โครงการสาวนสมุนไพรตัวอย่างส่งเสริมการใช้สมุนไพรในตำบลปากแจ่ม
โครงการสาวนสมุนไพรตัวอย่างส่งเสริมการใช้สมุนไพรในตำบลปากแจ่ม
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการสาวนสมุนไพรตัวอย่างส่งเสริมการใช้สมุนไพรในตำบลปากแจ่ม | |
| รหัสโครงการ | 66-L1536-1-004 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปากแจ่ม | |
| วันที่อนุมัติ | 29 มีนาคม 2566 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 2 มกราคม 2566 - | |
| งบประมาณ | 22,575.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางอุษา ทองมุกดากุล( เงินบำรุงจากเงินกองทุนฯสอ.ต.ปากแจ่ม) | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลปากแจ่ม อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง |
หลักการและเหตุผล
พืชสมุนไพรในชุมชน ไม่ได้เป็นเพียงตัวสะท้อนความเป็นอยู่ของคนไทยตามท้องถิ่นเท่านั้นแต่ยังแสดงให้เห็นถึงศิลปะและศาสตร์การใช้สมุนไพรมาเป็นยารักษาโรคของคนในชุมชนท้องถิ่น รวมถึงความรู้ทางโภชนาการสมัยใหม่ ยังแสดงให้เห็นได้ว่าพืชสมุนไพรหลายชนิดมีวิตามิน แร่ธาตุสูง จึงนับเป็นสมุนไพรสุขภาพชั้นดี และเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมขึ้น ทำให้เกิดการพัฒนาในการหลายๆด้าน เพื่อรองรับการเจริญเติบโต ตลอดจนโลกในยุคปัจจุบันเต็มไปด้วยสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษและอาหารการกินที่เสี่ยงต่อการเกิดโรค สมุนไพรเป็นผลผลิตจากธรรมชาติที่มนุษย์นำมาใช้ประโยชน์ เพื่อนำไปใช้ในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งสามารถรักษาโรคบางชนิดได้โดยไม่ต้องใช้ยาแผนปัจจุบัน ซึ่งยาแผนปัจจุบันบางตัวมีราคาแพง แตกต่างจากพืชสมุนไพรที่สามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่นเพราะส่วนใหญ่ได้จากพืชสมุนไพรที่มีอยู่ทั่วไปในชุมชน ใช้เป็นยาบำรุงรักษาให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรง การส่งเสริมให้เยาวชนในท้องถิ่นรู้จักสรรพคุณของพืชสมุนไพร สามารถนำพืชสมุนไพรพื้นบ้านในท้องถิ่นของตนมาใช้ให้เกิดประโยชน์ตามแบบแผนการรักษาของโบราณทำให้มองเห็นคุณค่าและกลับมาดำเนินชีวิตใกล้ชิดกับธรรมชาติ เกิดความภาคภูมิใจในมรดกทางปัญญาเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาชาวบ้าน ในปัจจุบันประชาชนยังรู้จักการนำสมุนไพรพื้นบ้านมาใช้ประโยชน์น้อยมาก เนื่องจากวิธีรักษาโรคกับแพทย์แผนปัจจุบันที่เข้ามานานจึงไม่เคยชินกับวิธีการรักษาแบบโบราณดั้งเดิม ทั้งที่สมุนไพรเหล่านั้นอยู่ใกล้รอบตัวเรา แต่ในปัจจุบันได้กลับมาเป็นที่ยอมรับแล้วว่า ผลที่ได้จากการสกัดสมุนไพรบางชนิดนั้นให้คุณประโยชน์ดีกว่ายาที่ได้จากการสังเคราะห์สารเคมีทางวิทยาศาสตร์ และที่สำคัญประเทศไทยเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์
ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปากแจ่ม ได้จัดทำโครงการสวนสมุนไพรสาธิตส่งเสริมการใช้สมุนไพรในตำบลปากแจ่ม เพื่อตระหนักถึงความสำคัญของพืชสมุนไพรพื้นบ้านซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการรักษาสุขภาพอย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในราคาสูง เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการดูแลสุขภาพเบื้องต้น โดยเน้นพืชสมุนไพรพื้นบ้านในชุมชนใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ เพื่อเจ้าหน้าที่ อสม. ประชาชนในชุมชนตำบลปากแจ่ม และเป็นสื่อด้านสมุนไพรและสามารถนำสมุนไพรในท้องถิ่นมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันตามวิถีพอเพียง นอกจากนี้ยังเป็นการอนุรักษ์พืชสมุนไพรในท้องถิ่นอีกด้วย
3. จัดทำเอกสาร เตรียมอุปกรณ์เครื่องมือที่เกี่ยวข้องในการจัดอบรมและทำสวนสมุนไพร
- กิจกรรมปลูกพืชสมุนไพรตัวอย่างในพื้นที่ รพ.สต.จำนวน 30 ชนิด
- จัดทำป้ายสมุนไพรตัวอย่าง จำนวน 30 ชนิด
- จัดทำป้ายสวนสมุนไพร 1 ป้าย
- ให้ความรู้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การใช้สมุนไพร
- กิจกรรมทำแบบทดสอบความรู้ -ค่าอาหารว่าง 1 มื้อ ราคามื้อละ 25 บาท จำนวน 83 คน เป็นเงิน 2,075 บาท
-ค่าส้อมพรวนดินจำนวน ๑๐ ด้าม ด้ามละ ๖๕ บาท เป็นเงิน ๖๕๐ บาท
-ค่าช้อนพรวนดินจำนวน ๑๐ ด้าม ด้ามละ ๗๕ บาท เป็นเงิน ๗๕๐ บาท
- ค่าปุ๋ยคอกจำนวน ๓๐ กระสอบ กระสอบละ ๙๐ บาท เป็นเงิน ๒,๗๐๐ บาท - ค่าท่อปูนซีเมนกว้าง ๕๓ ซ.ม. สูง ๓๗ ซ.ม. จำนวน ๓๐ ท่อ ท่อละ ๑๓๐ บาท เป็นเงิน ๓,๙๐๐ บาท - ค่าทำป้ายอะคริลิก กว้าง ๒๑ ซม. ยาว ๓0 ซม. ราคาป้ายละ ๒๐๐ บาท จำนวน 30 ป้ายเป็นเงิน ๖,๐๐๐ บาท
- ค่าด้ามแขวนป้ายอะคริลิก สูง ๓0 ซม. ราคาด้ามละ ๕๐ บาท จำนวน 30 ด้าม เป็นเงิน ๑,5๐0 บาท -.ค่าป้าย สวนสมุนไพรตัวอย่างโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปากแจ่ม กว้าง ๒๕ ซม. ยาว 120 ซม. ราคาป้ายละ ๑,๘00 บาท จำนวน 1 ป้าย เป็นเงิน ๑,๘00 บาท
- ค่าเสาปักป้ายอะคริลิก สูง ๑๖๐ ซม. ราคาเสาละ ๑๐๐ บาท จำนวน ๒ เสา เป็นเงิน ๒๐๐ บาท
- ค่าดินใช้ปลูกสมุนไพร 2 เที่ยว ราคาเที่ยวละ 1,500 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
๑ พฤษภาคม – 29 กันยายน ๒๕๖๖
รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 22,๕๗๕ บาท (สองหมื่นสองพันห้าร้อยเจ็ดสิบห้าบาทถ้วน)
- ประชาชนเกิดความตระหนักและให้ความสนใจในการหันมาใช้ยาสมุนไพรในการรักษาโรคเบื้องต้น มีความรู้ และทักษะในการประยุกต์ใช้พืชสมุนไพรในครัวเรือนได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
- สวนสมุนไพรตัวอย่างฯ จะเป็นแหล่งรวบรวมสมุนไพรหายากและสามารถเป็นที่ให้ประชาชนที่สนใจพืชสมุนไพรที่เป็นยาสามัญในครัวเรือน มาขยายพันธุ์ไปปลูกไว้ที่บ้านได้ ตลอดจนเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านพืชสมุนไพรในชุมชนได้ด้วยเช่นกัน