กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

credit_score
แบบการติดตามประเมินผลการดำเนินกิจกรรมของโครงการ (Process Evaluation)
กิจกรรมระยะเวลาเป้าหมาย/วิธีการผลการดำเนินงานปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข
ตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริง
1. จัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกผักปลอดสารพิษมาใช้ในชีวิตประจำวัน 24 ส.ค. 2566 24 ส.ค. 2566

วิธีดำเนินการ 1. จัดประชุมเจ้าหน้าที่/ผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อวางแผนการทำโครงการ 2. จัดเตรียมข้อมูล/สถานที่/ความพร้อม 3. แจ้งแผนการปฏิบัติงานตามโครงการแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง 4. ดำเนินการตามแผนงานที่วางไว้ 5. ประเมินผลการดำเนินกิจกรรมโครงการ 6. สรุปและรายงานผลการดำเนินโครงการ       รายละเอียดกิจกรรม 1. จัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกผักปลอดสารพิษมาใช้ในชีวิตประจำวัน 2. อธิบาย สาธิตขั้นตอนการเพาะเห็ดนางฟ้า และลงมือปฏิบัติ งบประมาณ     จากงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลยะหา จำนวน 16,890.- บาท รายละเอียดดังนี้ 1. ค่าป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1.2 x 2.4 เมตร เป็นเงิน      800 บาท 2. ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 5 ชั่วโมงๆ ละ 300 บาท เป็นเงิน  1,500 บาท
3. ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 82 คนๆ 1 มื้อ ๆ ละ 50 บาท เป็นเงิน  4,100 บาท
4. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 160 คนๆ 1 มื้อ ๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน  4,000 บาท     ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการดำเนินโครงการ     5.เห็ดนางฟ้า
5.1 ขี้เลื่อย จำนวน 100 กิโลกรัมๆ ละ 2 บาท เป็นเงิน     200 บาท 5.2 คอขวด จำนวน 150 ชิ้นๆละ 1 บาท เป็นเงิน      150 บาท 5.3 ฝาจุก จำนวน 150 ชิ้นๆละ 1 บาท  เป็นเงิน      150 บาท 5.4 กระบะผสมขี้เลื่อย จำนวน     1 อันๆละ 890 บาท เป็นเงิน      890 บาท 5.5 ดีเกลือ จำนวน     1 กิโลกรัมๆละ 50 บาท เป็นเงิน       50 บาท 5.6 ยิปซั่ม จำนวน     1 กิโลกรัมๆละ 50 บาท เป็นเงิน       50 บาท 5.7 อาหารเสริม จำนวน     2 กิโลกรัมๆละ 50 บาท เป็นเงิน    100 บาท 5.8 ปูนขาว จำนวน     3 กิโลกรัมๆละ 20 บาท เป็นเงิน      60 บาท 5.9 รำละเอียด จำนวน   10 กิโลกรัมๆละ 20 บาท เป็นเงิน     200 บาท 5.10 ตะเกียงไฟ จำนวน     2 อันๆละ 200 บาท เป็นเงิน      400 บาท 5.11 แอลกอฮอล์ 70 จำนวน      1 ขวดๆละ 100 บาท เป็นเงิน     100 บาท 5.12 แอลกอฮอล์ 95 จำนวน      1 ขวดๆละ 100 บาท เป็นเงิน      100 บาท /5.13 ถุงเพาะ... 5.13 ถุงเพาะเห็ด จำนวน     2 กิโลกรัมๆ ละ 100 บาท เป็นเงิน      200 บาท 5.14 ฟ้อกกี้ จำนวน     3 อันๆ ละ 50 บาท เป็นเงิน     150 บาท 5.15 เชื้อเห็ดนางฟ้า จำนวน   5 ขวดๆ ละ 30 บาท เป็นเงิน       150 บาท 5.16 ช้อนตักขี้เลื่อย จำนวน   6 คันๆ ละ 30 บาท เป็นเงิน      180 บาท
6. เมล็ดพันธุ์พืช จำนวน  30 ห่อๆ ละ  30 บาท เป็นเงิน      900 บาท 7. ตาข่ายสำหรับพืชไม้เลื้อย จำนวน  1 ม้วนๆ ละ 150 บาท เป็นเงิน       150 บาท 8. คราด จำนวน    2 อันๆ ละ 250 บาท เป็นเงิน      500 บาท 9. ดินถุง/ดินปลูก จำนวน  40 ถุงๆ ละ  35 บาท เป็นเงิน     1,400 บาท 10. แกลบ จำนวน    2 ถุงๆ ละ 45 บาท เป็นเงิน          90 บาท 11. ถุงดำ เป็นเงิน        470 บาท
                                  รวมเป็นเงินทั้งสิ้น    16,890 บาท (เงินหนึ่งหมื่นหกพันแปดร้อยเก้าสิบบาทถ้วน)

เด็กปฐมวัย ถือเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าและความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต แต่ในปัจจุบันเด็กปฐมวัยไม่ค่อยชอบทานผัก หรือถ้าหากได้ทานผัก ผักส่วนใหญ่ผู้ปกครองจะซื้อมาจากตลาด ทำให้เด็กอยู่ในภาวะความเสี่ยงทางด้านสุขภาพอย่างน่าเป็นห่วง เนื่องจากเด็กต้องบริโภคอาหารผัก ที่ไม่ปลอดภัยไม่ปลอดสารพิษ ทำให้มีการสะสมสารพิษภายในร่างกายเป็นระยะเวลานาน อาจก่อให้เกิดภาวะความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยและการเกิดโรคชนิดต่างๆ ได้แนะแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาภาวะความเสี่ยงด้านสุขภาพต้องให้กระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลายที่กระตุ้นให้เด็ก และผู้ปกครอง ได้เห็นคุณค่าและความสำคัญของการดูแลสุขภาพที่สามารถปฏิบัติได้จริงในชีวิตประจำวัน การส่งเสริมกิจกรรมทางสุขภาพที่มีความหลากหลายวิธีควบคู่กันไป จะช่วยสร้างโอกาสให้สุขภาพเด็กไทยได้รับการคุ้มครองอย่างปลอดภัย เด็กปฐมวันในช่วง อายุตั้งแต่ 3-5 ปี ซึ่งเป็นวัยที่ไม่ชอบรับประทานผักและการที่เด็กไม่ชอบกินผักถือเป็นปัญหาที่แก้ยากสำหรับเด็กวัยนี้ ดังนั้น ทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบาโด ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าวจึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมหนูน้อยรักสุขภาพกินผักปลอดสารพิษ เป็นการใช้วิธีการปลูกฝังนิสัยรักการกินผัก โดยเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการปลูก ให้เด็กได้มีส่วนร่วมลงมือปฏิบัติจริง แล้วนำผักเด็กปลูกเองมาทำอาหารให้เด็กรับประทานร่วมกันและก็มีส่วนร่วมในการปรุงอาหารด้วย จะทำให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง และส่งผลให้เด็กมีความรักการกินมากยิ่งขึ้น เพื่อนำผลผลิตที่ได้มาทำเป็นอาหารกลางวันให้แก่นักเรียนได้รับประทานทุกวัน ทำให้นักเรียนได้รับประทานผักที่ปลอดสารผิด เพื่อสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง ตลอดมีสุขอนามัยที่ดีทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา

-

  1. นักเรียนชอบที่จะรับประทานผักมากขึ้น ทำให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง
  2. นักเรียนมีสุขภาวะโภชนาการน้ำหนักและส่วนสูงตามเกณ์มาตรฐาน
  3. นักเรียนได้รับประทานผักที่ปลอดสารพิษ

-