสุขภาพช่องปากนั้นไม่ได้มีสาเหตุเกิดจากภายในช่องปากเพียงอย่างเดียว แต่มีตัวปัญหาซึ่งเกิดจากสภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันด้วย ยกตัวอย่างเช่นโรคฟันผุซึ่งเป็นปัญหาในช่องปากที่พบได้ทั่วไป ก็มีปัจจัยร่วมหลายๆ อย่างที่ส่งเสริมให้เกิดโรคนอกเหนือไปจากเชื้อโรคในช่องปากเช่น อาจมาจากตัวบุคคลเองที่ขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องของสุขภาพช่องปากและการทำความสะอาดช่องปากของตนเองการอยู่ในครอบครัวที่ขาดการดูแลเอาใจใส่หรือสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวที่ไม่เอื้อต่อการใส่ใจสุขภาพช่องปาก นอกจากนี้สื่อโฆษณาเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มก็มีอิทธิพลอย่างมากในสังคมปัจจุบันสภาพเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมต่างๆ ล้วนมีส่วนที่ทำให้เกิดโรคได้เช่นกัน ทางนี้โรงเรียนวัดนานอน จึงได้คิดที่จะกระตุ้นความสนใจของเด็กในโรงเรียนวัดนานอน ให้หันมาสนใจและได้รับความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันมากขึ้น เพราะเด็กในช่วงวัยนี้ฟันแท้กำลังงอกขึ้นมาแทนที่ฟันน้ำนม ต้องรู้วิธีการรักษาฟัน ป้องกันของตนเอง ดังนั้นถ้าเด็กได้รับความรู้ที่ถูกต้อง ก็จะสามารถดูแลสุขภาพช่องปากและฟันของตัวเองได้เป็นอย่างดี โดยได้จัดกิจกรรมที่สนุก เน้นการมีส่วนร่วม สอดแทรกไปกับความรู้ต่างๆ เพื่อให้เด็กได้รู้สึกว่าเรื่องต่างๆเหล่านี้ไม่ได้ไกลตัวและยากอย่างที่คิดและเพื่อให้เด็กนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมสามารถนำความรู้และประสบการณ์ไปเผยแพร่ยังกลุ่มเพื่อนตลอดจนผู้ใกล้ชิดต่อไป
- เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีความรู้เรื่องโรคในช่องปากการดูแลช่องปากที่ถูกวิธีและถูกหลักอนามัย คิดเป็นร้อยละ 90
- เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ ทักษะและปฏิบัติตามขั้นตอนของการป้องกันสุขภาพช่องปาก คิดเป็นร้อยละ 85
- เพื่อให้นักเรียนนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากการทำกิจกรรมของโครงการไปตรวจสอบช่องปากเบื้องต้นและสามารถไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันในสถานการณ์ COVID-19 คิดเป็นร้อยละ 80
- อบรมให้ความรู้แก่นักเรียน
- การตรวจประเมินจากคุณครูประจำชั้นหรือเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาท่ามใต้
1) นักเรียนได้รับมีความรู้เรื่องโรคในช่องปากการดูแลช่องปากที่ถูกวิธีและถูกหลักอนามัยได้ 2) นักเรียนมีความรู้ ทักษะและปฏิบัติตามขั้นตอนของการป้องกันสุขภาพช่องปากได้ 3) นักเรียนนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากการทำกิจกรรมของโครงการไปตรวจสอบช่องปากเบื้องต้นและสามารถปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้สู่กับในสถานการณ์ COVID-19