ร่วมสร้างสุข ลดความทุกข์เพื่อชีวิตที่ยืนยาวของประชาชน
-
นางสุกัญญา เอียดวารี 084-0686597
-
นางหรอปิหย๊ะ ศิริภานนท์ 097-2728510
-
นางสายพิณ จันทองสุก 066-0035314
-
นางสุรินทร์ ไชยรัตน์ 089-8783399
-
นางพยอม จันทรักษ์ 080-0367501
-
ร้อยละของวัยทำงานมีความสุข73.80
-
เครือข่ายสร้างสุข ลดทุกข์ ในชุมชน0.00
ปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพจิตของบุคคลสามารถแบ่างเป็นปัจจัยภายใน เช่น ลักษณะนิสัย การจัดการปัญหา เป้นต้น ส่วนปัจจัยภายนอกและสภาพแวดล้อม เช่น ปัญหาสัมพันธภาพในครอบครัว เศรษฐกิจ ภาระหนี้สิน ปัญหาการเมือง การไม่มีที่อยุู่อาศัย ปัญหาอาญากรรมและสารเสพติด เป็นต้น โดยปัญหาสุขภาพจิตของบุคคลจะแตกตางกันในแต่ละช่วงวัย ตั้งแต่วัยเด้ก วัยรุ่น วัยผุ้ใหญ่ และวัยผู้สูงอายุ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเสี่ยงที่มีแนวโน้มที่จะเกิดสุขชภาพจิตที่พบบ่อย ได้แก่ ผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้พิการ เป็นต้น เนื่องจากข้อกำจัดในการดำรงชีวิตเพิ่มมากขึนกว่าบุคคลทั่วไป จึงทำให้เกิดปัญหาความเครียดหรือปัญหาสุขภาพจิตอื่นได้ง่ายกว่าบุคคลทั่วไป การส่งเสริมสุขภาพจิตสำหรับกลุ่มเสี่ยงเป็นส่วนทีสำคัญที่จะต้องป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพจิตให้ลดน้อยลงได้ ปัจจุบันปัญหาสุขภาพจิตและการป่วยทางจิตกลายเป็นปัญหาอีกปัญหาที่สำคัญของประเทศ ส่วนหนึ่งอาจเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่แตกต่างกันไป ทำให้บุคคลเกิดความเครียดได้ง่ายและเจ็บป่วยทางจิต สถิติการเจ็บป่วยด้วยโรคทางจิตเวช 5 อันดับแรกในประเทศไทย ได้แก่ โรคซึมเศร้า โรคจิตเภท โรควิตกกังวล โรคจิตเวชเนื่องมาจากสารเสพติด และโรคอารมณ์แปรปรวนสองขั้ว ตามลำดับจากสาเหตุของความเครียด ความกังวลของกลุ่มวัยทำงานรวมทั้งกลุ่มวัยอื่นด้วยมาจากสาเหตุสำคัญหลายประการ ที่ครอบคลุมทั้งมิติทางรายได้และอาชีพ มิติสุขภาพประจำตัว จำเป็นต้องการการสนับสนุนการทำงานจากหลายภาคส่วน หลากหลายความเชี่ยวชาญ หลากหลายการสนับสนุน และหลากหลายกลุ่มเป้าหมาย การทำงานโดยยึดพื้นที่ และเหตุแห่งความเครียด ความทุกข์เป็นหลักจะต้องมีการสาน เชื่อม หรือส่งต่อในทุกระดับกับหน่วยงาน บุคคลหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นๆ บทบาทของกลไกการขับเคลื่อนงานต้องทำหน้าที่เชื่อมร้อยทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่เข้ามาหนุนเสริมกระบวนการทำงานที่สอดคล้องกับบริบท จังหวะและโอกาสที่เหมาะสมจึงจะสามารถขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพจิตเชิงรุกบรรลุผลและเพิ่มสุข ลดทุกข์ให้กับตนเอง ครอบครัว และชุมชนร่วมกัน การทำหน้าที่เอื้ออำนวยให้เกิดกระบวนการตั้งแต่การปรับกรอบคิดกับผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ ทุกภาคส่วน การกระตุ้นและสร้างแรงจูงใจ การติดตมาเยี่ยมบ้านให้คำปรึกษา รวมถึงการสร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกันทั้งในระดับพื้นที่และระดับนโยบายเพื่อการหนุนเสริมการทำงานร่วมกัน
-
เพิ่มร้อยละของประชาชนมีความสุข88.00
ร้อยละของประชาชนมีความสุขเพิ่มข้น
-
เพื่อเพิ่มเครือข่ายสร้างสุข ลดทุกข์ ในชุมชน1.00
เครือข่ายสร้างสุข ลดทุกข์ ในชุมชนเพิ่มขึ้น
-
กลุ่มวัยทำงาน45
-
กลุ่มผู้สูงอายุ15
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง20
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมคณะทำงานและคัดเลือกอาสาสมัครแกนนำเครือข่ายเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาสุขภาพจิตในชุมชน
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 25 คน ๆละ 25 บาท เป็นเงิน 625 บาท
15 สิงหาคม 2566 ถึง 15 สิงหาคม 2566แผนการดำเนินงาน จำนวนอาสาสมัครแกนนำ
625.00 บาท -
