ควบคุมและป้องกันโรคไข้มาลาเรีย หมู่ที่ 7 ตำบลช้างเผือก ปี 2566
ควบคุมและป้องกันโรคไข้มาลาเรีย หมู่ที่ 7 ตำบลช้างเผือก ปี 2566
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | ควบคุมและป้องกันโรคไข้มาลาเรีย หมู่ที่ 7 ตำบลช้างเผือก ปี 2566 | |
| รหัสโครงการ | 66-L2475-2-05 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำบ้าน หมู่ 7 ตำบลช้างเผือก | |
| วันที่อนุมัติ | 21 ตุลาคม 2565 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 2 มกราคม 2566 - 30 มิถุนายน 2566 | |
| งบประมาณ | 13,650.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายอัสมิง มะแซ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส |
โรคมาลาเรียยังคงเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย และยังคงเป็นโรคที่เป็นปัญหาใน พื้นที่ตามบริเวณชายแดนไทย-พม่า-กัมพูชา และชายแดนไทย-มาเลเซีย ในระยะเวลา ๕ ปีที่ผ่านมา จำนวนผู้ป่วย มาลาเรียโดยรวมมีจำนวนลดลง อันเป็นผลจากการสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินการควบคุมโรคมาลาเรียในพื้นที่ การแพร่กระจายโรคมาลาเรียใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยยังคงรุนแรง และความพยายามในการควบคุมโรค ถูกขัดขวางด้วยปัญหาความขัดแย้งรุนแรงในบริเวณดังกล่าว ในระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๕๖-๒๕๖๔ กรมควบคุมโรค ได้ดำเนินงานโครงการยับยั้งการแพร่เชื้อมาลาเรีย ทน ต่อยาอนุพันธุ์อาร์ติมิซินิน ภายใต้โครงการกองทุนโลกด้านมาลาเรีย จากผลการดำเนินงานพบว่าสามารถลดจำนวน และลดการแพร่กระจายของโรคมาลารียชื้อฟัลซิปารัมด้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยยารักษามาลา ผสมอาร์ติมิซินิน (ACT) คือ ยาผสมระหว่างอาร์ติซูเนท(artesunate) และเมฟโฟลควิน (mefloquine) หรือ artemisinin-based combination therapies (ACTS) จากผลการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคมาลาเรียของตำบลข้างเผือก ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ - ๒๕๖๔ พบ ผู้ป่วยจำนวน ๕, ๓, และ ๒ ราย อัตราป่วย ๒.๕0, ๒.๓๓ และ ๒.๑ ๖ ต่อพันประซากรตามลำดับ จากการ ดำเนินงานในระยะเวลา ๓ ปีที่ผ่านมา พบว่าอัตราปวยด้วยโรคมาลาเรียมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากมีการตั้งมาลาเรีย คลินิกชุมชนครอบคลุมพื้นที่แพร่เชื้อA ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการตรวจและรักษามาลาเรียโดยเร็ว ทั้งนี้ ในช่วงต้นปี ๒๕๖๕ พบว่าอัตราป่วยด้วยโรคมาลาเรียมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ไม่ได้ดำเนินงาน โครงการกองทุนโลกด้านมาลาเรีย
- 1. เพื่อนำไปสู่การกำจัดเชื้อมาลาเรียที่ทนต่อยากลุ่มอนุพันธ์อาร์ติมิชินิน ด้วยการค้นหาผู้ป่วย มาลาเรีย(ทั้งที่แสดงและไม่แสดงอาการ ในพื้นที่เป้าหมายและรับการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความ เชื่อมั่นในการขจัดแหล่งเชื้อดื้อยาโดยใช้การรักษาแบบผสมผสาน
- 2. เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อมาลาเรีย โดยการควบคุมยุงพาหะและเพิ่มการป้องกันตนเอง ในกลุ่มประชากรเป้าหมาย
- 3. เพื่อสนับสนุนการยับยั้งเชื้อมาลาเรียฟัลซิพารัม ผ่านการสื่อสารเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง พฤติกรรม (BCC) การขับเคลื่อนชุมชน (Community mobilization) และสร้างความตระหนักโดยให้ความรู้แก่ ประชาชน (Advocacy)
- 4. เพื่อดำเนินงานการบริหารจัดการร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ และระบบการติดตาม ประเมินผล ร่วมกับองค์การเครือข่ายเพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพสูงและรวดเร็ว
- อบรมกลุ่มบ้านในพื้นที่เป้าหมายและประชาชนกลุ่มเป้าหมาย เรื่องความรู้โรคมาลาเรีย
- ประชาชนในพื้นที่ได้รับการตรวจและรักษาโรคมาลาเรียด้วยสูตรยาที่มีประสิทธิภาพ
- ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมการควบคุมโรคมาลาเรียในชุมชน