กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

directions_run

โครงการสื่อสารความเสี่ยงต่อการจมน้ำในพื้นที่เสี่ยงในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ประจำปี 2566

กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก

โครงการสื่อสารความเสี่ยงต่อการจมน้ำในพื้นที่เสี่ยงในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ประจำปี 2566

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการสื่อสารความเสี่ยงต่อการจมน้ำในพื้นที่เสี่ยงในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ประจำปี 2566
รหัสโครงการ 66-L6961-1-34
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ควบคุมโรคและระบาดวิทยา โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก
วันที่อนุมัติ 27 มีนาคม 2566
ปี 2566
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 พฤษภาคม 2566 - 30 กันยายน 2566
งบประมาณ 23,500.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นายอาแว ยูไฮ
พื้นที่ดำเนินการ เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก
ประเด็น
แผนงานเด็ก เยาวชน ครอบครัว , แผนงานเผชิญภัยพิบัติและโรคระบาด
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
  1. สถานการณ์การจมน้ำเสียชีวิตของอำเภอสุไหงโก-ลก ตั้งแต่ปี 2561-2565 ที่ผ่านมา พบว่ามีจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด 9 ราย ขนาด 9.00
  2. สถานการณ์การบาดเจ็บจากจมน้ำของอำเภอสุไหงโก-ลก ตั้งแต่ปี 2561-2565 ที่ผ่านมา พบว่ามีจำนวนทั้งหมด 5 ราย ขนาด 5.00

การจมน้ำ (Drowning) คือกระบวนการที่ทำให้มีการบกพร่องของการหายใจอันเนื่องจากจมอยู่ใต้ น้ำหรือ บางส่วนจุ่มหรือแช่อยู่ในน้ำ (WHO 2002) การเสียชีวิตจากการตกน้ำ จมน้ำ ของเด็กทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมาพบว่าการเสียชีวิตของเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี ทั่วโลกมีจำนวนปีละ 135,585 คน เฉลี่ยวันละ 375 คน ส่วนในประเทศไทยการจมน้ำเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการเสียชีวิตในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี โดยเฉลี่ยมีเด็กจมน้ำเสียชีวิตปีละเกือบ 1,000 คน ส่วนในทุกกลุ่มอายุ เฉลี่ยปีละเกือบ 4,000 คน โดยข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขพบว่าทุกๆ 8 ชั่วโมง จะมีเด็กจมน้ำเสียชีวิต 1 คน โดยเฉลี่ยทุกๆ 1 เดือน ประเทศไทยจะสูญเสียเด็กที่เกิดจากเหตุการณ์จมน้ำมากกว่า 90 คน ซึ่งในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้สูญเสียเด็กไปแล้วถึง 11,923 คน (สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค) แผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ด้านสาธารณสุข กำหนดเป้าหมายว่าเมื่อสินปี 2579 อัตราการจมน้ำเสียชีวิตของเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีต้องลดลงเหลือ 2.5 ต่อประชากรเด็กแสนคน และทุกลุ่มอายุต้องลดลง ร้อยละ 50 จากปี 2560 (หรือมีอัตรา 3.0 ต่อประชากรแสนคน) ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งท้าทายสำหรับประเทศไทย ส่วนสถานการณ์การจมน้ำของจังหวัดนราธิวาส พ.ศ.2560-2564มีจำนวนผู้เสียชีวิต 68 ราย เฉลี่ย 14 รายต่อปี (กองยุทธศาสตร์และแผน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข) โดยปัจจัยที่ทำให้เสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดจากสาเหตุขาดความรู้ในการประเมินสภาพแหล่งน้ำ ไม่มีทักษะในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากการจมน้ำ ไม่มีความรู้ในการปฐมพยาบาลเบื้องต้นหรือการช่วยฟื้นคืนชีพ รวมถึงไม่ทราบแนวทางในการขอความช่วยเหลือจากรถฉุกเฉินหรือรถกู้ภัย และพบว่าส่วนใหญ่ไม่มีอุปกรณ์ป้องกันและให้ความช่วยเหลือผู้ที่จมน้ำ จึงมักส่งผลให้เด็กที่ประสบภัยทางน้ำเสียชีวิตเกือบทุกราย
พื้นที่ของอำเภอสุไหงโก-ลกเป็นพื้นที่ลุ่ม ลาดเอียงสู่แม่น้ำ ซึ้งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่กั้นพรมแดนระหว่างไทยกับมาเลเซียเป็นแนวยาวประมาณ 103 กิโลเมตร มีการตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนระหว่าง 2 ข้างฝั่งของแม่น้ำสุไหงโก-ลก โดยประชาชนในพื้นทีมีการใช้ประโยชน์จากแม่น้ำดังกล่าวในการใช้เพื่ออุปโภค บริโภค และการประกอบอาชีพขับเรือโดยสารข้ามฝั่งรับส่งนักท้องเที่ยวทั้งไทยและมาเลเซียข้ามฝั่งไปมา จากสภาพการณ์ดังกล่าวมักมีนักท่องเทียวและเด็กๆทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ลงไปเล่นน้ำเป็นประจำ และด้วยสภาพพื้นที่ที่เป็นที่ลุ่มจึงเกิดอุทกภัยทุกๆปี ทำให้มีโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยงต่อการจมน้ำได้ ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561-พฤษภาคม 2565 มีจำนวนผู้บาดเจ็บจากการจมน้ำทั้งหมด 8 ราย เสียชีวิตทั้งหมด 10 ราย โดยปัจจัยเสี่ยงที่พบส่วนใหญ่ คือ ขาดความรู้เรื่องแหล่งน้ำ ไม่มีทักษะในการเอาชีวิตรอดจากการจมน้ำ และคนรอบข้างหรือคนที่ช่วยเหลือไม่มีทักษะในการช่วยเหลือและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ดังนั้นการให้ความรู้กับหลักปฏิบัติจึงมีความสำคัญที่จะแก้ปัญหาการจมน้ำในชุมชน จึงเป็นที่มาในการทำโครงการ

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยในพื้นที่เสี่ยงได้รับความรู้และการปฏิบัติตัวเพื่อป้องการการจมน้ำและการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างถูกวิธี
  2. เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงสามารถปฏิบัตตัวเพื่อการป้องกันการจมน้ำ และสามารถช่วยเหลือผู้ประสบเหตุได้อย่างถูกวิธี
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยทางน้ำ
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. ประชาชนทุกกลุ่มวัยในพื้นที่เสี่ยงได้รับความรู้และการปฏิบัติตัวเพื่อป้องการการจมน้ำและการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างถูกวิธี
  2. ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงสามารถปฏิบัตตัวเพื่อการป้องกันการจมน้ำ และสามารถช่วยเหลือผู้ประสบเหตุได้อย่างถูกวิธี