directions_run
โครงการรณรงค์คัดกรองโรคความดันโลหิตและโรคเบาหวาน รพ.สต.น้ำผุด ปีงบประมาณ 2565
กองทุนหลักประกันสุขภาพ อบต.น้ำผุด
โครงการรณรงค์คัดกรองโรคความดันโลหิตและโรคเบาหวาน รพ.สต.น้ำผุด ปีงบประมาณ 2565
รายละเอียดโครงการ
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการรณรงค์คัดกรองโรคความดันโลหิตและโรคเบาหวาน รพ.สต.น้ำผุด ปีงบประมาณ 2565 | |
| รหัสโครงการ | 65-L1498-1-004 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | รพ.สต.น้ำผุด | |
| วันที่อนุมัติ | 27 กันยายน 2565 | |
| ปี | 2565 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 กันยายน 2565 - 31 ธันวาคม 2565 | |
| งบประมาณ | 191,360.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | รพ.สต.น้ำผุด | |
| พื้นที่ดำเนินการ | /4/6/8/9/11 ม.3 ตำบลน้ำผุด อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง |
ประเด็น
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
- หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ) กลุ่มโรค NCDs (Non-Communicable diseases) หรือ ชื่อภาษาไทยเรียกว่า กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง นั้น เป็นชื่อเรียก กลุ่มโรคที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค ไม่สามารถติดต่อได้ผ่านการสัมผัส ขนาด 50.00
วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
- ข้อที่ 1.เพื่อประชาชนอายุ35 ปีขึ้นไปได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ข้อที่ 2.เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงได้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบริโภคไม่ให้ป่วยเป็นโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ข้อที่3.อาสาสมัครสาธารณสุขมีอุปกรณ์เพียงพอในการตรวจคัดกรองและติดตามวัดความดันและเจาะน้ำตาลแก่กลุ่มเสี่ยง
การดำเนินงาน/กิจกรรม
- 1 ประชุมคณะทำงาน ชี้แจงแนวทางดำเนินโครงการ
- 2.ประชุมชี้แจงให้ความรู้แก่อาสาสมัครสาธารณสุขเกี่ยวกับสถานการณ์ อาการและสาเหตุของการทำให้เกิดโรค ฝึกปฏิบัติวิธีการใช้เครื่องมือในการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิต
- 3.อาสาสมัครสาธารณสุข ออกรณรงค์ตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตเชิงรุกแก่ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปในชุมชน เพื่อค้นหากลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่สนใจในในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและการออกกำลังกาย จำนวน 50 คน
- 4.กิจกรรมอบรมกลุ่มเสี่ยงในการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ การบรโถคตามหลัก 3อ 2ส จำนวน 50 คน ติดตามการวัดความดันโลหิตและเจาะน้ำตาลที่บ้านโดย อาสาสมัครสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1.ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 (1,736 คน) 2.ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และสามารถดูแลตนเองให้ลดจากการเกิดโรคเรื้อรัง ต่อไปได้ 3.อาสาสมัครสาธารณสุขมีอุปกรณ์เพียงพอในการตรวจคัดกรองและติดตามวัดความดันและเจาะน้ำตาลแก่กลุ่มเสี่ยงที่บ้านได้ ต่อเนื่อง