โครงการเปลี่ยนภัยน้ำมันทอดซ้ำ สู่พลังงานทางเลือกไบโอดีเซลตามรอยศาสตร์พระราชา ประจำปี 2566
โครงการเปลี่ยนภัยน้ำมันทอดซ้ำ สู่พลังงานทางเลือกไบโอดีเซลตามรอยศาสตร์พระราชา ประจำปี 2566
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการเปลี่ยนภัยน้ำมันทอดซ้ำ สู่พลังงานทางเลือกไบโอดีเซลตามรอยศาสตร์พระราชา ประจำปี 2566 | |
| รหัสโครงการ | 66-L5312-1-05 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม | |
| วันที่อนุมัติ | 27 มิถุนายน 2566 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มิถุนายน 2566 - 30 กันยายน 2566 | |
| งบประมาณ | 73,300.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายณรงค์ ปากบารา | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล |
- การบริโภคน้ำมันทอดซ้ำของประชาชนในชุมชน ขนาด 60.00
- น้ำมันพืชใช้แล้วในครัวเรือนถูกเท่ทิ้งลงสู่สิ่งแวดล้อมโดยไม่ผ่านการบำบัด ขนาด 60.00
หลักการและเหตุผล
การใช้น้ำมันทอดซ้ำจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ทำให้เกิดการเจริญเติบโตลดลง ตับและไตมีขนาดใหญ่ มีการสะสมไขมันในตับ การหลั่งน้ำย่อยทำลายสารพิษในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นไขมันที่ถูกออกซิไดซ์ปริมาณสูงอาจทำให้ ไลโปโปรตีน ชนิดแอลดีแอล มีโอกาสเกิดอนุมูลอิสระมากขึ้น จึงมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือดได้ ส่วนไอระเหยจากน้ำมันทอดอาหาร หากสูดดมเป็นระยะเวลานานอาจมีอันตรายต่อสุขภาพ เนื่องจากพบความสัมพันธ์ระหว่างการเกิดโรคมะเร็งที่ปอด จากการศึกษาพบว่า มีกลุ่มสารก่อมะเร็งเกิดขึ้นในน้ำมันทอดซ้ำ ได้แก่ กรดไขมันไซคลิก ไตรกลีเซอไรด์อัลดีไฮด์ ไตรกลีเซอไรด์ไฮโดรเปอร์ออกไซด์, อัลดีไฮด์ และ โพลีไซคลิกอะโรเมติกไฮโดรคาร์บอน ดังนั้น การรับประทานอาหารที่มีการใช้น้ำมันทอดซ้ำหรือในน้ำมันที่ใช้ทอดมีปริมาณสารโพลาร์เกินกว่า 25% จะก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อร่างกาย อาทิเช่น ทำให้เกิดโรคหัวใจ ทำให้เกิดโรคมะเร็งปอด มะเร็งตับ และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น
ในปัจจุบันมีการศึกษาทดลองจำนวนมากเกี่ยวกับการนำน้ำมันพืชใช้แล้วมาทำให้เกิดประโยชน์อีกครั้ง เช่น ทำสบู่หรือทำน้ำมันหล่อลื่น โดยผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์ เป็นต้น แต่เรื่องที่น่าสนใจในปัจจุบันคือ การผลิตไบโอดีเซล จากน้ำมันพืชใช้แล้วซึ่งมีข้อดีเหนือปิโตรดีเซลหลายด้านทั้งความปลอดภัย การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตลอดจนแหล่งวัตถุดิบที่มีอยู่จำนวนมากภายในประเทศ ย้อนกลับไปในปี พ..ศ. 2543 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้กองงานส่วนพระองค์ดำเนินการวิจัยใช้น้ำมันปาล์มเป็นเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์ดีเซล และโปรดเกล้าให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องและได้จดสิทธิบัตรกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2544 ซึ่งเป็นบุคคลแรกที่ริเริ่มจัดทำ “ไบโอดีเซล” ในประเทศไทย ต่อมาได้มีกลุ่มบุคคล องค์กรภาครัฐและเอกชน ได้พัฒนาและสานต่อการทำไบโอดีเซลจนเป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้สนใจเกี่ยวกับพลังงานทางเลือก แต่อย่างไรก็ตามยังไม่เป็นที่แพร่หลายในวงกว้างมากนัก
ในเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลปากน้ำ มีจำนวน 7 หมู่บ้าน มีประชากรประมาณ 10,811คน มีครัวเรือน 2,988ครัวเรือน มีสถานประกอบการที่พัก/รีสอร์ท ประมาณ 46 แห่ง, ร้านอาหารประมาณ 50 ร้าน, แผงลอยจำหน่ายไก่ทอด/ปาท่องโก/ของทอดต่างๆ ประมาณ 60 แผง เฉพาะแผงลอยของทอดคาดว่ามีน้ำมันพืชใช้แล้วไม่น้อยกว่าวันละ 250 ลิตร หรือ 7,500 ลิตรต่อเดือนโดยที่น้ำมันใช้แล้วของร้านแผงลอยจะมีพ่อค้ามารับซื้อเพื่อนำไปผลิตไบโอดีเซลส่วนภาคครัวเรือนคาดว่ามีน้ำมันพืชใช้แล้วประมาณวันละ 100 ลิตร หรือ
เดือนละ 3,000 ลิตร หากน้ำมันพืชใช้แล้วของภาคครัวเรือนปล่อยทิ้งลงสู่สิ่งแวดล้อมโดยไม่ผ่านการบำบัดอย่างถูกวิธีย่อมส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวต่อไป ดังนั้น กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนตำบลปากน้ำ จึงมีแนวคิดในการรักษาสิ่งแวดล้อมและลดความเสี่ยงจากการใช้น้ำมันทอดซ้ำในประชาชน ตลอดจนน้อมนำศาสตร์พระราชามาใช้ในการแก้ปัญหาด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในชุมชนต่อไป
- เพื่อช่วยลดปัญหาสุขภาพของประชาชนจากการใช้น้ำมันพืชใช้แล้ว
- เพื่อลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมจากการทิ้งน้ำมันพืชใช้แล้วลงสู่สิ่งแวดล้อม
- เพื่อนำน้ำมันพืชใช้แล้วแปรรูปให้เป็นน้ำมันไบโอดีเซลและนำไปใช้ในหน่วยงาน
- จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้การผลิตไบโอดีเซลตามรอยศาสตร์พระราชา
- จัดกิจกรรมน้ำมันพืชใช้แล้วแลกไข่
- ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชใช้แล้ว
- อบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่องเปลี่ยนภัยจากน้ำมันทอดซ้ำ สู่พลังงานทางเลือกไบโอดีเซลตามรอยศาสตร์พระราชา
ประชาชนลดการใช้น้ำมันทอดซ้ำและลดโอกาสเกิดโรคที่เกิดจากน้ำมันทอดซ้ำ
หน่วยงานมีน้ำมันไบโอดีเซลใช้กับเครื่องพ่นหมอกควัน เครื่องยนต์ทางเกษตร หรือรถบรรทุก
ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสุขภาพของตนเองและสิ่งแวดล้อมรอบตัว
น้ำมันไบโอดีเซลที่ผลิตได้มีคุณภาพตามตามเกณฑ์มาตรฐาน