โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง | |
| รหัสโครงการ | 66-L5177-02-07 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขบ้านพะเนียด ม.4 ต.แค | |
| วันที่อนุมัติ | 13 มีนาคม 2566 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มีนาคม 2566 - 30 กันยายน 2566 | |
| งบประมาณ | 24,050.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางปรีดา หัสเอียด | |
| พื้นที่ดำเนินการ | หมู่ที่ 1-5 ตำบลแค |
- ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ขนาด 35.35
- ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ขนาด 47.25
- ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA) ขนาด 20.25
- ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย ขนาด 23.25
โรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังตลอดชีวิต การรักษาเป็นเพียงแค่การประคับประคองไม่ให้โรคลุกลามขึ้น และผู้ป่วยต้องรับการรักษาต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน หรือส่วนใหญ่ต้องรักษาไปตลอดชีวิต หากไม่ได้รับการรักษาหรือได้รับการรักษาไม่ถูกต้องจะเป็นอันตรายต่อชีวิตผู้ป่วย นอกจากโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานส่งผลต่อสุขภาพทางกายและสุขภาพจิตแล้ว ยังเป็นการสูญเสียทางเศรษฐกิจของตัวผู้ป่วยเอง และส่งผลถึงเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมด้วย และหากผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมโรคได้ ก็จะส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพที่รุนแรงตามมา โรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เป็นภาวะวิกฤตในปัจจุบัน คือ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคมะเร็ง ปัจจัยสำคัญที่เชื่อว่าเป็นสาเหตุของโรคเรื้อรังคือ พฤติกรรมในการดำเนินชีวิตของบุคคลขาดความสมดุล เช่น การรับประทานอาหารไขมันสูง อาหารรสหวานจัดและเค็มจัดความเคยชินต้องประกอบอาชีพนอกบ้านทำให้ไม่มีเวลาในการประกอบอาหารเอง รวมถึงขาดการออกกำลังกาย ไม่สามารถปรับพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกหลักได้อย่างต่อเนื่อง และสม่ำเสมอ ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแค จึงได้จัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงเบาหวานและความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นโครงการที่จัดการความรู้โรคเรื้อรัง ที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้ป่วยมีความตระหนักเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจัดการกับปัจจัยที่เป็นความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนที่ตรวจพบตั้งแต่เริ่มแรก เป็นการชะลอภาวะแทรกซ้อนและลดค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ช่วยให้ผู้ที่เป็นเบาหวานและความดันโลหิตสูงครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดีในภาวะเจ็บป่วย และสามารถดำเนินชีวิตปัจจุบันอย่างเป็นปกติสุข
- เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน
- เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง
- เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA)
- เพื่อแก้ปัญหาผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย
- อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการคัดกรองกลุ่มเสี่ยง
๑ประชากรกลุ่มเสี่ยงมีความรู้ในการดูแลตนเองได้อย่างถูกต้อง ๒ ประชากรกลุ่มเสี่ยงมีพฤติกรรมที่เหมาะสมในการป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและภาวะแทรกซ้อนได้อย่างยั่งยืน ๓ เกิดเครือข่ายกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและภาวะแทรกซ้อน ของกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