โครงการทองสม ยิ้มสวย ฟันสะอาด ในเขตรพ.สต.บ้านเกาะทองสม ปีงบประมาณ 2567
โครงการทองสม ยิ้มสวย ฟันสะอาด ในเขตรพ.สต.บ้านเกาะทองสม ปีงบประมาณ 2567
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการทองสม ยิ้มสวย ฟันสะอาด ในเขตรพ.สต.บ้านเกาะทองสม ปีงบประมาณ 2567 | |
| รหัสโครงการ | 67-L3312-1-09 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเกาะทองสม | |
| วันที่อนุมัติ | 20 ธันวาคม 2566 | |
| ปี | 2567 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 20 ธันวาคม 2566 - 20 สิงหาคม 2567 | |
| งบประมาณ | 15,051.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวจารีย์ ศรีเกตุ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | รพ.สต.บ้านเกาะทองสม |
- จำนวนฟันผุในนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ขนาด 65.00
- จำนวนฟันผุในนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ขนาด 42.86
ปัญหาสุขภาพช่องปากยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศที่พบมายาวนานจนถึงปัจจุบัน แม้ว่ากระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินงานด้านการส่งเสริมสุขภาพช่องปากในวัยเรียน ก็ยังพบอัตราการเกิดโรคสูงโดยเฉพาะในวัยเรียนซึ่งเป็นวัยของการวางรากฐานที่สำคัญของชีวิตทั้งในด้านสุขภาพร่างกาย จิตใจ และการพัฒนาด้านต่าง ๆ เด็กวัย 10-12 ปี เป็นกลุ่มที่ฟันแท้เริ่มทยอยขึ้น และเมื่ออายุครบ 12 ปี มีฟันแท้ครบ 28 ซี่ ซึ่งเป็นช่วงอายุที่ย่างเข้าสู่วัยรุ่น การเกิดโรคเหงือกอักเสบและฟันผุในวัยนี้ จะใช้เป็นเครื่องทำนายการเกิดโรคในวัยผู้ใหญ่ต่อไป (นฤมล ดีกัลลา และคนอื่น ๆ , 2558) จากผลการสำรวจสภาวะทันตสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 8 พ.ศ. 2560 พบว่า เด็กอายุ 12 ปี มีประสบการณ์เกิดโรคฟันผุในระดับประเทศและภาคใต้ คิดเป็นร้อยละ 52.0 และ 44.0 ตามลำดับ มีค่าเฉลี่ยฟันผุ ถอน อุดของฟันแท้ (DMFT) ในเด็กอายุ 12 ปี ในระดับประเทศและภาคใต้ เท่ากับ 1.4 และ 1.1 ซี่ต่อคนตามลำดับ มีสภาวะเหงือกอักเสบ ร้อยละ 66.3 ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ คือ พฤติกรรมด้านทันตสุขภาพ ได้แก่ ไม่แปรงฟันหลังอาหารกลางวัน บริโภคน้ำอัดลม1-3 วันต่อสัปดาห์ และบริโภคขนมกรุบกรอบทุกวัน คิดเป็นร้อยละ 55.3 , 57.4 และ 32.6 ตามลำดับ (สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย, 2560) ประกอบกับผลการสำรวจสภาวะทันตสุขภาพเด็กก่อนวัยเรียนอายุ 6 - 12 ปี ในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเกาะทองสม พบว่า ผลการสำรวจทันตสุขภาพ ปีการศึกษา 2566 พบว่า ทั้ง 2 โรงเรียนในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเกาะทองสม นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1, 2, 3, 4, 5 และ 6 จำนวนทั้งหมด 354 คน มีความชุกของโรคฟันผุในฟันแท้ คิดเป็นร้อยละ 20.00 , 38.10 , 65.00 , 42.86 , 16.10 และ 5.56 ตามลำดับ (โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเกาะทองสม, 2566) ซึ่งพบว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีประสบการณ์การเกิดโรคฟันผุในฟันแท้สูงกว่าระดับประเทศ และอัตราการเกิดฟันผุในนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีอัตราการเกิดโรคฟันผุเพิ่มสูงที่สุด รองลงมาคือ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากการลงโรงเรียน พบว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ 6 จะได้รับการดูแลรักษาจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข(บริการทางทันตกรรม) อย่างไรก็ตามยังขาดข้อมูลเกี่ยวกับความรู้ในการดูแลทันตสุขภาพ โดยเฉพาะพฤติกรรรมการทำความสะอาดช่องปากด้วยการแปรงฟันของนักเรียนโรงเรียนในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเกาะทองสม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเกาะทองสม ได้เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว จึงมีแนวคิดในการจัดทำโครงการทองสม โครงการทองสม ยิ้มสวย ฟันสะอาด ปีงบประมาณ 2567 ซึ่งเป็นโครงการส่งเสริมทันตสุขภาพ และป้องกันโรคในช่องปากในนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 - 4 ซึ่งการส่งเสริมป้องกันก่อนการเกิดโรคจะประสบผลสำเร็จมากกว่าการไปรักษาในระยะที่เป็นโรคฟันผุ และเห็นถึงความสำคัญของอัตราการเพิ่มความชุกของโรคฟันผุมากที่สุดในนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 - 4 โดยโครงการจัดขึ้นเพื่อให้เด็กนักเรียนมีความรู้ในการดูแลสุขภาพช่องปาก สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทันตสุขภาพให้เหมาะสมมีความสอดคล้องกับวิถีชุมชน บริบททางสังคม และวัฒนธรรม ลดอัตราการเพิ่มความชุกของโรคฟันผุในเด็กวัยเรียน
- เพื่อให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 - 4 มีความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปาก
- เพื่อให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 - 4 มีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดีขึ้น
- เพื่อให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 - 4 มีคราบจุลินทรีย์ลดลง
- เพื่อให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 - 4 แปรงฟันได้อย่างถูกวิธี
- การดำเนินโครงการครั้งที่ 1 (แยกจัดตามโรงเรียน)
- การดำเนินโครงการครั้งที่ 2 (แยกจัดตามโรงเรียน)
- การดำเนินโครงการครั้งที่ 3 บริการทันตกรรม ทันเวลา
- นักเรียนมีอัตราการเกิดโรคฟันผุและโรคเหงือกอักเสบลดลง
- โรงเรียนจะได้รับการกระตุ้น ส่งเสริม และสร้างความตระหนักในการดูแลสุขภาพช่องปากของเด็กนักเรียน ทำให้มีแนวทางการพัฒนาศักยภาพของโรงเรียนในการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพช่องปากและป้องกันโรคตามวิถีของชุมชน
- นักเรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน
- นักเรียนมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารและการดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองดีขึ้น