โครงการนักเรียนโรงเรียนวัดคีรีวิหารปลอดเหา 100 %
โครงการนักเรียนโรงเรียนวัดคีรีวิหารปลอดเหา 100 %
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการนักเรียนโรงเรียนวัดคีรีวิหารปลอดเหา 100 % | |
| รหัสโครงการ | L1526 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงเรียนวัดคีรีวิหาร | |
| วันที่อนุมัติ | 18 มกราคม 2566 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 พฤษภาคม 2566 - 30 กันยายน 2566 | |
| งบประมาณ | 28,716.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายชลอ ลัคนาวิวัฒน์ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลเขากอบ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง |
หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ) การดูแลความสะอาดของร่างกายในเด็กวัยเรียนเป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งความสะอาด บริเวณศีรษะ ทั้งนี้ เหาเป็นแมลงขนาดเล็กไม่มีปีก เป็นตัวเบียดเบียนกัดหนังศีรษะ และดูดเลือดเป็นอาหารโดยอาศัยบนศีรษะที่ไม่สะอาด เหามักจะระบาดและแพร่กระจายในกลุ่มนักเรียนก่อนประถมและประถมศึกษา ซึ่งอยู่ในช่วงอายุระหว่าง 4-14 ปี เหาเป็นโรคที่ก่อให้เกิดความรำคาญทำให้ขาดสมาธิในการเรียนและเป็นที่น่ารังเกียจของสังคมรวมทั้งก่อให้เกิดภาวะโลหิตจางได้ด้วย โดยมากนักเรียนที่เป็นเหา มักเป็นผู้ที่มีสุขวิทยาส่วนบุคคล ไม่ถูกต้อง ประกอบกับมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง เหาเป็นโรคที่รักษาได้ง่ายด้วยการดูแลรักษาความสะอาดของศีรษะอย่างสม่ำเสมอ แต่เนื่องจากเหาสามารถติดต่อกันได้ง่าย ทั้งระหว่างนักเรียนด้วยกันและนักเรียนกับบุคคลในครอบครัว การแก้ปัญหาเพื่อตัดวงจรการระบาดของโรคเหาในโรงเรียนคือ ต้องกำจัดเหาและปฏิบัติตนเองอย่างถูกต้องจริงจังเกี่ยวกับการรักษาความสะอาดของเส้นผมและหนังศีรษะ
ด้วยเหตุนี้ โรงเรียนวัดคีรีวิหารเล็งเห็นความสำคัญของการกำจัดเหาของนักเรียน จึงสำรวจได้ว่านักเรียนหญิงเป็นเหามีจำนวน คน 96 คน แบ่งเป็น อนุบาล =15 คน ประถม = 50 คน มัธยม=31 คน จึงได้จัดทำโครงการกำจัดเหาด้วยใบน้อยหน่า โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นมารักษาเด็กในโรงเรียน ซึ่งเป็นโครงการที่มีกิจกรรมรณรงค์เพื่อกำจัดเหาในนักเรียน โดยมุ่งหวังให้นักเรียนกลุ่มเป้าหมายเห็นความสำคัญของการดูแลรักษาความสะอาดของร่างกายและศีรษะ ที่จะช่วยป้องกันโรคเหาและลดการแพร่ระบาดต่อไป
- ข้อที่ 1. เพื่อลดอัตราการเกิดเหาในเด็กวัยเรียน ข้อที่ 2. เพื่อให้นักเรียนหญิงสามารถดูแลรักษาความสะอาดของร่างกายตนเองได้ถูกต้อง
- ลดอัตราการเกิดเหาในเด็กวัยเรียน
- นักเรียนหญิงสามารถดูแลรักษาความสะอาดของร่างกายตนเองได้ถูกต้อง