โครงการเฝ้าระวังควบคุมโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานและโรคระบบหลอดเลือดหัวใจและสมอง ประจำปี 2566
โครงการเฝ้าระวังควบคุมโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานและโรคระบบหลอดเลือดหัวใจและสมอง ประจำปี 2566
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการเฝ้าระวังควบคุมโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานและโรคระบบหลอดเลือดหัวใจและสมอง ประจำปี 2566 | |
| รหัสโครงการ | 66-L7255-01-01 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทสบาลเมืองบ้านพรุ | |
| วันที่อนุมัติ | 28 กันยายน 2565 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 ตุลาคม 2565 - 30 กันยายน 2566 | |
| งบประมาณ | 232,230.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | งานส่งเสริมสุขภาพ กองสาธารณสุข เทศบาลเมืองบ้านพรุ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | เทศบาลเมืองบ้านพรุ |
- ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ขนาด 32.45
- ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ขนาด 38.45
- ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA) ขนาด 10.24
สภาพสังคมไทยในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้คนไทยเจ็บป่วยและตายด้วยโรคติดต่อและไม่ติดต่อที่มีสาเหตุมาจากการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้องเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะโรคมะเร็งโรคความดันโลหิตสูงโรคหัวใจและหลอดเลือดซึ่งอัตราป่วยต่อแสนประชากร ดังนี้ โรคมะเร็งทุกชนิด 119.10 โรคความดันโลหิตสูง 708.74โรคหัวใจและหลอดเลือด 901.31 และสำหรับอัตราการตายต่อแสนประชากรมีดังนี้ โรคมะเร็งทุกชนิด 85.04โรคความดันโลหิตสูง 3.64 โรคหัวใจและหลอดเลือด 52.29 (ข้อมูลจากสำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2557) ซึ่งโรคเหล่านี้เกิดจากการมีพฤติกรรมเสี่ยงร่วมที่ไม่ถูกต้อง ได้แก่ การขาดการออกกำลังกายที่ถูกต้อง การรับประทานอาหารที่มันจัดเค็มจัด หวานจัด รวมทั้งผักและผลไม้ที่ไม่เพียงพอ ความเครียด การสูบบุหรี่ และดื่มสุรา เป็นต้น และจากผลการสำรวจของกรมอนามัยใน ปี 2562 พบว่า คนไทยเพียง 5 ล้านคนเท่านั้นที่มีการออกกำลังกายเพียงพอที่จะช่วยป้องกันโรคได้คณะแพทย์ศาสตร์รามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดลจากการเก็บข้อมูลประชากรกลุ่มศึกษาอายุมากว่า 15 ปี จำนวน 39,290 คน พบว่า กลุ่มศึกษาพบว่าประชากรไทยส่วนใหญ่ขาดความตระหนักในการดูแลสุขภาพมีพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่ถูกต้องจึงจำเป็นต้องดำเนินการคัดกรองและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนโดยมีความร่วมมือในการดำเนินกิจกรรมของภาคีเครือข่ายทางด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องทุกระดับเพื่อให้ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป และกลุ่มอายุต่ำกว่า 35 ปี ที่มีความเสี่ยงได้รับการตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงโรคเบาหวาน และโรคหัวใจและหลอดเลือด และและประชากรกลุ่มเสี่ยงได้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมีการอออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ3-5 วัน ๆ ละอย่างน้อย 30 นาที ร่วมกับการรับประทานผักและผลไม้สดวันละอย่างน้อย ครึ่งกิโลกรัมขึ้นไป หรือกินผักครึ่งหนึ่งอย่างอื่นครึ่งหนึ่ง และลดอาหารประเภทไขมัน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งได้ร้อยละ 20-30 และโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือดลดลงได้อย่างมาก
สำหรับในเขตรับผิดชอบของเทศบาลเมืองบ้านพรุมีผู้ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 536 คนคิดเป็นอัตราป่วย5,116.27ต่อแสนประชากรและป่วยเป็นโรคเบาหวาน จำนวน 458 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 1,395.35ต่อแสนประชากรและจากการสำรวจและคัดกรองของเจ้าหน้าที่และการติดตามกลุ่มเสี่ยงของอาสาสมัครสาธารณสุขในเขตเทศบาลเมืองบ้านพรุทั้ง 11 ชุมชน พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ขาดการเอาใจใส่ในการดูแลสุขภาพของตนเองทั้งในด้านการออกกำลังกายการบริโภคอาหาร และการควบคุมสมดุลของร่างกาย ทางเทศบาลเมืองบ้านพรุได้เล็งเห็นแล้วว่าปัญหาของโรคมีแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้น
ดังนั้นงานส่งเสริมสุขภาพฝ่ายบริการสาธารณสุขกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าวจึงได้จัดทำ “โครงการเฝ้าระวังและควบคุมโรคความดันโลหิตสูงโรคเบาหวานและโรคระบบหลอดเลือดหัวใจและสมองปีงบประมาณพ.ศ.2566” ประชาชนในกลุ่มอายุตั้งแต่35ปีขึ้นไปและกลุ่มอายุต่ำกว่า 35 ปีที่มีความเสี่ยงโดยขอรับการสนับสนุนงบประมาณในกาดำเนินงานจากกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลเมืองบ้านพรุ
- เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน
- เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง
- เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA)
- กิจกรรมให้บริการตรวจคัดกรองในกลุ่มเป้าหมายโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานและโรคระบบหลอดเลือดหัวใจและสมอง ในชุมชน
- อบรมเชิงปฏิบัติการในการดูแลสุขภาพโดยใช้หลัก 3 อ.2ส.
- สรุปข้อมูลและคืนข้อมุลให้ชุมชน
- กิจกรรมให้ความรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคระบบหลอดเลือดหัวใจและสมองโดยประเมินสุขภาพประชากรอายุ 35 ปี ขึ้นไป และกลุ่มอายุต่ำกว่า 35 ปี ที่มีความเสี่ยง
- ตรวจคัดกรองในกลุ่มเป้าหมายโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ในชุมชน
- อบรมให้ความรู้เชิงปฏิบัติการและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยงและ อสม.
- สรุปและคืนข้อมูลให้ชุมชนในการติดตามเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง
1.ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปและกลุ่มอายุต่ำกว่า 35 ปี ที่มีความเสี่ยง มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและมีความตระหนักในการควบคุมและป้องกันโรคความดันโลหิตสูงโรคเบาหวานโรคระบบหลอดเลือดหัวใจและสมอง
2.ประชากรกลุ่มเสี่ยงได้รับรู้ข้อมูลสุขภาพของตนเองสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ถูกต้องเหมาะสมต่อไป