กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากแก่ประชาชนตำบลนาหมื่นศรี

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากแก่ประชาชนตำบลนาหมื่นศรี
รหัสโครงการ
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาหมื่นศรี
วันที่อนุมัติ 30 มีนาคม 2566
ปี 2566
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 ตุลาคม 2565 - 30 กันยายน 2566
งบประมาณ 95,250.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางจตุพร อ่อนรู้ที่
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลนาหมื่นศรี อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง
ประเด็น
แผนงานสุรา , แผนงานกิจกรรมทางกาย , แผนงานเด็ก เยาวชน ครอบครัว
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

สุขภาพช่องปากจัดเป็นองค์ประกอบหนึ่งของสุขภาพที่พึงประสงค์ ที่ส่งผลกระทบต่อการมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี เพราะปากคือประตูสู่สุขภาพ ปัญหาสุขภาพช่องปากจะส่งผลต่อระบบอื่นๆของร่างกาย เราจำเป็นต้องดูแลสุขภาพช่องปากให้สมบูรณ์ ต้องดูแลตั้งแต่เริ่มแรกและคงสภาพไว้ให้ดี ให้ความสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก ป้องกันการเกิดโรค ซึ่งดีกว่าการรักษา เพราะทำในสภาวะปกติ ไม่เจ็บปวด ดูแลและให้บริการเชิงรุก
ปัญหาทันตสาธารณสุขที่สำคัญของจังหวัดตรังคือ โรคฟันผุ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกกลุ่มอายุของประชาชนผลจากการสำรวจสถานการณ์ทันตสุขภาพของตำบลนาหมื่นศรี ปี ๒๕๖5 เด็กอายุ 18 เดือน มีอัตราการเกิดโรคฟันผุในฟันน้ำนม ร้อยละ 10.53 เด็กอายุ ๓ ปี มีอัตราการเกิดโรคฟันผุในฟันน้ำนม ร้อยละ 30 เด็กอายุ 12 ปี มีอัตราการเกิดโรคฟันผุในฟันแท้ ร้อยละ 28.57 ผู้สูงอายุมีความจำเป็นต้องใส่ฟันเทียมร้อยละ 67
      การดำเนินงานทันตสาธารณสุขจึงต้องกำหนดพัฒนางานทันตสาธารณสุขโดยให้กิจกรรมที่ดำเนินการสอดคล้องกับสาเหตุ ครอบคลุม กลุ่มเป้าหมายด้วยการผสมผสานทั้งการสร้างเสริมป้องกันทันตสุขภาพและการบริการทางทันตกรรมเชิงชุก

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. 1.เพื่อ ส่งเสริม ป้องกันสุขภาพช่องปากทุกกลุ่มวัย ในตำบลนาหมื่นศรีให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ 2.เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยได้เข้าถึงสถานบริการทันตกรรมอย่างทั่วถึง
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. การดำเนินงาน
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑. หญิงตั้งครรภ์มีความรู้ความเข้าใจ ทัศนคติที่ดีและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองและบุตร ๒. เด็กปฐมวัยที่มีฟันผุระยะเริ่มแรกลดลงหลังได้รับการทาฟลูออไรด์วานิชและผู้ปกครองมีความรู้ในการดูแลสุขภาพช่องปากของบุตรมากขึ้น ๓. เด็กนักเรียนมีสุขภาพช่องปากที่ดีขึ้นและปราศจากโรคฟันผุเพิ่มมากขึ้น ๔. กลุ่มวัยทำงานได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากและได้รับบริการทันตกรรมเพิ่มมากขึ้น ๕. ผู้สูงอายุได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากและเข้าถึงบริการมากขึ้น ๖. เกิดการพัฒนาและมีการจัดบริการส่งเสริม ป้องกันในระบบบริการปฐมภูมิ
7.โรคฟันผุลดลง ประชาชนทุกกลุ่มวัยได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและมีคุณภาพชีวิตที่ดี