โครงการเฝ้าระวังสารพิษตกค้างในเลือดเกษตรกร ตำบลอุใดเจริญ ปีงบประมาณ 2561
โครงการเฝ้าระวังสารพิษตกค้างในเลือดเกษตรกร ตำบลอุใดเจริญ ปีงบประมาณ 2561
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการเฝ้าระวังสารพิษตกค้างในเลือดเกษตรกร ตำบลอุใดเจริญ ปีงบประมาณ 2561 | |
| รหัสโครงการ | 61-L5282-1-01 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | รพ.สต.บ้านผัง34 และ รพ.สต.ตำบลอุใดเจริญ | |
| วันที่อนุมัติ | 16 ตุลาคม 2560 | |
| ปี | 2561 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มิถุนายน 2561 - 30 กันยายน 2561 | |
| งบประมาณ | 32,900.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางผุสร์สวดี ศิริหิงค์โค | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลอุใดเจริญ อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล |
- จำนวนของเกษตรกรที่มีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย(คน) ขนาด 0.00
- จำนวนผู้บริโภคที่มีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย (คน) ขนาด 0.00
ประชากรไทยมีอาชีพพื้นฐานอยู่ในภาคเกษตรกรรม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานนอกระบบผู้มีรายได้น้อย แต่ทำงานที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพจากสภาพภูมิอากาศที่ร้อนจัด ท่าทางการทำงานที่มีความเสี่ยงต่อการปวดหลังและกล้ามเนื้ออักเสบ รวมทั้งการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพมีพิษทั้งแบบเฉียบพลัน และเรื้อรังตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนรุนแรงถึงแก่ชีวิตขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้น ความเป็นพิา และปริมาณที่ได้รับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชสามารถเข้าสู้ร่างกายได้หลายทาง โดยการสัมผัสทางผิวหนังที่ไม่สวมถุงมือและรองเท้าบู๊ท ป้องกันขณะทำงานกับสารเคมี การสูดหายใจละอองที่ฟุ้งกระจายในอากาศ และการรับประทานอาหารและดื่มน้ำที่มีสารเคมีปนเปื้อน พฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัยทำให้เกษตรกรมีความเสี่ยงจากการได้รับอันตรายจากสารเคมีเพิ่มขึ้นยกตัวอย่างเช่น ใช้ถังภาชนะบรรจุสารเคมีที่รั่วซึม ฉีดพ่นสวนทิศทางลมทำให้เสื้อผ้าเปียกชุ่มสารเคมีโดยไม่อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ซึมเปื้อนทันที เป็นต้นสารเคมีกำจัดศัตรูพืช สามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์ และสัตว์ กล่าวคือ จะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมอง ผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และตา ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่า เราจะรับสารเคมีเข้าสู้ร่างกาย ทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้จึงแสดงอาการต่างๆขึ้นมาเช่นโรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ เป็นต้น ตำบลอุใดเจริญเป้นตำบลหนึ่ง ที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรม โดยมีพื้นที่ที่ใช้ในการเกษตร มากถึงร้อยละ 70 ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ ทำสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมัน ผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืช คาดว่ากระจายและขยายเป็นวงกว้าง และยังไม่ได้รับการประเมินภาวะเสี่ยง ผลกระทบต่อสุขภาพของเกษตรกรว่าอยู่ในระดับใด ประกอบกับเกษตรกรในตำบลอุใดเจริญ ยังคงมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งในการนำมาใช้นั้นได้มีการใช้อย่างไม่ถูกวิะี และขาดความรู้จึงทำให้มีผลกระทบกับด้านสุขภาพโดยตรง ดังนั่นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านผัง 34 จึงเล็งเห็นความสำคัยของสุขภาพเกษตรกรในตำบลอุใดเจริญจึงได้จัดทำโครงการตรวจคัดกรองหาสารพิษตกค้างในเลือดเกษตรกร ขึ้นเพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงในตำบลอุใดเจริญ ได้รับการตรวจสุขภาพ และเจาะเลือดเพื่อดูปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดว่าอยู่ในระดับใดเพื่อทำการเฝ้าระวังและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อไป
- เพื่อตรวจหาระดับปริมาณสารเคมีตกค้างในเลือดของเกษตรกรที่มีผลต่อสุขภาพ
- เพื่อเฝ้าระวังภาวะสุขภาพของเกษตรกร
- เพื่อให้เกษตรกรเกิดความรุ้และนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพแบบมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพตนเองที่ถูกต้อง
- ประชุม อสม. เพื่อเข้าร่วมกันกำหนดแผนงานการลงปฏิบัติในพื้นที่
- จัดการประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มเกษตรการทราบเพื่อเตรียมกลุ่มเป้าหมาย และนัด วัน เวลา และสถานที่ในการตรวจ โดยทีม อสม.
- เตรียม เครื่องมือและอุปกรณ์ในการตรวจคัดกรองโดยการตรวจเลือด โดยใช้กระดาษทดสอบเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส
- ดำเนินงานตามโครงการ ประสานกับหมู่บ้านในพื่นที่ เพื่อเตรียมการและวางแผนการดำเนินงานตรวจสอบหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้าง
- ดำเนินการตรวจหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในเกษตรกร ตามวัน และเวลาที่นัดหมาย การควบคุม กำกับงานตามโครงการ
- แจ้งผลการตรวจพร้อมคำแนะนำที่ถูกต้องของการดูแลสุขภาพ การติดตามและประเมินผลตามวัตถุประสงค์
- สรุปผล และรายงานผล การดำเนินโครงการ
- ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ด้านการตรวจคัดกรองหาระดับโคลีนเอสเทอเรส เพื่อประเมินระดับของสารเคมีในเลือด
- ทราบถึงสถานการณ์สารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในเลือดของเกษตรกรกลุ่มเสี่ยงในตำบลอุใดเจริญ เตือนชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- เพื่อจะได้นำข้อมูลมาใช้ในการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การเฝ้าระวังและควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพของเกษตรกรในชุมชน สำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป