กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

directions_run

โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดเสี่ยงโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง ตำบลบลโตนดด้วน ปีงบประมาณ ๒๕๖๖

กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลโตนดด้วน

โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดเสี่ยงโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง ตำบลบลโตนดด้วน ปีงบประมาณ ๒๕๖๖

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดเสี่ยงโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง ตำบลบลโตนดด้วน ปีงบประมาณ ๒๕๖๖
รหัสโครงการ 66-L3318-01-01-4
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโตนดด้วน
วันที่อนุมัติ 30 มกราคม 2566
ปี 2566
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 29 มีนาคม 2566 - 30 กันยายน 2566
งบประมาณ 62,603.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นายชัชวาล เรืองเดช
พื้นที่ดำเนินการ คำบลโตนดด้วน อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง
ประเด็น
แผนงานโรคเรื้อรัง , แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
  1. ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ขนาด 17.00
  2. ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ขนาด 20.00
  3. ร้อยละประชาชนที่สงสัยเป็นโรคเบาหวาน ขนาด 2.00
  4. ร้อยละประชาชนที่สงสัยเป็นโรคความดันโลหิตสูง ขนาด 7.00

โรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทยเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปตามสภาพสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง เช่น พฤติกรรมการบริโภค การออกกำลังกาย และการจัดการความเครียด เป็นต้น ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง มักไม่มีอาการแสดงในระยะแรก และผู้ป่วยมักมาพบแพทย์เมื่อมีอาการ หรือภาวะแทรกซ้อนของโรคกับระบบต่างๆของร่างกายแล้ว จึงทำให้ได้รับการรักษาช้าเกินไปพยาธิสภาพและภาวะแทรกซ้อนของโรคก่อให้เกิดการสูญเสียต่อสุขภาพ เกิดความพิการ และทำให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร ส่งผลต่อทรัพยากรบุคล สังคม และเศรษฐกิจการคัดกรองกลุ่มเป้าหมาย การให้ความรู้การดูแลสุขภาพและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเป้าหมาย และการควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติสามารถลดอัตราการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในยะยะยาวได้
จังหวัดพัทลุงสถิติจำนวนและอัตราป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงในระดับประเทศย้อนหลัง ปี พ.ศ. 2563 มีจำนวนผู้ป่วย 60,117 คน คิดเป็นอัตราป่วย 951.02 ต่อแสนประชากร ปี พ.ศ. 256๔ มีจำนวนผู้ป่วย 6๓,๓๖๘ คน คิดเป็นอัตราป่วย 95๕.๖๘ต่อแสนประชากรปี พ.ศ. 256๕ มีจำนวนผู้ป่วย 64,039 คน คิดเป็นอัตราป่วย 935.46ต่อแสนประชากรตามลำดับและสถิติจำนวนและอัตราป่วยด้วยโรคเบาหวานปี พ.ศ. 2563 มีจำนวนผู้ป่วย 25,804 คนคิดเป็นอัตราป่วย 852.86ต่อแสนประชากร ปี พ.ศ. 256๔ มีจำนวนผู้ป่วย 2๗,3๕๑ คนคิดเป็นอัตราป่วย 8๖๑.๘8 ต่อแสนประชากรปี พ.ศ. 256๕ มีจำนวนผู้ป่วย 28,456 คน
หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของโครงการ) โรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทยเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปตามสภาพสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง เช่น พฤติกรรมการบริโภค การออกกำลังกาย และการจัดการความเครียด เป็นต้น ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง มักไม่มีอาการแสดงในระยะแรก และผู้ป่วยมักมาพบแพทย์เมื่อมีอาการ หรือภาวะแทรกซ้อนของโรคกับระบบต่างๆของร่างกายแล้ว จึงทำให้ได้รับการรักษาช้าเกินไปพยาธิสภาพและภาวะแทรกซ้อนของโรคก่อให้เกิดการสูญเสียต่อสุขภาพ เกิดความพิการ และทำให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร ส่งผลต่อทรัพยากรบุคล สังคม และเศรษฐกิจการคัดกรองกลุ่มเป้าหมาย การให้ความรู้การดูแลสุขภาพและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเป้าหมาย และการควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติสามารถลดอัตราการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในยะยะยาวได้
จังหวัดพัทลุงสถิติจำนวนและอัตราป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงในระดับประเทศย้อนหลัง ปี พ.ศ. 2563 มีจำนวนผู้ป่วย 60,117 คน คิดเป็นอัตราป่วย 951.02 ต่อแสนประชากร ปี พ.ศ. 256๔ มีจำนวนผู้ป่วย 6๓,๓๖๘ คน คิดเป็นอัตราป่วย 95๕.๖๘ต่อแสนประชากรปี พ.ศ. 256๕ มีจำนวนผู้ป่วย 64,039 คน คิดเป็นอัตราป่วย 935.46ต่อแสนประชากรตามลำดับและสถิติจำนวนและอัตราป่วยด้วยโรคเบาหวานปี พ.ศ. 2563 มีจำนวนผู้ป่วย 25,804 คนคิดเป็นอัตราป่วย 852.86ต่อแสนประชากร ปี พ.ศ. 256๔ มีจำนวนผู้ป่วย 2๗,3๕๑ คนคิดเป็นอัตราป่วย 8๖๑.๘8 ต่อแสนประชากรปี พ.ศ. 256๕ มีจำนวนผู้ป่วย 28,456 คน คิดเป็นอัตราป่วย 85๕.53ต่อแสนประชากรตามลำดับ
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพสุขภาพตำบลโตนดด้วนมีจำนวนสถิติและอัตราป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงย้อนหลังปีพ.ศ.2563 มีจำนวนผู้ป่วย 828 คน คิดเป็นอัตราป่วย 1,377.31 ต่อแสนประชากร ปีพ.ศ.256๔ มีจำนวนผู้ป่วย ๘๔๙ คน คิดเป็นอัตราป่วย 1,3๓๙.๗๙ ต่อแสนประชากรปีพ.ศ.256๕ มีจำนวนผู้ป่วย 838 คน คิดเป็นอัตราป่วย 1,308.57 ต่อแสนประชากร ตามลำดับ และจำนวนสถิติอัตราป่วยด้วนโรคเบาหวานย้อนหลังปีพ.ศ.2563 มีจำนวนผู้ป่วย 388 คน คิดเป็นอัตรา 1,503.64 ต่อแสนประชากร ปีพ.ศ.256๔ มีจำนวนผู้ป่วย ๔๐๕ คน คิดเป็นอัตรา 1,๔๘๐.๗๕ ต่อแสนประชากร ปีพ.ศ.256๕ มีจำนวนผู้ป่วย ๔๐6 คน คิดเป็นอัตรา 1,๔26.๗6 ต่อแสนประชากร ตามลำดับ จากสถิติดังกล่าว จะเห็นได้ว่ามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นซึ่งส่งผลให้เกิดมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทำให้ประเทศชาติสูญเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน และการติดตามน้ำตาลในเลือดที่ปลายนิ้ว (DTX) ของประชาชนก็มีความสำคัญในการประเมินและคัดกรองเบื้องต้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพสุขภาพตำบลโตนดด้วนมีประชากรในเขตรับผิดชอบจำนวน ๑๑ หมู่บ้าน มีเครื่องเจาะน้ำตาลในเลือดที่ปลายนิ้ว(DTX)จำนวน 6 เครื่องซึ่งไม่เพียงพอ ในการตรวจคัดกรองเชิงรุก เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคเบาหวานของประชากรดังนั้นการส่งเสริมสุขภาพ ให้ประชาชนไม่เป็นโรคเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเพราะทำให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี ลดการสูญเสียงบประมาณในการดูแลการเจ็บป่วยแนวทางการป้องกันและควบคุมโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน และการป้องกันภาวะแทรกซ้อนเมื่อเกิดเป็นโรคแล้วจึงเป็นทางเลือกที่ดี การป้องกันและการควบคุมโรคซึ่งสามารถกระทำได้ทั้งการส่งเสริมสุขภาพ ประชาชนให้มีความรู้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค 3อ.2ส.และการดูแลสุขภาพในระดับบุคคล ครอบครัวและชุมชน

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. 1.เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน
  2. 2.เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง
  3. 3.เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3อ.2ส.ในกลุ่มเสี่ยงเป็นโรคจากการคัดกรอง
  4. 4.เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3อ.2ส.ในกลุ่มสงสัยเป็นโรคจากการคัดกรอง
  5. 5.เพื่อติดตามกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยเบาหวาน (ค่า DTX ≥ ๑๐๐ mg/dl ) มารับการเจาะ FBS หลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
  6. 6.เพื่อติดตามกลุ่มสงสัยความดันโลหิตสูงติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้าน ( HMBP)
  7. 7.เพื่อประเมินโอกาสเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง
  8. 8.. เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานที่มารับบริการที่ รพ.สต.ได้รับบริการตรวจประเมินสุขภาพเท้าตามแนวทางปฏิบัติ
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. คัดกรองโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูงในกลุ่มประชากรกลุ่มอายุ 35 ปี ขึ้นไป กลุ่มเสี่ยงเบาหวาน จำนวน 2,๖59 คน กลุ่มเสี่ยงความดันโลหิตสูง จำนวน 2,๒39 คน
  2. จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและ 3อ.2ส.ในกลุ่มเสี่ยงเป็นโรค จำนวน 1 รุ่น ๆละ จำนวน 5๐ คน
  3. จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและ 3อ.2ส.ในกลุ่มสงสัยเป็นโรค จำนวน 1 รุ่น ๆละ จำนวน ๓๐ คน
  4. กิจกรรมเจาะ FBSกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยเบาหวาน (ค่า DTX ≥ ๑๐๐ mg/dl )หลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จำนวน 360 คน
  5. กิจกรรมติดตามกลุ่มสงสัยความดันโลหิตสูงติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้าน ( HMBP)
  6. กิจกรรมประเมินโอกาสเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง จำนวน ๒28 คน
  7. กิจกรรมตรวจประเมินสุขภาพเท้าตามแนวทางผุ้ป่วยเบาหวานปฏิบัติ ผู้ป่วยเบาหวาน 36 คน ผู้จัดโครงการ 3 คน รวม 39 คน
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

จำนวนประชากรเป็นโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงลดลง