โครงการเสริมสร้างสุขภาพด้วยวิถีแผนไทย
โครงการเสริมสร้างสุขภาพด้วยวิถีแผนไทย
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการเสริมสร้างสุขภาพด้วยวิถีแผนไทย | |
| รหัสโครงการ | 66-L1485-2-46 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านลำปลอก | |
| วันที่อนุมัติ | 16 มิถุนายน 2566 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 พฤษภาคม 2566 - 31 สิงหาคม 2566 | |
| งบประมาณ | 13,450.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายฤทธิพร แก้วพิทักษ์ ประธานชมรม อสม. รพ.สต.บ้านลำปลอก | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลปะเหลียน อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง |
ภูมิปัญญาทางการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้าน ถือเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาอย่างช้านาน ถือเป็นทั้งศาสตร์และศิลปะที่มีมาแต่โบราณ เกิดจากสัญชาตญาณเบื้องต้นของการอยู่รอด ยกตัวอย่างเช่น เมื่อมีอาการปวดเมื่อยหรือเจ็บป่วย ตนเองหรือผู้ที่อยู่ใกล้เคียงมักจะลูบไล้บีบนวดบริเวณดังกล่าว ทำให้อาการปวดเมื่อยลดลง เริ่มแรกก็เป็นไปโดยมิได้ตั้งใจ แต่ต่อมาเมื่อได้เริ่มสังเกตเห็นผลของการบีบนวดในบางจุด หรือบางวิธีที่ได้ผล จึงเก็บไว้เป็นประสบการณ์ และกลายเป็นความรู้ที่สืบทอดกันต่อๆ มา จากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง ความรู้ที่ได้จึงสะสมจากลักษณะง่ายๆ ไปสู่ความสลับซับซ้อน จนสามารถสร้างเป็นทฤษฎีการนวด และกลายมาเป็นศาสตร์แขนงหนึ่งที่มีบทบาทบำบัดรักษาอาการและโรคบางอย่าง หรือแม้กระทั้งในปัจจุบันที่ผู้คนหันมาสนใจด้านสมุนไพรมากขึ้น จากการทานยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจรเพื่อบรรเทาอาการและรักษาอาการจากโรคโควิด19 ก็เป็นอีกตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงคุณค่าทางศาสตร์และศิลป์ทางการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้าน ที่ควรจะถูกส่งต่อ สร้างความเข้าใจ และนำมาปฏิบัติให้เป็นกิจวัตรมากขึ้น ดังนั้น ทางชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขตำบลบ้านลำปลอก จึงจัดทำ “โครงการเสริมสร้างสุขภาพด้วยวิถีแผนไทย” เพื่อช่วยส่งเสริมให้คนในชุมชนมีความเข้าใจในศาสตร์แพทย์แผนไทยและแพทย์พื้นบ้านมากขึ้น สามารถนำสมุนไพรมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต เพื่อป้องกันและลดการเกิดการเจ็บป่วยจากโรคภัยต่างๆ รวมทั้งเพื่อบำบัดอาการที่เป็นอยู่หรือแม้กระทั่งส่งเสริมให้ผู้อื่นมีสุขภาพที่ดีขึ้นด้วยศาสตร์แพทย์แผนไทยและแพทย์พื้นบ้าน อีกประการหนึ่งอันเนื่องด้วยชุมชนตำบลบ้านลำปลอกล้วนประกอบอาชีพเกษตรกรรม เช่นสวนผลไม้และสวนยางพารา ซึ่งทำให้อัตราการเจ็บป่วยด้วยอาการทางกล้ามเนื้อและกระดูกสามารถพบได้ในคนทุกกลุ่มวัย ซึ่งหากประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลตัวเองมากขึ้น ย่อมทำให้อัตราการเจ็บป่วยลดลง ซึ่งจะถือเป็นเรื่องดีทั้งต่อชุมชนและต่อประชากรต่อไปในอนาคต
- 1. เพื่อสร้างแกนนำชุมชนให้มีความรู้ความสามารถด้านการนวดแผนไทยโดยใช้สมุนไพร
- 2. เพื่อให้เกิดทักษะด้านการนวดแผนไทย สามารถนำไปใช้รักษาโรคเบื้องต้นได้
- 3. เพื่อพัฒนาองค์ความรู้เรื่องการผลิตและใช้สมุนไพรในท้องถิ่น
2.1 สำรวจข้อมูลการเจ็บป่วยของประชาชน ในพื้นที่เขตรับผิดชอบ 2.2 จัดทำโครงการ เสนอเพื่อพิจารณา 2.3 จัดทำแผนการดำเนินงานตามโครงการ 2.4 ดำเนินการตามโครงการ 2.4.1 จัดอบรมให้ความรู้เบื้องต้นด้านการใช้สมุนไพร การทำผลิตภัณฑ์ และการนวด 2.4.2 ฝึกปฏิบัติด้านการทำยาสมุนไพร และการนวดแผนไทย 2.5 สรุป/ประเมินผลการดำเนินงาน และนำเสนอผลการดำเนินงาน แนวทางการพัฒนา
(1) มีแกนนำชุมชนให้มีความรู้ความสามารถด้านการนวดแผนไทยโดยใช้สมุนไพร (2) ประชาชนมีทักษะด้านการนวดแผนไทยสามารถนำไปใช้รักษาโรคเบื้องต้นได้ (3) ประชาชนมีองค์ความรู้เรื่องการผลิตและใช้สมุนไพรในท้องถิ่น