| 1. |
ประชุมคณะทำงานการขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพช่องปาก |
15 มี.ค. 2566 |
31 มี.ค. 2566 |
เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในการพัฒนา ด้านสุขภาพช่องปาก ด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากที่เหมาะสม ผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย อสม คณะกรรมการชุมชน เจ้าหน้าที่สาธารณสุข จำนวนทั้งสิ้น 20 คน
1.ค่าอาหารกลางวัน 20 คนๆละ70 บาท จำนวน1 มื้อ เป็นเงิน 1,400 บาท
2.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 20 คนๆละ30 บาท จำนวน2 มื้อ เป็นเงิน 1,200 บาท
|
๑.การวิเคราะห์งาน
เป็นการวิเคราะห์ว่ามีงานอะไรบ้างที่ต้องทำ มีรายละเอียดอย่างไร ต้องทำอะไรบ้าง ขั้นตอนเป็นอย่างไร ดังนี้
- ชี้เเจงสถานการณ์สภาวะโรคฟันผุของอำเภอเมือง
- การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพช่องปากในทุกกลุ่มวัยแบบบูรณการในชุมชน
- การเตรียมกลุ่มเป้าหมายและคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายกิจกรรมอบรมให้ความรู้การสร้างเสริมสุขภาพในช่องปาก
๒.การวางแผนการทำงาน
โดยมีวัตถุประสงค์
๑.เพื่อให้เกิดภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนงานทันตสาธารณสุขให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่
๒.เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการรับรู้ถึงสภาวะสุขภาพช่องปากของตนเอง
๓.เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติบคุคลที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการดูแลสุขภาพช่องปาก
โดยมีกิจกรรม ๓ กิจกรรม คือ
๑.ประชุมคณะทำงานการขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพช่องปาก
๒.อบรมให้ความรู้การสร้างเสริมสุขภาพในช่องปาก
๓.ติดตามการดำเนินงาน
ดำเนินการในกลุ่มเป้าหมาย วัยทำงานและผู้สูงอายุ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
๑.ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องสามารถขับเคลื่อนงานทันตสาธารณสุขในชุมชนได้
๒.ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองและครอบครัวได้อย่างเหมาะสม
๓.บุคคลต้นแบบด้านการดูแลสุขภาพช่องปากเป็นแบบอย่างและให้คำแนะนำคนในชุมชนได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
๓.การลงมือทำงานตามแผน
- พื้นที่เตรียมกลุ่มเป้าหมายและคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายประชุม
- กำหนดกิจกรรมอบรมให้ความรู้การสร้างเสริมสุขภาพในช่องปาก โดยแบ่งเป็น5 ฐานการเรียนรู้
- บทบาทหน้าที่รับผิดชอบประจำฐาน
๔.การสรุปผลการทำงาน
ทางชุมชนเสนอจัดกิจกรรมในวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๖๖ และใช้สถานที่ของโรงเรียนจงหัว ต.พิมาน อ.เมือง จ.สตูล เป็นสถานที่จัดกิจกรรม
|
-
|
๑.คณะทำงานเข้าร่วมประชุมครบตามจำนวนเป้าหมายที่ตั้งไว้
๒.เกิดภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องสามารถขับเคลื่อนงานทันตสาธารณสุขในชุมชนได้
๓.คณะทำงานมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องสุขภาพช่องปาก
๔.คณะทำงานทุกคนได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นร่วมกันในการดำเนินกิจกรรม
๕.คณะทำงานสามารถดำเนินให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
๖.คณะทำงานร่วมวิเคราะห์หาแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน
๗.เกิดปฏิสัมพันธ์ที่ดีในเครือข่ายการทำงาน
|
-
|
| 2. |
อบรมให้ความรู้การสร้างเสริมสุขภาพในช่องปาก |
15 มี.ค. 2566 |
20 พ.ค. 2566 |
ให้ความรู้ในเรื่องรอยโรคในช่องปาก โรคฟันผุ โรคเหงือกอักเสบ การดูเเลสุขภาพปากที่ถูกวิธี ความสำคัญของสุขภาพช่องปาก อาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพช่องปาก ในกลุ่มเป้าหมายวัยทำงาน จำนวน 20 คน และผู้สูงอายุ จำนวน 30 คน
1.ค่าอาหารกลางวัน 50 คนๆละ70 บาท จำนวน1 มื้อ เป็นเงิน 3,500 บาท
2.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 50 คนๆละ30 บาท จำนวน2 มื้อ เป็นเงิน 3,000 บาท
3.ค่าวิทยากร 6 ชั่วโมงๆละ600 บาทเป็นเงิน 3,600 บาท
4.ค่าป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ ขนาด 1.2 เมตร *2.5 เมตร เป็นเงิน 500 บาท
5.ค่าวัสดุที่ใช้ในการอบรมเสริมสร้างสุขภาพในช่องปาก จำนวน 9,000 บาท
|
จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้การสร้างเสริมสุขภาพในช่องปาก 5 ฐานการเรียนรู้ดังนี้
ฐานการเรียนรู้ที่1 ฐานฝึกทักษะการแปรงฟัน
เพื่อให้รู้ถึงการแปรงฟัน เพราะการแปรงฟันถือเป็นการรักษาอนามัยช่องปาก และเป็นวิธีการป้องกันโรคในช่องปากที่ได้ผลดีที่สุด ง่ายที่สุด โดยเฉพาะโรคฟันผุ เป็นโรคในช่องปากที่เป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของไทย และนับวันจะมีแนวโน้มสูงขึ้น การแปรงฟันเป็นการขจัดคราบจุลินทรีย์(ขี้ฟัน)ออกจากฟัน เปรียบได้กับการอาบน้ำเพื่อขจัดขี้ไคลนั้นเองโดยปกติคราบจุลินทรีย์จะอยู่บริเวณคอฟัน (ส่วนที่ตัวฟันอยู่ชิดกับเหงือก) เนื่องจากเป็นบริเวณที่เว้าเข้า ไปจากส่วนนูนที่สุดที่อยู่บริเวณกลางตัวฟัน ทำให้กลไกการทำความสะอาดฟันตามธรรมชาติที่มาจากการขัดสี ของอาหารขณะเคี้ยวไม่สามารถทำความสะอาดได้ถึงคราบจุลินทรีย์ก็คือก้อนเชื้อโรคที่มีลักษณะเป็นคราบสี ขาวคล้ายลิ่มนม ลองใช้เล็บหรือปลายหลอดกาแฟสีเข้มเขี่ยดูที่คอฟันแล้วท่านจะเข้าใจ ด้านบดเคี้ยวของฟันที่ใช้งานตามปกติจึงไม่มีคราบจุลินทรีย์จากกลไกการทำความสะอาดฟันตามธรรมชาติ ในขณะที่ฟันที่ไม่ได้ใช้งาน เช่น ไม่ได้เคี้ยวอาหารด้านนั้น หรือฟันไม่มีคู่สบ มักจะมีคราบจุลินทรีย์หนา
ฐานการเรียนรู้ที่2 ฐานอาหารอ่อนหวาน
เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ในเรื่องการเลือกรับประทานอาหารที่ดี มีส่วน สำคัญที่ช่วยให้มีสุขภาพช่องปากที่ดี และป้องกัน ฟันผุได้ แต่ต้องเลือกอาหารที่มีประโยชน์ โดย หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลอย่างพร่ำเพรื่อ เพราะจุลินทรีย์ในช่องปาก จะไปย่อยอาหารพวกแป้งและน้ำตาลให้กลายเป็น กรดไปกัดกร่อนฟัน ทำให้ฟันผุ หน้าที่ของฟันหลัก ๆ คือ เป็นอวัยวะที่ใช้ในเคี้ยว กัด และฉีกอาหารให้ละเอียด ช่วยให้กลืนอาหารได้สะดวก และทำให้ระบบย่อยอาหารในร่างกายทำงานได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องดูแลรักษาฟันและช่องปากด้วยความใส่ใจ เลือกรับประทานอาหารที่ไม่ทำให้ฟันผุ
ฐานการเรียนรู้ที่3 ฐานรอยโรคในช่องปาก
ฐานนี้เพื่อให้ประชาชนรู้จักกับรอยโรคก่อนเป็นมะเร็งในช่องปาก เพื่อแยกระหว่างแผลทั่วไปและรอยโรคมะเร็งซึ่งเป็นอันตราย รวมถึงวิธีรักษาสุขภาพช่องปาก เพื่อป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง จากการสังเกตตนเองสม่ำเสมอและพบแพทย์ได้อย่างทันท่วงที โดยมะเร็งในช่องปากเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้ หากได้รับการรักษาตั้งแต่ระยะอาการเริ่มต้นหรือเป็นไม่มาก ซึ่งมีสาเหตุหลายอย่างสามารถที่ควบคุมได้
ฐานการเรียนรู้ที่4 ฐานAppication ฟันดี
