โครงการหญิงไทยรู้เท่าทันเฝ้าระวังมะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูก
โครงการหญิงไทยรู้เท่าทันเฝ้าระวังมะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูก
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการหญิงไทยรู้เท่าทันเฝ้าระวังมะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูก | |
| รหัสโครงการ | 65-L4127-01-6 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบาเจาะ | |
| วันที่อนุมัติ | 15 มีนาคม 2565 | |
| ปี | 2565 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 กรกฎาคม 2565 - 31 ธันวาคม 2565 | |
| งบประมาณ | 30,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายฟากรี ดาหะซี | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลบาเจาะ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา |
- ร้อยละของประชาชนที่มีป่วยด้วยโรคมะเร็งปากมดลูก ขนาด 50.00
หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ)
ปัจจุบันโรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งในประเทศไทยและมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น โรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในประเทศไทย คือ โรคมะเร็งตับ รองลงมาคือมะเร็งปอด มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านมตามลำดับ ในประเทศไทย โรคมะเร็งปากมดลูกเป็นโรคมะเร็งที่พบเป็นอันดับหนึ่งในสตรีไทย มีผู้ป่วยรายใหม่ประมาณปีละ 6,300 ราย พบมากที่สุดอายุระหว่างอายุ 45-50 ปี ระยะที่พบส่วนใหญ่อยู่ในระยะลุกลาม การรักษาจึงเป็นไปได้ยาก ต้องเสียค่าใช่จ่ายในการรักษาสูง การป้องกัน และควบคุมโรคมะเร็งปากมดลูก ต้องมีการค้นหา โดยการตรวจหาเซลล์มะเร็งให้พบตั้งแต่อยู่ในระยะเริ่มแรก และในระยะก่อนเป็นมะเร็ง ซึ่งสามารถรักษาให้หายได้ และเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการรักษาในระยะลุกลาม ปัจจุบัน มีวิธีการตรวจแบบเจาะลึกระดับ DNA ด้วยเทคนิค ‘HPV DNA Testing’ ที่สามารถค้นหาเชื้อเอชพีวีอย่างแม่นยำตั้งแต่ระยะแรก ทำให้สามารถรักษาได้ทันท่วงที ก่อนที่เชื้อจะพัฒนาเป็นมะเร็งปากมดลูกและการคัดกรองด้วยการทำ HPV DNA Testing ในสตรีกลุ่มเป้าหมายอายุ 30-60 ปี ทำให้ช่วยลดอัตราการเกิดและอัตราการตายจากโรคมะเร็งปากมดลูกได้ เนื่องจากโรคมะเร็งเป็นโรคที่เป็นแล้วจะทำให้เกิดอาการป่วยและเสียชีวิตก่อนวัยอันสมควร แต่ในขณะเดียวกันโรคมะเร็งเป็นโรคหนึ่งที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ถ้าหากว่าได้รับการตรวจวินิจฉัยและมาพบแพทย์ตั้งแต่ในระยะเริ่มแรก ปัจจุบันสตรีจำนวนไม่น้อยที่ยังขาดความรู้ในเรื่องโรคมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมจากการดำเนินงานคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในสตรีอายุ 30-60 ปี ปีงบประมาณ 2563 มีจำนวนทั้งหมด 1,387 คน ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกโดยวิธีการ pap smear จำนวน 105 คน คิดเป็นร้อยละ 7.57 ผลการตรวจปกติทุกคน และสตรีอายุ 30- 70 ปี ได้รับการตรวจคัดกรองเต้านมด้วยเจ้าหน้าที่ และด้วยตนเอง จำนวน 1,448 คน ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมจำนวน 1,254 คน คิดเป็นร้อยละ 86.60 ได้รับการส่งต่อจำนวน 1 คน ผลการตรวจซ้ำโดยแพทย์ยืนยันผลปกติ จำนวน 1 คน
จากเหตุผลเบื้องต้น สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้กำหนดการดำเนินงานควบคุมแล้ป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก เป็นงานหลักให้กับทุกสถานบริการเร่งรัดการดำเนินการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงที่มีอายุ 30 – 60 ปี ในปี 2563 ซึ่งในปีที่ผ่านมา องค์การบริหารส่วนตำบลบาเจาะ ได้ดำเนินการตามนโยบาย และจากการดำเนินงานของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบาเจาะพบปัญหาในการดำเนินงาน เป็นการดำเนินงานที่บรรลุเป้าหมายยากมาก เพราะประชาชน ยังไม่ตระหนักถึงความอันตรายของโรค มีความอายในการมาตรวจดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบาเจาะ ตระหนักถึงปัญหาและเล็งเห็นความสำคัญของการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเนื่องจากสามารถรักษาได้ หากตรวจพบในระยะเริ่มแรก จึงได้จัดทำโครงการควบคุมและป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก โดยดึงพลังแกนนำของประชาชนทุกภาคส่วน เช่น อสม. กลุ่มสตรี กลุ่มสามีครูนักเรียนมาร่วมดำเนินงานโดยมุ่งหวังความสำเร็จให้สุขภาพของประชาชน พ้นจากมะเร็งปากมดลูก
- เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีป่วยด้วยโรคมะเร็งปากมดลูก
- เพื่อให้สตรีกลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง
- เพื่อให้สตรีอายุ 30 – 60 ปีได้รับการตรวจมะเร็งปากมดลูก
- ค้นหาและรวบรวม
- กิจกรรมรณรงค์และประชาสัมพันธ์โครงการ
- กิจกรรมอบรมตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก
- ค้นหาและรวบรวม รายชื่อสตรีกลุ่มอายุ 30 – 60 ปี ในเขตพื้นที่รับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบาเจาะ
- กิจกรรมรณรงค์และประชาสัมพันธ์โครงการ
- กิจกรรมอบรมตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก
วิธีดำเนินการ (ออกแบบให้ละเอียด) 1. จัดทำโครงการ เสนอโครงการเพื่อขออนุมัติ 2. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3. กำหนดการจัดโครงการ 4. ประเมินผลโครงการ สรุปการประเมินผล
- สตรีกลุ่มเป้าหมายมีความรู้และตระหนักในการดูแลสุขภาพตัวเอง
- สตรีกลุ่มเป้าหมายเห็นความสำคัญในการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก
- สตรีกลุ่มเป้าหมายมีความรู้เรื่องการตรวจเต้านมด้วยตัวเอง
- สตรีกลุ่มเป้าหมายเห็นความสำคัญในการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก