โครงการส่งเสริมสุขภาพจิตและเฝ้าระวังการฆ่าตัวตาย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหัวถนน
โครงการส่งเสริมสุขภาพจิตและเฝ้าระวังการฆ่าตัวตาย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหัวถนน
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมสุขภาพจิตและเฝ้าระวังการฆ่าตัวตาย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหัวถนน | |
| รหัสโครงการ | 67-50105-01-09 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหัวถนน | |
| วันที่อนุมัติ | 15 ธันวาคม 2566 | |
| ปี | 2567 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 5 มกราคม 2567 - 31 สิงหาคม 2567 | |
| งบประมาณ | 11,190.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายเลอศักดิ์ จันทร์น้อย | |
| พื้นที่ดำเนินการ |
- ร้อยละของผู้ใหญ่ อายุ 26-60 ปี ที่มีความเครียดระดับปานกลางถึงมาก ขนาด 5.00
- ร้อยละของผู้สูงวัย อายุ 60 ปีขึ้นไป ที่มีความเครียดระดับปานกลางถึงมาก ขนาด 10.00
เนื่องจากสภาพทางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน ทำให้โรคซึมเศร้าเป็นปัญหาสุขภาพจิตที่มีความรุนแรงและเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อตนเอง ครอบครัวและสังคมอย่างกว้างขวาง โรคซึมเศร้าเป็นปัจจัยสำคัญของการฆ่าตัวตาย ผลวิจัยส่วนใหญ่พบว่าเพศหญิงมีอัตราการป่วยเป็นโรคซึมเศร้าได้มากกว่าเพศชาย แต่ทว่าอัตราการฆ่าตัวตายในเพศชายมีจำนวนมากกว่า ซึ่งเมื่อเพศชายเกิดอาการเครียดหรือซึมเศร้าขั้นรุนแรงช่วงปีที่ผ่านมาคนไทยพยายามฆ่าตัวตายชั่วโมงละ 6 คนหรือทั้งปีมากกว่า 53,000 คนและเสียชีวิตราว 4,000 คนจากข้อมูลการปฏิบัติงานในปี 2566 เขต รพ.สต.บ้านหัวถนน ปีงบประมาณ 2566 มีการฆ่าตัวตายสำเร็จ 1 ราย โดยเป้าหมายที่กระทรวงตั้งไว้ไม่เกิน 8 ต่อแสนประชากร ปัญหาพบว่าการเข้าถึงการบริการโรคซึมเศร้ามีน้อย และการคัดกรองโรคซึมเศร้าของประชากรในเขตพื้นที่รับผิดชอบมีน้อย อสม.ไม่สามารถช่วยเจ้าหน้าที่ในการคัดกรองเบื้องต้นได้ ผู้ป่วยที่เข้าถึงบริการส่วนใหญ่คือผู้ป่วยโรคจิตจากสารเสพติดที่สูญเสียความสามารถในการควบคุมตัวเองก่อให้เกิดอันตรายทั้งต่อตนเอง ชุมชน สังคม เป็นผู้ป่วยที่เข้าถึงบริการเมื่อมีอาการรุนแรงจนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ไม่ได้พบจากการคัดกรอง ส่วนผู้ป่วยโรคซึมเศร้า พบว่าผู้ป่วยหรือญาติจะมารับยาในช่วงที่มีอาการ เมื่อมีอาการดีขึ้นก็จะไม่มาตามนัดขาดการรักษาต่อเนื่องส่งผลให้ผู้ป่วยขาดยาและผู้ป่วยโรคจิตเวชมีอาการทางจิตกำเริบซ้ำ การดูแลเฝ้าระวังป้องกันปัญหาการฆ่าตัวตาย เขตรับผิดชอบของ รพ.สต.บ้านหัวถนน มีความครอบคลุมการคัดกรองกลุ่มเป้าหมายอยู่ในเกณฑ์น้อย คิดเป็นร้อยละ 40.49 ทำให้การเข้าถึงบริการน้อยไปด้วย ผู้รับผิดชอบงานสุขภาพจิตร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องจึงร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาการเพื่อหาแนวทางแก้ไข ซึ่งจากการศึกษาหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาการฆ่าตัวตายสำเร็จนั้น พบว่ามีผลการศึกษาทางวิชาการรายงานไว้ว่า "การป้องกันโรคซึมเศร้าที่ได้ผลคือ Early detection และให้การช่วยเหลือทันทีตั้งแต่เริ่มมีอาการโดยมีเครื่องมือประเมินที่ง่ายและมีความไวในการประเมิน ใช้ง่ายเหมาะสมสำหรับใช้ในชุมชนโดยอาสาสมัครสาธารณสุข(อสม.)แกนนำชุมชนหรือประชาชนทั่วไปก็สามารถนำมาใช้ในการประเมินตนเองได้ด้วยตนเอง" เครื่องมือที่กล่าวถึงเรียกว่า แบบประเมินคัดกรองกลุ่มเสี่ยงที่มีความคิดฆ่าตัวตายหรือ 2Q Plus ของกรมสุขภาพจิต ดังนั้น เพื่อการป้องกันการฆ่าตัวตายในเขตพื้นที่รับผิดชอบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหัวถนน จึงได้จัดทำโครงการป้องกันปัญหาการฆ่าตัวตายในกลุ่มเสี่ยง ปีงบประมาณ 2567ขึ้น โดยใช้แบบคัดกรองกลุ่มเสี่่ยงที่มีความคิดฆ่าตัวตายหรือ 2Q Plus ของกรมสุขภาพจิต อสม.ได้นำไปใช้กับชุมชนเพื่อช่วยหยุดยั้งและฉุดคนจากการคิดฆ่าตัวตายและให้การช่วยเหลือเบื้องตันได้ทันท่วงที
- เพื่อให้ อสม.มีความรู้สามารถค้นหา เฝ้าระวังและแจ้งเหตุเพื่อป้องกันการฆ่าตัวตาย
- เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย ได้รับการคัดกรองภาวะซึมเศร้าและความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย
- เพื่อติดตามเยี่ยมบ้านกลุ่มเป้าหมายที่มีภาวะซึมเศร้าและเสี่ยงฆ่าตัวตาย
- เพื่อติดตามดูแลให้ผู้ป่วยจิตเวชและโรคซึมเศร้าที่อยู่ในระบบการรักษาได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง
- กิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับงานสุขภาพจิตแก่แกนนำสุขภาพ ให้เป็น"แกนนำเชี่ยวชาญสุขภาพจิต"
- กิจกรรมคัดกรองประชาชนกลุ่มเป้าหมายด้วยแบบประเมิน 2Q Plus
- กิจกรรมเยี่ยมบ้านกลุ่มเป้าหมายที่มีภาวะซึมเศร้า เพื่อติดตามประเมิน 9Q 8Q
- กิจกรรมติดตามดูแลให้ผู้ป่วยจิตเวชและผู้ป่วยโรคซึมเศร้า
กลุ่มเป้าหมายได้รับทราบข้อมูลสุขภาพจิตของตนเอง อัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จลดลงไม่เกิน 8 ต่อแสนประชากร