กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการส่งเสริมการดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพรในครัวเรือน ปี 2566

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการส่งเสริมการดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพรในครัวเรือน ปี 2566
รหัสโครงการ 66-L8302-2-13
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ อสม.นักจัดการสุขภาพเพื่อ สปสช.มะรือโบตก
วันที่อนุมัติ 23 พฤศจิกายน 2565
ปี 2566
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 มกราคม 2566 - 30 เมษายน 2566
งบประมาณ 12,950.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นายมูหมัด อีอาซา
พื้นที่ดำเนินการ
ประเด็น
แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
  1. ประชาชนสามารถใช้สมุนไพร ในการดูแลสุขภาพได้อย่างถูกต้อง ขนาด 40.00

หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ)         ในประเทศไทยมีการใช้สมุนไพรเพื่อเป็นยารักษาโรค เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์อาหารเสริมมานานแล้ว แต่การปลูกพืชสมุนไพรเป็นการค้ายังมีน้อยและเป็นสิ่งท้าทายใหม่ที่ประเทศของเราเพิ่งเริ่มต้น เนื่องจากมีข้อจำกัดในกระบวนการผลิตค่อนข้างมาก เพื่อให้ได้มาตรฐานการปฏิบัติที่ดีในการผลิตอาหาร (Good Manufacturing Practice : GMP) และเหมาะสมตามมาตรฐานของตลาดโลก ดังนั้นหากเราต้องการผลิตสมุนไพรให้ได้การรับรองมาตรฐานและปลอดภัยจากสารเคมีปนเปื้อน การผลิตสมุนไพรแบบเกษตรอินทรีย์จึงเป็นระบบที่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะรับประกันได้ว่าปราศจากสารเคมี ทั้งส่วนของสมุนไพรที่นำมาปลูกหรือที่เรียกว่ากิ่งพันธุ์ พื้นที่ในการผลิต และวิธีการเก็บรักษา       การปลูกพืชทั่วไปมักเน้นเรื่องความสวยงามหรือให้ผลผลิตขนาดใหญ่ ขณะที่การปลูกพืชสมุนไพรนั้น สิ่งที่ต้องการมากที่สุดก็คือปริมาณสารสำคัญที่มีสรรพคุณทางยา เช่น มีสารต้านอนุมูลอิสระ น้ำมันหอมระเหย สารยับยั้งอาการอักเสบต่าง ๆ ซึ่งปัจจัยที่ช่วยเพิ่มปริมาณสารสำคัญในพืช ได้แก่ พันธุ์พืช แหล่งปลูก การจัดการแร่ธาตุ ตลอดจนการให้พืชได้รับความเครียดเพื่อกระตุ้นให้สร้างสารสำคัญ เช่น การบังคับน้ำ แสง อุณหภูมิ ตลอดจนการกระตุ้นด้วยจุลินทรีย์ แต่อย่างไรก็ตามการกระตุ้นดังกล่าวต้องคำนึงถึงความเสียหายที่กระทบกับปริมาณผลผลิตด้วยเช่นกัน การปลูกสมุนไพร และใช้สมุนไพรเพื่อดูแลสุขภาพอยู่ในวิถีชีวิตของคนไทยมีมาตั้งแต่อดีตแล้ว ส่วนใหญ่นำมาบริโภคเป็นผัก ใช้เป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหารหรือทำเครื่องแกงต่าง ๆ หากปลูกติดบ้านไว้ก็สามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย โดยหลายชนิดถูกบรรจุเป็นสมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน ใช้เพื่อรักษาโรคหรืออาการเบื้องต้น ที่พบบ่อย ๆ การปลูกสมุนไพรแล้วเก็บมาใช้ประโยชน์ในครัวเรือนถือเป็นการพึ่งพาตัวเองในการรักษาและบรรเทาอาการเจ็บป่วยเบื้องต้นที่ทุกคนทำได้ ซึ่งปัจจุบันสามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกเลี้ยง และวิธีการใช้ประโยชน์ได้จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ       จากข้อมูลการสำรวจประชาชนในเขตเทศบาลตำบลมะรือโบตก พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพกรีดยาง ค้าขาย และมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ทำให้ต้องรับประทานยาแก้ปวดและยาคลายกล้ามเนื้อเป็นประจำในปริมาณที่มากและเกิดอาการสะสมสารเคมีในร่างกาย เพื่อต้องการบรรเทาอาการเจ็บปวด ซึ่งยาแก้ปวดทั้งหลายหากรับประทานเข้าไปในปริมาณที่มากอาจจะทำให้ตับและไตทำงานหนักขึ้นและเกิดผลเสียต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกาย อย่างไรก็ตามการที่จะช่วยให้บรรเทาอาการปวดเมื่อยลดอาการปวดเมื่อยอักเสบและการเกร็งของกล้ามเนื้อกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตได้เป็นอย่างดีนั้นต้องอาศัยสมุนไพรที่มีอยู่ในพื้นที่ ซึ่งเป็นการรักษาอาการเบื้องต้นได้ ดังนั้น กลุ่มอสม.นักจัดการสุขภาพเพื่อ สปสช. มะรือโบตก เห็นถึงความสำคัญของการนำองค์ความรู้เกี่ยวกับศาสตร์ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าสู่ระบบการสร้างเสริมสุขภาพในชุมชน จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพรในครัวเรือน ปี 2566

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรม มีทักษะการใช้สมุนไพร ในการดูแลสุขภาพได้อย่างถูกต้อง
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. กิจกรรมอบรมให้ความรู้ เรื่อง การดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพรในครัวเรือน และวิธีการใช้สมุนไพร
  2. กิจกรรมที่ 2 กิจกรรมครัวเรือนตัวอย่าง (สาธิตวิธีการปลูกสมุนไพร)
วิธีดำเนินการ

วิธีดำเนินการ (ออกแบบให้ละเอียด) 1. เสนอโครงการเพื่อขออนุมัติ 2. ประสานงานเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องและคณะทำงานฯ 3. จัดทำแผนงานโครงการ 4. ดำเนินกิจกรรมตามโครงการ ดังนี้
  4.1 กิจกรรมที่ 1 กิจกรรมอบรมให้ความรู้ เรื่อง การปลูกสมุนไพร และการใช้สมุนไพรเพื่อดูแลสุขภาพ   4.2 กิจกรรมที่ 2 กิจกรรมครัวเรือนตัวอย่าง (สาธิตวิธีการปลูกสมุนไพร) 5. สรุปผลการดำเนินงาน 6. นำเสนอคณะกรรมการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลมะรือโบตก

ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. ผู้เข้ารับการอบรม ได้นำความรู้ศาสตร์การแพทย์แผนไทยและประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในการดูแลสุขภาพตนเองและสมาชิกในครอบครัวได้
  2. ประชาชนสามารถใช้ภูมิปัญญาการใช้สมุนไพร ให้เป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพ ลดปริมาณการใช้ยารักษาโดยไม่จำเป็น