ร่วมสร้างสุข ลดความทุกข์เพื่อชีวิตที่ยืนยาวของประชาชน
ร่วมสร้างสุข ลดความทุกข์เพื่อชีวิตที่ยืนยาวของประชาชน
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | ร่วมสร้างสุข ลดความทุกข์เพื่อชีวิตที่ยืนยาวของประชาชน | |
| รหัสโครงการ | 66-L5178-2-09 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข รพ.สต.บ้านตรับ | |
| วันที่อนุมัติ | 14 กรกฎาคม 2566 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 9 สิงหาคม 2566 - 18 ตุลาคม 2566 | |
| งบประมาณ | 33,695.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสุกัญญา เอียดวารี | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลจะโหนง อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา |
- ร้อยละของวัยทำงานมีความสุข ขนาด 73.80
- เครือข่ายสร้างสุข ลดทุกข์ ในชุมชน ขนาด 0.00
ปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพจิตของบุคคลสามารถแบ่างเป็นปัจจัยภายใน เช่น ลักษณะนิสัย การจัดการปัญหา เป้นต้น ส่วนปัจจัยภายนอกและสภาพแวดล้อม เช่น ปัญหาสัมพันธภาพในครอบครัว เศรษฐกิจ ภาระหนี้สิน ปัญหาการเมือง การไม่มีที่อยุู่อาศัย ปัญหาอาญากรรมและสารเสพติด เป็นต้น โดยปัญหาสุขภาพจิตของบุคคลจะแตกตางกันในแต่ละช่วงวัย ตั้งแต่วัยเด้ก วัยรุ่น วัยผุ้ใหญ่ และวัยผู้สูงอายุ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเสี่ยงที่มีแนวโน้มที่จะเกิดสุขชภาพจิตที่พบบ่อย ได้แก่ ผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้พิการ เป็นต้น เนื่องจากข้อกำจัดในการดำรงชีวิตเพิ่มมากขึนกว่าบุคคลทั่วไป จึงทำให้เกิดปัญหาความเครียดหรือปัญหาสุขภาพจิตอื่นได้ง่ายกว่าบุคคลทั่วไป การส่งเสริมสุขภาพจิตสำหรับกลุ่มเสี่ยงเป็นส่วนทีสำคัญที่จะต้องป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพจิตให้ลดน้อยลงได้ ปัจจุบันปัญหาสุขภาพจิตและการป่วยทางจิตกลายเป็นปัญหาอีกปัญหาที่สำคัญของประเทศ ส่วนหนึ่งอาจเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่แตกต่างกันไป ทำให้บุคคลเกิดความเครียดได้ง่ายและเจ็บป่วยทางจิต สถิติการเจ็บป่วยด้วยโรคทางจิตเวช 5 อันดับแรกในประเทศไทย ได้แก่ โรคซึมเศร้า โรคจิตเภท โรควิตกกังวล โรคจิตเวชเนื่องมาจากสารเสพติด และโรคอารมณ์แปรปรวนสองขั้ว ตามลำดับจากสาเหตุของความเครียด ความกังวลของกลุ่มวัยทำงานรวมทั้งกลุ่มวัยอื่นด้วยมาจากสาเหตุสำคัญหลายประการ ที่ครอบคลุมทั้งมิติทางรายได้และอาชีพ มิติสุขภาพประจำตัว จำเป็นต้องการการสนับสนุนการทำงานจากหลายภาคส่วน หลากหลายความเชี่ยวชาญ หลากหลายการสนับสนุน และหลากหลายกลุ่มเป้าหมาย การทำงานโดยยึดพื้นที่ และเหตุแห่งความเครียด ความทุกข์เป็นหลักจะต้องมีการสาน เชื่อม หรือส่งต่อในทุกระดับกับหน่วยงาน บุคคลหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นๆ บทบาทของกลไกการขับเคลื่อนงานต้องทำหน้าที่เชื่อมร้อยทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่เข้ามาหนุนเสริมกระบวนการทำงานที่สอดคล้องกับบริบท จังหวะและโอกาสที่เหมาะสมจึงจะสามารถขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพจิตเชิงรุกบรรลุผลและเพิ่มสุข ลดทุกข์ให้กับตนเอง ครอบครัว และชุมชนร่วมกัน การทำหน้าที่เอื้ออำนวยให้เกิดกระบวนการตั้งแต่การปรับกรอบคิดกับผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ ทุกภาคส่วน การกระตุ้นและสร้างแรงจูงใจ การติดตมาเยี่ยมบ้านให้คำปรึกษา รวมถึงการสร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกันทั้งในระดับพื้นที่และระดับนโยบายเพื่อการหนุนเสริมการทำงานร่วมกัน
- เพิ่มร้อยละของประชาชนมีความสุข
- เพื่อเพิ่มเครือข่ายสร้างสุข ลดทุกข์ ในชุมชน
- ประชุมคณะทำงานและคัดเลือกอาสาสมัครแกนนำเครือข่ายเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาสุขภาพจิตในชุมชน
- พัฒนาศักยภาพแกนนำ และเครือข่ายป้องกันและเฝ้าระวังทางสุขภาพจิตในการค้นหาและเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพจิต
- ประเมินคัดกรองความเครียดแก่กลุ่มเป้าหมายก่อนและหลังการดำเนินการ
- อบรมเชิงปฏิบัติการเพิ่มทักษะการจัดการความเครียดและการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นส่งเสริมการเห็นคุณค่าแห่งตน/การใช้เวลาว่าง/การสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน
- ติดตามเยี่ยมเพื่อเสริมพลังแก่ผู้มีปัญหาความเครียด
- เวทีถอดบทเรียนความสำเร็จของโครงการ
- ประชาชนมีการจัดการความเครียดของตนเองได้ดีส่งผลให้มีสุขภาพจิตที่ดี อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข