โครงการฝึกอบรมการกำจัดเหานักเรียนในศพด.เกาะสุกร ประจำปี 2566
โครงการฝึกอบรมการกำจัดเหานักเรียนในศพด.เกาะสุกร ประจำปี 2566
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการฝึกอบรมการกำจัดเหานักเรียนในศพด.เกาะสุกร ประจำปี 2566 | |
| รหัสโครงการ | L1479 - 66 - 3 - 6 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลเกาะสุกร | |
| วันที่อนุมัติ | 30 พฤศจิกายน 2565 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 3 ตุลาคม 2565 - 22 กันยายน 2566 | |
| งบประมาณ | 9,395.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางธิดา หูดัง | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลเกาะสุกร อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง |
โรคเหาเป็นโรคที่พบกันบ่อยมากใน กลุ่มนักเรียนตั้งแต่ชั้นปฐมวัยจนถึงประถมศึกษาโดยพบว่ามีนักเรียนติดเหาประมาณ 80 - 90 % เหาเป็นแมลงขนาดเล็กไม่มีปีก เป็นตัวเบียดเบียนกัดหนังศีรษะ และดูดเลือดเป็นอาหาร เหาสามารถติดต่อกันได้ง่าย ทั้งระหว่างนักเรียนด้วยกันและนักเรียนกับบุคคลในครอบครัว การแก้ปัญหาเพื่อตัดวงจรการระบาดของโรคเหาในโรงเรียน คือต้องกำจัดเหาและปฏิบัติตนเองอย่างถูกต้องจริงจังเกี่ยวกับการรักษาความสะอาดของเส้นผมและหนังศีรษะ นอกจากนี้เหายังก่อให้เกิดความรำคาญกับผู้ที่เป็นเหาจากการมีอาการคันศีรษะแล้วยังทำให้เสียสมาธิในการเรียน เสียบุคลิกภาพ และยังเป็นพาหะนำไปติดผู้อื่นต่อไป วิธีการรักษาเหา จะต้องทำการรักษาผู้ที่เป็นเหาและผู้ที่อยู่ใกล้ชิดควบคู่กันไป โดยต้องทำการควบคุมไม่ให้เหาแพร่กระจาย และป้องกันไม่ให้เกิดการติดเหาซ้ำโดย ใช้ยาเพื่อฆ่าเหาซึ่งยามีทั้งในรูปครีม เจล แชมพู หรือโลชั่น ซึ่งวิธีการรักษาเหาในรูปแบบดังกล่าวเป็นวิธีการที่ทำได้ง่าย และเห็นผลชัดเจน ดังนั้น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลเกาะสุกร ได้เล็งเห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพของนักเรียนที่เป็นโรคเหา เพื่อให้ผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจการกำจัดเหาเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลเกาะสุกร ทำให้เด็กมีสมาธิในการเรียนเพิ่มขึ้น และมีบุคลิกภาพดีขึ้น จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นเพื่อกำจัดเหานักเรียนในศูนย์เด็กเล็กตำบลเกาะสุกร
- 1.เพื่อให้ผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจการกำจัดเหาเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลเกาะสุกร 2.เพื่อให้เด็กปฐมวัยมีสมาธิในการเรียนเพิ่มขึ้น 3.เพื่อให้เด็กปฐมวัยมีบุคลิกภาพดีขึ้น
1.นักเรียนในศูนย์เด็กเล็กตำบลเกาะสุกรนักเรียนมีสุขภาพอนามัยที่ถูกต้องและปราศจากเหา 2.นักเรียนมีสมาธิในการเรียนเพิ่มขึ้น 3.นักเรียนมีบุคลิกภาพดีขึ้น