พัฒนาศักยภาพแกนนำ และเครือข่ายป้องกันและเฝ้าระวังทางสุขภาพจิตในการค้นหาและเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพจิต
ผู้เข้าอบรม 30 คน วิทยากรกระบวนการ 2 คน คณะทำงานเจ้าหน้าที่ 4 คน
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 36 คน ๆละ 2 มื้อ ๆละ 25 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 36 คน ๆละ 1 มื้อ ๆละ 65 บาท เป็นเงิน 2,340 บาท
ค่าตอบแทนวิทยากรกลุ่ม 2 คน ๆละ 5 ชั่วโมง ๆละ 600 บาท เป็นเงิน 6,000 บาท
ค่าเอกสารและวัสดุการอบรม (แฟ้ม ปากกา สมุด และเอกสาร) จำนวน 36 คน ๆละ 30 บาท เป็นเงิน 1,080 บาท
- ค่าป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1*2.5 เมตร เป็นเงิน 375 บาท
24 สิงหาคม 2566 ถึง 24 สิงหาคม 2566- กลุ่มกลุ่มเครือข่ายแกนนำ ฯ
- แกนนำเครือข่ายการป้องกันและเฝ้าระวังทางสุขภาพจิต มีความรู้ความเข้าใจและสามารถให้คำแนะนำได้
11595.00 บาท -
ประเมินคัดกรองความเครียดแก่กลุ่มเป้าหมายก่อนและหลังการดำเนินการ
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับคณะทำงานและเครือข่าย ฯ จำนวน 30 คน ๆละ 25 บาท เป็นเงิน 750 บาท
- แบบประเมินความสุขและแบบประเมินความเครียด จำนวน 100 ชุด ๆละ 3 บาท เป็นเงิน 300 บาท
1 กันยายน 2566 ถึง 10 กันยายน 2566- ผู้ที่ได้รับการประเมินความเครียด
1050.00 บาท -
อบรมเชิงปฏิบัติการเพิ่มทักษะการจัดการความเครียดและการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นส่งเสริมการเห็นคุณค่าแห่งตน/การใช้เวลาว่าง/การสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน
ผู้เข้าอบรม 60 คน วิทยากรกลุ่ม 2 คน คณะทำงานเจ้าหน้าที่ 4 คน
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 66 คน ๆละ 2 มื้อ ๆละ 25 บาท เป็นเงิน 3,300 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 66 คน ๆละ 1 มื้อ ๆละ 65 บาท เป็นเงิน 4,290 บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากรกลุ่ม 2 คน จำนวน 5 ชั่วโมง ๆละ 600 บาท เป็นเงิน 6,000 บาท
- ค่าเอกสารและวัสดุการอบรม (แฟ้ม ปากกา สมุด เอกสาร) จำนวน 60 คน ๆละ 40 บาท เป็นเงิน 2,400 บาท
- แบบประเมินความสุขและแบบประเมินความเครียด จำนวน 60 ชุด ๆละ 3 บาท เป็นเงิน 180 บาท
- กระดาษบรู๊ป จำนวน 30 แผ่น ๆละ 5 บาท เป็นเงิน 150 บาท
- ปากกาเคมี 20 ด้าม ๆละ 15 บาท เป็นเงิน 300 บาท
12 กันยายน 2566 ถึง 12 กันยายน 2566- ผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจ ในการจัดการความเครียดตนเองได้ถูกต้องและเหมาะสม
16620.00 บาท -
ติดตามเยี่ยมเพื่อเสริมพลังแก่ผู้มีปัญหาความเครียด
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 30 คน ๆละ 25 บาท เป็นเงิน 750 บาท
- แบบประเมินความสุขและแบบประเมินความเครียด จำนวน 60 ชุด ๆละ 3 บาท เป็นเงิน 180 บาท
1 ตุลาคม 2566 ถึง 10 ตุลาคม 2566- ร้อยละของผู้มีปัญหาความเครียดได้รับการเยี่ยมเสริมพลัง
930.00 บาท -
เวทีถอดบทเรียนความสำเร็จของโครงการ
ผู้เข้าอบรม 40 คน ผู้ดำเนินรายการ 1 คน คณะทำงานเจ้าหน้าที่ 4 คน
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 45 คน ๆละ 1 มื้อ ๆละ 25 บาท เป็นเงิน 1,125 บาท
- ค่าตอบแทนผู้ดำเนินรายการ 1 คน จำนวน 3 ชั่วโมง ๆละ 500 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
- กระดาษบรู๊ป จำนวน 20 แผ่น ๆละ 5 บาท เป็นเงิน 100 บาท
- ปากกาเคมี 10 ด้าม ๆละ 15 บาท เป็นเงิน 150 บาท
8 พฤศจิกายน 2566 ถึง 8 พฤศจิกายน 2566การมีส่วนร่วมของประชาชนในการถอดบทเรียนความสำคัญ
ผลสำเร็จของการถอดบทเรียน
2875.00 บาท
*** ทุกรายการเฉลี่ยกันได้ ***
- ประชาชนมีการจัดการความเครียดของตนเองได้ดีส่งผลให้มีสุขภาพจิตที่ดี อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
