โครงการร่วมใจ สูงวัย ฟันดี
โครงการร่วมใจ สูงวัย ฟันดี
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการร่วมใจ สูงวัย ฟันดี | |
| รหัสโครงการ | 66-L7010-01-06 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี | |
| วันที่อนุมัติ | 13 มีนาคม 2566 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 30 มิถุนายน 2566 - 30 มิถุนายน 2566 | |
| งบประมาณ | 26,191.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวชฎีมาศ ชัยวิริยะวงศ์ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลตะลุปัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี |
ปัจจุบันประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ จากผลการสำรวจสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 8 พ.ศ. 2560 ปัญหาสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุไทยอายุ 60-74 ปี พบว่า ผู้มีฟันถาวรใช้งานได้อย่างน้อย 20 ซี่ ร้อยละ 56.1 ผู้มีฟันถาวรใช้งาน 20 ซี่ และมีฟันหลัง 4 คู่สบ ร้อยละ 39.4 มีปัญหาการสูญเสียฟันทั้งปากร้อยละ 8.7 มีความจำเป็นในการใส่ฟันเทียมบางส่วน ร้อยละ 42.6 ความจำเป็นในการใส่ฟันเทียมทั้งปากร้อยละ 2.7 ผู้ที่มีฟันผุที่ยังไม่ได้รับการรักษา ร้อยละ 52.6 และมีรากฟันผุ ร้อยละ 16.5 ส่วนโรคปริทันต์ พบว่า มีการทำลายของอวัยวะปริทันต์ที่อยู่รอบรากฟันหรือมีร่องลึกปริทันต์ร้อยละ 36.3 โดยมีสภาวะปริทันต์อักเสบรุนแรง ร้อยละ 12.2 ส่วนในผู้สูงอายุตอนปลายอายุ 80 - 85 ปีมีการสูญเสียฟันถาวรเพิ่มขึ้น ผู้ที่มีฟันถาวรใช้งานได้อย่างน้อย 20 ซี่ ร้อยละ 22.4 และมีฟันหลังสบกัน 4 คู่สบ ร้อยละ 12.1 ผู้สูญเสียฟันทั้งปากร้อยละ 31.0 มีรากฟันผุร้อยละ 12.5 และมีความจำเป็นต้องใส่ฟันเทียมทั้งปาก ร้อยละ 13.1
จึงเป็นที่มาของแผนงานทันตสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ ประเทศไทย พ.ศ. 2558 - 2565 เล็งเห็นความสำคัญในการแก้ไขปัญหาสุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุ ซึ่งกำหนดประเด็นปัญหาสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุไว้ 7 ประเด็นสำคัญ โดยมี 6 ประเด็น ระบุไว้ในรายงานขององค์การอนามัยโลกและมีประเด็นที่เพิ่มเติม ดังนี้
1. การสูญเสียฟันและปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการใส่ฟัน
2. ฟันผุและรากฟันผุ
3. โรคปริทันต์
4. แผลและมะเร็งช่องปาก
5. สภาวะน้ำลายแห้ง
6. ฟันสึก
7. สภาวะช่องปากที่สัมพันธ์กับโรคทางระบบของผู้สูงอายุ
นอกจากนี้ จากผลสำรวจการรับรู้และการรับบริการด้านทันตสุขภาพ ด้านการสื่อสารความรู้เกี่ยวกับสุขภาพช่องปาก พบว่า การสื่อสารผ่านบุคลากรสาธารณสุขเป็นช่องทางหลักที่ผู้สูงอายุได้รับความรู้เกี่ยวกับสุขภาพช่องปากมากที่สุด ร้อยละ 54.7 รองลงมาคือโทรทัศน์และอาสาสมัครสาธารณสุขภาคประชาชนร้อยละ 36.2 และ 17.2 ตามลำดับ ส่วนช่องทางออนไลน์ต่างๆและโปสเตอร์/แผ่นพับ/สิ่งพิมพ์ ยังเข้าถึงผู้สูงอายุได้น้อย ร้อยละ 2.4 และ 4.0 ตามลำดับ
จึงเป็นที่มาของโครงการ ร่วมใจ สูงวัย ฟันดี อันเป็นโครงการซึ่งเกิดจากการร่วมแรงร่วมใจกันของบุคลากรสาธารณสุข ภาคประชาชน และการสนับสนุนจากรัฐ เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มผู้สูงวัยมีสุขภาพช่องปากที่ดีในอนาคต โดยจัดอบรมให้ความรู้กลุ่มอาสาสมัครแกนนำสาธารณสุขภาคประชาชน เกี่ยวกับโรคในช่องปากเบื้องต้น โรคทางระบบที่สอดคล้องกับปัญหาสภาวะช่องปากในผู้สูงอายุ รวมถึงวิธีการดูแลทำความสะอาดช่องปาก ทำให้สามารถเป็นตัวกลางสำคัญในการสื่อสารและเข้าถึงกลุ่มผู้สูงอายุในพื้นที่ได้โดยตรง ทำให้ผู้สูงอายุมีโอกาสได้รับความรู้ที่ถูกต้องจากบุคลากรสาธารณสุข ลดข้อจำกัดของผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพร่างกายและเดินทางลำบาก อันเป็นประโยชน์ต่อการดูแลสุขภาพช่องปากและสุขภาพร่างกายต่อไป
- 1 กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขภาคประชาชน ตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคในช่องปากเบื้องต้น โรคทางระบบที่สอดคล้องกับปัญหาสภาวะช่องปากในผู้สูงอายุ รวมถึงวิธีการดูแลทำความสะอาดช่องปากถูกต้อง 2.กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขภาคประชาชน ตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี สามารถแปรงฟันและทำความสะอาดอย่างถูกวิธี
- 1. บรรยายเรื่อง “ปัญหาสุขภาพช่องปากและวิธีการดูแลรักษา”
- ย้อมสีฟันและแปรงฟันอย่างถูกวิธี
- กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขภาคประชาชน ตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคในช่องปากเบื้องต้น โรคทางระบบที่สอดคล้องกับปัญหาสภาวะช่องปากในผู้สูงอายุ รวมถึงวิธีการดูแลทำความสะอาดช่องปากถูกต้อง
- กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขภาคประชาชน ตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี สามารถแปรงฟันและทำความสะอาดอย่างถูกวิธี
- ผู้สูงอายุในตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี มีโอกาสได้รับความรู้และคำแนะนำที่ถูกต้องจากกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขภาคประชาชน