ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้วยหลัก 3 อ 2 ส ปีงบประมาณ 2566
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้วยหลัก 3 อ 2 ส ปีงบประมาณ 2566
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้วยหลัก 3 อ 2 ส ปีงบประมาณ 2566 | |
| รหัสโครงการ | L8408-92566 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแป-ระ | |
| วันที่อนุมัติ | 27 ธันวาคม 2565 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 27 ธันวาคม 2565 - 30 กันยายน 2566 | |
| งบประมาณ | 20,210.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแป-ระ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบลแป-ระ อำเภอท่าแพ จังหวัดสตูล |
ปัจจุบันการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่ออันเกี่ยวเนื่องมาจากพฤติกรรมและวิถีชีวิตมีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการมีพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง ทั้งการกิน การนอน การพักผ่อน การออกกำลังกาย และการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปตามความเจริญของโลก เป็นสาเหตุของการเกิดโรคร้าย ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมองและหัวใจ มะเร็ง ถุงลมโป่งพองและ โรคอ้วนลงพุง โดยจากสถิติพบว่า คนไทยเสียชีวิตด้วยโรคกลุ่มดังกล่าวมากกว่าปีละ 3 แสนคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยคิดเป็นร้อยละ 73 ของสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทย (กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค , 2564) จากการสำรวจสถานการณ์ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พ.ศ. 2563 – 2565 ในเขตรับผิดชอบของรพ.สต.แป-ระ ประชาชนมีอัตราการป่วยด้วยโรคเบาหวานรายใหม่ คิดเป็น 306.95, 353.87 และ 350.82 ต่อแสนประชากรตามลำดับ และมีอัตราป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง คิดเป็น 597.74, 514.72 และ 590.02 ต่อแสนประชากรตามลำดับ อีกทั้งมีประชากรกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นทุกปีเช่นกัน คิดเป็นร้อยละ 97.76 , 90.15 และ 96.15 ตามลำดับ มีประชากรกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง คิดเป็นร้อยละ 0.00 , 3.08 และ 4.08 ตามลำดับ และมีผู้ป่วยโรคเบาหวานที่สามารถควบคุมได้ จำนวน 75 คน คิดเป็นร้อยละ 34.40 มีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่สามารถควบคุมได้ จำนวน 263 คน คิดเป็นร้อยละ 47.39 (HDC สตูล, 2565) ซึ่งยังถือว่าน้อย และจะเห็นได้ว่าอัตราการป่วยด้วยโรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี การที่กลุ่มเสี่ยงหรือผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงจะปฏิบัติพฤติกรรมที่เหมาะสมและสามารถควบคุมโรคให้ได้ผลดีในระยะยาวต้องเกิดจากความต้องการดูแลตนเองของผู้ป่วยเป็นสำคัญ มีการวางเป้าหมายของการเรียนรู้ และการปรับพฤติกรรมตามความต้องการของตนเอง เมื่อมีการดูแลตนเองในระดับที่เพียงพออย่างต่อเนื่องและกระทำอย่างมีประสิทธิภาพจะนำไปสู่การดำรงไว้ซึ่งภาวะสุขภาพที่ดี ตามทฤษฎีความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ดังนั้นการพัฒนาทักษะความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ ตามหลัก 3อ. 2ส. จึงเป็นวิธีการที่ที่จะช่วยให้สามารถดูแลตนเองและป้องกันโรคได้ อีกทั้งการเน้นพัฒนาศักยภาพระบบเฝ้าระวังโดยการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงโดยส่งเสริมให้ อสม. เข้ามามีส่วนร่วมในการคัดกรองร่วมกับเจ้าหน้าที่ เพื่อให้รับรู้ปัญหาสุขภาพของชุมชน รู้ถึงสาเหตุของการป่วยเป็นโรค เข้ามามีบทบาทในการเป็นผู้นำการการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ และแก้ไขปัญหาสุขภาพได้อย่างเป็นรูปธรรมก็เป็นวิธีการที่สำคัญเช่นกันที่จะช่วยลดความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนของจากโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชนได้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแป-ระ จึงได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญ จึงจัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้วยหลัก 3อ. 2ส. ปีงบประมาณ 2566 ขึ้น เพื่อให้ได้รับความรู้ทักษะในการจัดการตนเองและสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ลดความเสี่ยง ป้องกันการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนในกลุ่มป่วย พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายในชุมชนให้ช่วยดูแลติดตามผู้ป่วย และพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพในพื้นที่ต่อไป
- 1 เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีความรอบรู้ด้านสุขภาพตามหลัก 3อ. 2ส
- 2 เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องตามหลัก 3อ. 2ส
- 3 เพื่อให้แกนนำ อสม.เชี่ยวชาญมีความรอบรู้ด้านสุขภาพตามหลัก 3อ. 2ส
- 4 เพื่อให้แกนนำ อสม.เชี่ยวชาญมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องตามหลัก 3อ. 2ส
- 5 เพื่อให้แกนนำ อสม.เชี่ยวชาญมีทักษะการตรวจน้ำตาลในเลือดและวัดความดันโลหิตสูงที่ถูกต้อง
- ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้วยหลัก 3 อ. 2 ส.
- พัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพในกลุ่มเป้าหมาย(กลุ่มเสี่ยง, กลุ่มป่วย)
- แกนนำอสม.เชี่ยวชาญด้านโรคเบาหวานและความดันโลหิต