อาหารเช้าแก่เด็กปฐมวัย
อาหารเช้าแก่เด็กปฐมวัย
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | อาหารเช้าแก่เด็กปฐมวัย | |
| รหัสโครงการ | 66 - L5303 - 3- 1 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านฉลุง | |
| วันที่อนุมัติ | 8 พฤศจิกายน 2565 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 17 พฤศจิกายน 2565 - 29 กันยายน 2566 | |
| งบประมาณ | 74,256.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวยาวารี คงมัยลิก | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลเจ๊ะบิลัง อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล |
- เด็กที่มีปัญหาทุพโภชนาการ ขนาด 100.00
หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ)
เด็กปฐมวัย เป็นวัยเริ่มต้นของชีวิต ตั้งแต่ช่วงอายุแรกเกิด ถึง 5 ปี ถือว่าเป็นวัยที่มีความสำคัญและเป็นรากฐานในการพัฒนาประเทศ จึงควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดให้มีสุขภาพ พลานามัยที่สมบูรณ์ทั้งทางด้านร่างกาย และจิตใจที่เหมาะสมตามวัยอย่างเต็มศักยภาพ ถ้าเด็กได้รับการเลี้ยงดูที่ดี เช่น ให้เด็กได้รับโภชนาการที่ดีถูกต้องเหมาะสมตามหลักโภชนาการที่สมบูรณ์จะเป็นกลไกลสำคัญต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กทั้งด้านร่างกาย จิตใจ-อารมณ์ จะส่งผลต่อการพัฒนาด้านสมองระบบประสาท และสติปัญญาในการเรียนรู้ของเด็กโดยเฉพาะช่วงอายุก่อนวัยเรียน 0 - 5 ปี จำเป็นต้องได้รับสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ ในแต่ละหมู่ควรรับประทานหลากหลายชนิด รับประทานวันละ 3 มื้อ อย่างเพียงพอและดื่มนมเป็นอาหารเสริมทุกวัน โดยเฉพาะอาหารเช้าจำเป็นมากสำหรับเด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นวัยกำลังเจริญเติบโตทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสมอง ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายของเด็กทำงานได้ดีขึ้น มีพละกำลังในการทำกิจกรรมต่างๆ พร้อมกับการพัฒนาสมองเกิดการเรียนรู้อย่างมีสมาธิและจดจำได้ดี หากเด็กไม่ได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน หรือไม่เพียงพอ จะส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายกับระบบภูมิคุ้มกัน อาจจะทำให้ป่วยง่ายพร้อมยังมีผลต่อสติปัญญา จะทำให้เด็กเรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง และจำอะไรได้ไม่ค่อยดี
-2-
ปัจจุบันมีผลสำรวจจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พบว่า เด็กเกินครึ่งไม่ได้กินอาหารเช้าส่วนใหญ่มาจากปัญหาความยากจน และความเร่งรีบในการประกอบอาชีพ รวมถึงการขาดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของอาหารเช้าของ พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ส่งผลให้เด็กไม่ได้รับประทานอาหารเช้า หรือได้รับประทานอาหารเช้าที่มีคุณค่าทางโภชนาการไม่เพียงพอมีผลต่อภาวะทุพโพชนาการ คือ ร่างกายได้รับสารอาหารที่ไม่เหมาะสมหรือได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายไม่เพียงพอ ทั้งที่อาหารมื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญต่อประสิทธิภาพการเรียนรู้ของเด็ก
จากการสำรวจสภาวการณ์เจริญเติบโตของเด็กปฐมวัย ของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านฉลุง พบว่ามีเด็กอายุ 2 ปีครึ่ง ถึง 4 ปี จำนวน 45 คน มีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ 2 คน น้ำหนักค่อนข้างน้อย 2 คน เตี้ย 6 คน ค่อนข้างเตี้ย 7 คน จากปัญหาดังกล่าว พบว่าการส่งเสริมเฝ้าระวังการคัดกรองพัฒนาการของเด็กปฐมวัย (0-5 ปี) ตามที่รัฐบาลได้มีนโยบายพัฒนาเด็กไทยให้มีคุณภาพ ภายใต้มาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ เป็นเครื่องมือและกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนสร้างเด็กไทยให้มีคุณภาพ โดยความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง 4 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการ ตลอดจนเจ้าหน้าที่บุคลากรสาธารณสุขที่ปฏิบัติงาน ครูผู้ดูแลเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และผู้ปกครองซึ่งเป็นบุคคลที่มีความสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องร่วมมือกันในการดูแลเด็กปฐมวัยอย่างใกล้ชิดให้มีสุขภาพจิตที่ดี เติบโตอย่างเต็มศักยภาพ
ทั้งนี้ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านฉลุง เห็นว่าควรให้ความสำคัญกับการรับประทานอาหารเช้าของเด็กปฐมวัยเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โดยในเบื้องต้นได้ทำการสำรวจข้อมูลพฤติกรรมการรับประทานอาหารเช้าของเด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการต่ำ และได้จัดทำโครงการอาหารเช้าปฐมวัย ขึ้น เพื่อให้เด็กปฐมวัยของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านฉลุง มีภาวะโภชนาการที่ดีและเติบโตอย่างเต็มศักยภาพทุกคน
- ข้อที่ 1. เพื่อให้เด็กปฐมวัยของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านฉลุงที่มีภาวะทุพโภชนาการ ได้รับอาหารเช้าที่มีคุณค่าทางสารอาหารครบ 5 หมู่
- ข้อที่ 2. เพื่อยกระดับภาวะโภชนาการเด็กปฐมวัยของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านฉลุง
- ข้อที่ 3. เพื่อเฝ้าระวังและแก้ปัญหาเด็กมีภาวะทุพโภชนาการ ของเด็กปฐมวัยให้สูงดีสมส่วน และพัฒนาการสมวัย
- จัดจ้างเหมาประกอบอาหารเช้าสำหรับเด็กศูนย์พัฒนา เด็กเล็กบ้านฉลุง
- กิจกรรมจัดอบรมให้ความรู้แก่ผู้ปกครองเกี่ยวกับภาวะโภชนาการ เด็กปฐมวัย
- เด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการได้รับอาหารเช้าที่มีคุณค่าทางสารอาหารครบ 5 หมู่
- เด็กปฐมวัยศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมีภาวะโภชนาการที่ดีทุกคน
- เด็ก สูงดี สมส่วน พัฒนาการสมวัย