โครงการลดบุหรี่ด้วยลูกอมหญ้าดอกขาว
โครงการลดบุหรี่ด้วยลูกอมหญ้าดอกขาว
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการลดบุหรี่ด้วยลูกอมหญ้าดอกขาว | |
| รหัสโครงการ | 66-L5175-01-01 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลคลองเปียะ | |
| วันที่อนุมัติ | 23 มีนาคม 2566 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 พฤษภาคม 2566 - 30 กันยายน 2566 | |
| งบประมาณ | 18,645.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางนิสากร ดำราช | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลคลองเปียะ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา |
- ร้อยละของการสูบยาสูบของผู้ใหญ่ อายุ 25 ปีขึ้นไปในชุมชน ขนาด 70.25
- ร้อยละของการสูบยาสูบในเด็กและเยาวชนอายุไม่เกิน 25 ปี ขนาด 15.15
ปัจจุบันปัญหาจากการสูบบุหรี่ทำให้เกิดผลกระทบในระบบสุขภาพของประชาชนทั้งทางตรงือผู้สูบเอง และทางอ้อมผู้ที่รับพิษจากวันบุหรี่ที่ผู้ใกล้ชิดเป็นผู้สูบบุหรี่มือสองทั้งที่ประเทศไทยมีการรณรงค์ควบคุมการบริโภคยาสูบเกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ พ.ศใ 2517 แต่ในปีพ.ศ.2551 บุหรี่คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกมากกว่า 5 ล้านคน ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่มากกว่าผู้เสียชีวิตจากโรควัณโรคโรคเอดส์และไข้มาลาเรียรวมกันและคาดว่าในปี พ.ศ.2573 จำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดจะเพิ่มขึ้นเป็น 8 ล้านคนต่อปีโดยพบว่ามะเร็งมีอุบัติการณ์สูงขึ้นในผู้สูบบุรี่ได้แก่มะเร็งปอดที่เป็นมะเร็งที่พบบ่อยในผู้ชายไทยอีกทั้ง การสูบบุหรี่อย่างต่อเนื่องจะทำให้ผู้สูบเกิดภาวะหลอดเลือดตีบตันและเกิดปัญหาการสูญเสียการทำงานของหลอดเลือดโคโรยารีที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัใจการสูบบุหรี่ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบและกล้ามเน้อหัวใจตายจากการชาดเลือดไปเลี้ยงทำให้ผู้ป่วยมีอาการแน่นหน้าอกและหัวใจวายโรความดันโลหิตสูงและหัวใจเต้นผิดปกติ ผู้ที่ได้รับควันบุหรี่จากสิ่งแวดล้อมจะมีโอกาสเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดมากกว่าคนที่ไม่เคยได้รับ 1.3 เท่า และจะมีโอกาสเกิดโรคมะเร็งปอดได้มากขึ้นประมาณ 1.8 เท่าโดยกลุ่มผู้ที่มีความสเี่ยงเป็นพิเศษในการได้ับควันบุหรี่จากสิ่งแวดล้อมได้แก่ทารกในครรภ์และเด็กหากมารดาตั้งครรภ์สูบบุหรี่หรือได้รับควันดังกล่าวจะมีโอกาสเกิดผลเสียต่อทารกในครรภ์และเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์สูงเช่นทารกน้ำหนักตัวน้อยคลอดก่อนกำหนดเด็กทารกได้ับควันดังกล่าวจะมีโอกาเกิดภาวะไหลตายปอดอักเสบติดเชื้อโรคภูมิแพ้โรคหอบหืดได้มากกว่าเด็กทั่วไปสำนักงานสถิติแห่งชาตได้สำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่ ปี2557 พบว่าจำนวนประชากรมีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป 54.8 ล้านคนเป็นผู้สูบบุหรี่ 11.4 ล้านคน(ร้อยละ 20.7)เป็นผู้สูบบุหรี่ประจำ 10 ล้านคน(ร้อยละ18.2 ) สูบนานๆครั้ง 1.4 ล้านคน(ร้อนละ 2.5) ในกลุ่มวัยทำงาน(25 -59 ปี) มีอัตราการสูบบุหรี่สูงสุด(ร้อยละ 23.5)รองลงมากลุ่มผู้สูงอายุ(60 ปีขึ้นไป) และกลุ่มเยาวชน(15 - 24 ปี) (ร้อยละ 16.6 และ 14.7 ตามลำดับ) ผู้ชายสูบบุหรี่มากกว่าผู้หญิง 18.4 เท่า (ร้อยละ 40.5 และ 22 ตามลำดับ) เมื่อเปรียบเทียบกับปั 2556 พบว่าเพศชายและหญิงมีอัตราการสูบบุหรี่เพิ่มสูงขึ้นและทุกกลุ่มมีอายุเฉลี่ยที่เริ่มสูบบุหรี่น้อยลงโดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน 15-24 ปีเริ่มสูบบุหรี่อายุน้อยลงค่อนข้งมากกว่ากลุมอิื่นคือจากปี 2550 เยาวชนเริ่มสูบบุหรี่เมื่ออายุ 16.8ปี ในปี 2557 ลดลงเป็นอายุ 15.6 ปีขี้ให้เห็นว่าอายุของนักสูบบุหรี่หน้าใหม่มีอายุน่้อยลง จึงต้องมีมาตรการเฝ้าระวังในกลุ่มเยาวชนมากขึ้นและในประเทศไทยมีนเสียชีวิตจากโรคที่เกิดจากบุหรี่คิดเป็นร้อยละ 12 รพ.สต.คลองเปียะได้เล็งเห็นถึงปัญหาการสูบบุหรี่ซึ่งยังมีอยู่เป็นจำนวนมากสมควรที่จะต้องดำเนินการแก้ไขจึงได้จัดทำโครงการลด ละ เลิกบุหรี่ขึ้นเนื่องจากบุหรี่เป้นปัจจัยเสี่ยงของการเสียชีวิติันดับต้นของคนไทยที่สามารถป้องกันได้โดยช่วยเหลือให้ผู้สูบบุหรี่เลิกสูบและป้องกันหรือลดจำนวนนักสูบหน้าใหม่ให้ห่างไกลจากการสูบบุหรี่
- เพื่อลดการสูบยาสูบของผู้ใหญ่ อายุ 25 ปีขึ้นไปในชุมชน
- เพื่อลดการสูบยาสูบของเด็กและเยาวชน อายุไม่เกิน 25 ปีในชุมชน
- ประชุมคณะทำงานและผู้เกี่ยวข้องเพื่อชี้แจงโครงการและวางแผนการดำเนินงาน
- จัดตั้งเครือข่ายเพื่อการจัดการควบคุมยาสูบในชุมชน
- อาสาสมัครเครือข่ายจัดการควบคุมยาสูบโดยการเก็บข้อมูลและรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการเลิกบุหรี่
- จัดการอบรม ลด ละ เลิก บุหรี่ เพื่อตนเองและคนรอบข้าง
- ถอดบทเรียนความสำเร็จของโครงการ ลด ละ เลิกบุหรี่โดยการใช้ลูกอมหญ้าดอกขาว และมอบใบประกาศเกียรติบัตร สำหรับบุคคลดีเด่นที่เลิกบุหรี่ได้สำเร็จ
- การบำบัด รักษา การเลิกบุหรี่ในคลินิกเลิกบุหรี่ รพ.สต.คลองเปียะ
ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยกันได้
-ปริมาณผู้สูบบุหรี่ลดน้อยลง -ผู้สูบบุหรี่เกิดความตระหนักและเห็นความสำคัญถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อสุขภาพจากการสูบบุหรี่ทั้งต่อตนเองและคนรอบข่้างมากขึ้น