โครงการปลุกกระแสวัยทำงานยุคใหม่ ใส่ใจฟัน สร้างก่อนซ่อมช่องปาก ปีงบประมาณ 2565 (ประเภทที่ 1)
โครงการปลุกกระแสวัยทำงานยุคใหม่ ใส่ใจฟัน สร้างก่อนซ่อมช่องปาก ปีงบประมาณ 2565 (ประเภทที่ 1)
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการปลุกกระแสวัยทำงานยุคใหม่ ใส่ใจฟัน สร้างก่อนซ่อมช่องปาก ปีงบประมาณ 2565 (ประเภทที่ 1) | |
| รหัสโครงการ | ||
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลควนกาหลง | |
| วันที่อนุมัติ | 25 กรกฎาคม 2565 | |
| ปี | 2565 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 กรกฎาคม 2565 - 30 กันยายน 2565 | |
| งบประมาณ | 21,950.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางนารีรัตน์ เบ็ญสลาหมัน | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลควนกาหลง อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล |
กลุ่มวัยทำงานถือเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และมีบทบาทสำคัญในการดูแล กลุ่มวัย อื่น ๆ ในครอบครัว เช่น บิดา มารดา หรือบุตร ดังนั้นการดูแลสุขภาพของคนกลุ่มวัยนี้ ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อตัวเอง แต่ยังส่งผลต่อกลุ่มวัยอื่น ๆ ด้วย สุขภาพช่องปากมีความสัมพันธ์กับสุขภาพร่างกาย ก่อให้เกิดพัฒนาการและคุณภาพชีวิตที่ดีของคนทุกกลุ่มวัย แต่โรคในช่องปาก เช่น ฟันผุ และปริทันต์อักเสบ ที่ไม่ได้รับการดูแล ป้องกัน รักษาที่เหมาะสมและทันเวลา จะเป็นสาเหตุหลักของการสูญเสียฟัน โดยเฉพาะในประชากรกลุ่มวัยทำงาน ซึ่งอาจส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน
จากการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากระดับประเทศ ครั้งที่ 8 ประเทศไทย พ.ศ. 2560 ในกลุ่มวัยทำงาน อายุ 35-44 ปี ปัญหาที่พบเกิดจากรอยโรคสะสม ทั้งปัญหาสภาวะปริทันต์ ที่พบการอักเสบของเหงือก มีเลือดออกง่าย ร้อยละ 39.3 ปัญหาปริทันต์อักเสบที่มีการทำลายของกระดูกรองรับรากฟันร่วมด้วย ซึ่งพบร้อยละ 15.6 และปัญหาโรคฟันผุที่ยังไม่ได้รับการรักษา ร้อยละ 35.2 โดยปัญหาดังกล่าว จะแสดงอาการที่รุนแรงจนเกิดความเจ็บปวดและการสูญเสียฟันในช่วงอายุต่อไป ถ้าไม่ได้รับการดูแล ป้องกัน รักษาที่เหมาะสมทันเวลา นอกจากนี้ในวัยนี้ยังมีพฤติกรรมที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคในช่องปาก โดยเฉพาะการสูบบุหรี่ ที่พบร้อยละ 19.6เฉลี่ย 11.7 มวนต่อวัน รวมทั้งพฤติกรรมการไปใช้บริการในรอบปีร้อยละ 37.9 ซึ่งในจำนวนนี้ส่วนใหญ่ร้อยละ 39.0 ไปรับบริการเมื่อมีอาการปวดและเสียวฟันแล้ว มีเพียงร้อยละ 10.1 เท่านั้น ที่ไปรับบริการเพื่อต้องการตรวจเช็คโดยไม่มีอาการ อย่างไรก็ตามวัยทำงานส่วนใหญ่ ยังไม่รู้สึกว่าสุขภาพช่องปากมีปัญหา เพราะยังไม่รู้สึกว่ามีอาการผิดปกติใดๆ รวมทั้งส่วนใหญ่ร้อยละ 93.7 ยังรู้สึกว่าสามารถใช้ฟันบดเคี้ยวอาหารได้ดีเนื่องจากยังมีฟันหลังสบกันใช้งานได้อย่างน้อย 4 คู่สบ และร้อยละ 97.8 ยังมีฟันแท้ใช้งานได้อย่างน้อย 20 ซี่ ดังนั้น สำหรับกลุ่มวัยทำงานนอกจากการทำให้เข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และความรู้เพื่อการดูแลอนามัยช่องปากตนเองแล้ว ยังจำเป็นต้องมีมาตรการควบคุมป้องกันโรค โดยเฉพาะสนับสนุนให้ใช้อุปกรณ์เสริมทำความสะอาดซอกฟันเพื่อป้องกันโรคปริทันต์และฟันผุบริเวณด้านประชิด
จากการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากในวัยทำงานอำเภอควนกาหลงปี 2563 จากการศึกษาและสำรวจสภาวะทันตสุขภาพในกลุ่มวัยทำงาน อายุ 35-59 ปี จำนวน 200 คน ในพื้นที่ตำบลควนกาหลงพบว่าแม้ส่วนใหญ่จะมีการแปรงฟันอย่างน้อย 2 ครั้ง ขึ้นไปแต่กลุ่มตัวอย่างมากกว่าร้อยละ 70 ก็ยังมีหินปูนและมีปัญหาโรคเหงือกอักเสบและปริทันต์รวมถึงมีปัญหาฟันผุมากกว่าร้อยละ 50 แสดงว่ากลุ่มตัวอย่างดังกล่าว ยังมีปัญหาด้านคุณภาพการแปรงฟันประกอบกับอัตราการเข้าถึงบริการทันตกรรมในกลุ่มวัยทำงานอายุ 25-59 ปี ในเขตอำเภอควนกาหลงยังมีจำนวนน้อยเพียง ร้อยละ 6.5 ดังนั้นฝ่ายทันตกรรมโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลควนกาหลง จึงได้จัดทำโครงการปลุกกระแสวัยทำงานยุคใหม่ ใส่ใจฟัน สร้างก่อนซ่อมช่องปากดี ดำเนินชีวิตประจำวันด้วยวิถี self care ดูแลช่องปากตนเองได้ และขยายผลไปสู่การดูแลสุขภาพช่องปากคนในครอบครัวและในชุมชนที่ตนเองดูแลอยู่ ซึ่งส่งผลให้การดูแลสุขภาพช่องปากในชุมชนดีขึ้นด้วย
- ข้อที่ 1 เพื่อให้ประชากรกลุ่มวัยทำงานได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ข้อที่ 2 เพื่อให้ประชากรกลุ่มวัยทำงานมีทักษะการแปรงฟันที่ถูกวิธี ข้อที่ 3 เพื่อให้ประชากรกลุ่มวัยทำงานมีความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพช่องปาก ข้อที่ 4 เพื่อให้ประชากรกลุ่มวัยทำงาน ที่มีปัญหา สุขภาพช่องปากได้รับการส่งต่อ
- ประชากรกลุ่มวัยทำงาน ทราบปัญหาในช่องปากของตัวเองและเข้าถึงการรับบริการได้อย่างรวดเร็ว
- ประชากรกลุ่มวัยทำงาน ได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
- ประชากรกลุ่มวัยทำงาน มีทักษะการแปรงฟันที่ถูกวิธี
- ประชากรกลุ่มวัยทำงาน มีความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพช่องปาก
- ประชากรกลุ่มวัยทำงาน ที่มีปัญหาสุขภาพช่องปากได้รับการส่งต่อ