โครงการชาวรือเสาะสุขภาพดี ห่างไกลควันบุหรี่มือสอง ปี 2566
โครงการชาวรือเสาะสุขภาพดี ห่างไกลควันบุหรี่มือสอง ปี 2566
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการชาวรือเสาะสุขภาพดี ห่างไกลควันบุหรี่มือสอง ปี 2566 | |
| รหัสโครงการ | 66-L2511-1-03 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | สำนักปลัด องค์การบริหารส่วนตำบลรือเสาะ | |
| วันที่อนุมัติ | 11 มกราคม 2566 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 พฤษภาคม 2566 - 30 มิถุนายน 2566 | |
| งบประมาณ | 24,320.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวซากีนา ดอเล๊าะ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลรือเสาะ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส |
ควันบุหรี่ส่งผลกระทบด้านสุขภาพั้งต่อตัวผู้สูบและคนไม่สูบ(แต่ได้รับสูดดมควัน) หรือที่เรียกกันว่า “ควันบุหรี่มือสอง” คือ ควันจากปลายมวนบุหรี่ที่จุดไฟ และควันที่ผู้สูบบุหรี่สูดเข้าไปและหายใจออกมา ประกอบด้วยสารเคมีมากกว่า 7,000 ชนิด และมีถึง 70 ชนิด ที่เป็นสารก่อมะเร็ง ควันบุหรี่มีผลต่อผู้สูบและผู้ไม่สูบได้รับควันทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และที่สำคัญที่น่าเป็นห่วงมาก คือ ควันบุหรี่มีผลต่อเด็ก โดยพบว่า เด็กจะได้รับอันตรายจากควันบุหรี่มือสองมากกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากมีขนาดของร่างกายที่เล็กกว่า มีอัตราการหายใจมากกว่า และมีระบบการหายใจร่วมกับระบบภูมือต้านทานที่ยังทำงานได้ไม่เต็มที่ อีกทั้งควันบุหรี่มือสองสัมพันธ์กับการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคในเด็กหลายอย่าง เช่น การตายอย่างเฉียบพลันในวัยทารก ทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจหลายอย่าง ทำให้อาการหอบหืดแย่ลง ทำให้เกิดโรคของหูชั้นกลาง และทำให้การเจริญเติบโตของปอดช้าลง นอกจากนี้เด็กที่ได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้านสัมพันธ์กับการเข้ารับบริการที่ห้องฉุกเฉินมากขึ้น และต้องนอนโรงพยาบาลนานขึ้น และมีค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพมากขึ้น และที่สำคัญเด็กที่อยู่ในบ้านที่มีคนสูบบุหรี่ก็มีแนวโน้มที่จะเริ่มสูบบุหรี่ในอนาคตมากกว่า จึงเป็นที่มาของการจัดทำโครงการชาวรือเสาะสุขภาพดี ห่างไกลควันบุหรี่มือสอง ปี 2566 ขึ้น
- เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่ต่อสุขภาพและพิษภัยจากควันบุหรี่มือสอง
- เพื่อตรวจปริมาณคาร์บอนมอนอกไซด์ในลมหายใจ และการตรวจระดับโคตินินในปัสสาวะ
- อบรมให้ความรู้
- ตรวจปริมาณคาร์บอนมอนอกไซด์ในลมหายใจ และการตรวจระดับโคตินินในปัสสาวะ
1.นักเรียนและผู้ปกครองได้รับความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่ต่อสุขภาพและพิษภัยจากควันบุหรี่มือสอง 2.ลดอัตรานักสูบหน้าใหม่ในวัยรุ่น