แอปพลิเคชั่นฟันดี เป็นเครื่องมือสำหรับสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ ช่องปาก ซึ่งเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่สำคัญ ไม่เพียงแต่สุขภาพช่องปาก แต่ยัง ส่งผลถึงสุขภาพโดยรวมและคุณภาพชีวิติของประชาชน การสร้างความรอบรู้ ด้านสุขภาพช่องปาก (Oral Health Literacy) จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ ประชาชน เข้าถึงข้อมูลสุขภาพและสามารถดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองได้
การติดตั้งแอปพลิเคชั่น สามารถเข้าไปดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นฟันดีได้ ทั้งในระบบ IOS และ ระบบ Android และกดติดตั้ง ในสมาร์ทโฟน (smart phone) หรือสมาร์ทดีไวซ์ (smart device) อื่นๆได้ ด้วย 2 วิธี ดังนี้ 1. ค้นหาคำว่า “ฟันดี” เพื่อกดรับ และติดตั้ง
ฐานการเรียนรู้ที่5 ฐานการดูแลสุขภาพในช่องปาก
ฐานนี้ก็จะทำให้ประชาชนรับทราบถึงการที่มีสุขภาพช่องปากที่ดี การที่มีสุขภาพช่องปากที่ดี จะช่วยให้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข ไม่ว่าจะ เป็นในเรื่องของการใช้งานอย่างการรับประทานอาหารต่างๆ ได้อย่างมีความสุข ไม่เกิดอาการปวดหรือเสียวฟัน รวมไปถึงการได้มีรอยยิ้มที่สดใส ไม่ต้องคอยยิ้มแบบไม่เต็มปากเพราะมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพช่องปาก โดยหากต้องการที่จะมีสุขภาพช่องปากที่ดี จะต้องหมั่นคอยเข้ารับการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันอย่างต่อเนื่อง ไม่ปล่อยปละละเลยเป็นเวลานานๆ เพราะการไม่เข้าพบทันตแพทย์เลย อาจจะทำให้คุณเกิดปัญหาในช่องปากขึ้นได้ในระยะยาว
|
-
|
ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้และมีความตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพช่องปาก และมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพช่องปาก เมื่อสามารถดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองและคนในครอบครัวให้เป็นแบบอย่างที่ดีได้แล้ว ก็จะสามารถให้คำแนะนำให้แก่คนในชุมชนได้ในลักษณะปากต่อปาก เพิ่มจำนวนบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากในชุมชน ขยายสู่ชุมชนรอบข้างได้อีกด้วย
|
-
|
| 3. |
ติดตามการดำเนินงาน |
3 เม.ย. 2566 |
15 ก.ค. 2566 |
- ค่าตอบเเทนคณะกรรมการคัดเลือกบุคคลต้นเเบบด้านทันตสุขภาพ 5 คนๆละ 400 บาท โดยการสุ่มประเมินทักษะ และความรู้ในกลุ่มเป้าหมายเพื่อคัดเลือกบุคคลต้นแบบด้านทันตกรรมเป็นเงิน 2,000 บาท
- ค่าวัสดุในการจัดทำเกียรติบัตรเชิดชูบุคคลต้นแบบเป็นเงิน 1,000 บาท
|
คณะทำงานพื้นที่คัดเลือกบุคคลต้นแบบ โดยพิจารณาจากความพร้อมและความสมัครใจ หลังจากนั้นคณะทำงานลงพื้นที่ติดตามผู้ที่ผ่านคัดเลือกจากทางชุมชนโดยพิจารณาจากผู้เข้าร่วมอบรมให้ความรู้การสร้างเสริมสุขภาพในช่องปากเพื่อคัดเลือกบุคคลต้นเเบบและครอบครัวต้นแบบโดยพิจารณาตามเกณฑ์มาตรฐานที่เตรียมไว้ หลังจากนั้นทางคณะกรรมการนำผลที่ได้จากการประกวดมารวบรวมผลการประกวดเพื่อประกาศผลผู้ที่ได้รับรางวัลและผ่านการคัดเลือก หลังจากนั้นประสานผู้ที่ได้รับรางวัล มารับรางวัล โดยมอบรางวัล บุคคลต้นเเบบ ครอบครัวต้นเเบบ โดยท่านประธานกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลเมืองสตูล
|
-
|
ผู้ที่ผ่านการประชุมกลับไปดูเเลสุขภาพช่องปากของตนเองเเละคนในครอบครัว เพื่อประมวลเเละกลั่นกรองความรู้โดยทำเเบบบันทึกการเเปรงฟันที่บ้านของทุกคนในครอบครัว หลังจากนั้นคณะกรรมการลงติดตามเพื่อคัดเลือกบุคคลต้นเเบบเเละครอบครัวต้นเเบบเพื่อเป็นอย่างเเก่คนในชุม เกิดการเเลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการสุขภาพช่องปากโดยบุคคลต้นเเบบ เกิดกระบวนการเเนวทางการจัดการความรู้ด้านสุขภาพช่องปากของคนในชุมชน ขยายเครือข่ายสู่ครอบครัวอื่นๆ
|
-
|