โครงการการวัดความดันโลหิตที่บ้านในกลุ่มสงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูง ในเขต รพ.สต.บ้านป่าบาก ประจำปีงบประมาณ 2567
โครงการการวัดความดันโลหิตที่บ้านในกลุ่มสงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูง ในเขต รพ.สต.บ้านป่าบาก ประจำปีงบประมาณ 2567
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการการวัดความดันโลหิตที่บ้านในกลุ่มสงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูง ในเขต รพ.สต.บ้านป่าบาก ประจำปีงบประมาณ 2567 | |
| รหัสโครงการ | 2567-L3341-2 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุข รพ.สต.บ้านป่าบาก | |
| วันที่อนุมัติ | 27 มีนาคม 2567 | |
| ปี | 2567 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 15 ตุลาคม 2566 - 30 กันยายน 2567 | |
| งบประมาณ | 30,620.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | 1. นายสมบัติ ช่อคง 2. นางนี เลี่ยนกัตวา 3. นางดารา ทองอินทร์ 4. นายวิเชียร จงรัตน์ 5. นางทัศนีย์ ดำชุม | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลทุ่งนารี อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง |
คนไทยเป็นโรคความดันโลหิตสูงไม่น้อยกว่า 12 ล้านคน แต่มีผู้เข้าถึงการรักษาและขึ้นทะเบียนเพียง 4 ล้านคน ซึ่งควบคุมความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ได้เพียงร้อยละ 29.7 แสดงให้เห็นว่า มาตรการป้องกันและควบคุมโรคความดันโลหิตสูงที่ผ่านมา ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ความดันโลหิตในคนไทยลดลง ยังเกิดโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้น ที่ป่วยแล้วยังเข้าไม่ถึงบริการมากกว่าครึ่ง ตลอดจนการวินิจฉัยและการรักษาก็ยังไม่ดีเท่าที่ควร การศึกษาในกลุ่มเสี่ยงไทยที่เป็นความดันโลหิตสูงควบคุมไม่ได้ พบว่า การวัดความดันโลหิตที่บ้าน ช่วยให้อัตราการควบคุมความดันโลหิตได้เพิ่มมากกว่า ร้อยละ 50 และผู้ป่วยความดันโลหิตที่วัดค่าความดันโลหิตที่บ้าน ช่วยลดระดับความดันโลหิตได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4 - 8 มม.ปรอท ในเวลา 1 ปี เมื่อเทียบกับการวัดความดันโลหิตที่โรงพยาบาล ดังนั้นการวัดความดันโลหิตที่บ้าน (Home Blood Pressure Monitoring : HBPM) จึงเป็นสิ่งจำเป็นในการดูแลผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่สำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มที่ควบคุมความดันโลหิตไม่ได้ตามเกณฑ์ จากการตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงในประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านป่าบากในปี 2565 พบกลุ่มสงสัยป่วยความดันโลหิตสูง (ค่าระดับความดันโลหิตตัวบน มากกว่าหรือเท่ากับ 130 ถึง น้อยกว่า 140 มม.ปรอท หรือ ค่าระดับความดันโลหิตตัวล่าง มีค่า มากกว่าหรือเท่ากับ 85 ถึง น้อยกว่า 90 มม.ปรอท) จำนวน 126 คน จากกลุ่มเป้าหมายที่คัดกรองทั้งหมด 1,089 คน คิดเป็นร้อยละ 11.57 กลุ่มนี้จึงจำเป็นต้องได้รับการติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้านโดย อสม. ต่อเนื่องเป็นเวลา 7 วัน โดยวัดตอนตื่นนอนตอนเช้า 2 ครั้ง และก่อนเข้านอน 2 ครั้ง เอาค่าที่ได้มาเฉลี่ย หากยังเกิน 130/90 มม.ปรอท จะต้องส่งพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาต่อไป เพราะหากปล่อยไว้จะเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้ ซึ่งมีผลต่อการเสียชีวิตอันดับต้นๆ เกิดภาวะพิการเป็นภาระในทุกมิติทั้งกาย จิต สังคม เศรษฐกิจต่อทั้งผู้ป่วย ครอบครัว และประเทศชาติ ดังนั้น กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุข รพ.สต.บ้านป่าบาก จึงได้จัดทำโครงการป้องกันโรคความดันโลหิตสูงด้วยการวัดความดันโลหิตที่บ้านในกลุ่มสงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูง ในเขต รพ.สต.บ้านป่าบาก ประจำปีงบประมาณ 2567 เพื่อดำเนินการควบคุมกลุ่มเสี่ยงด้วยโรคความดันโลหิตสูง ตามเกณฑ์การดูแลสุขภาพ "ใกล้นบ้าน ใกล้ใจ"
- 1.เพื่อส่งเสริมการวัดความดันโลหิตในกลุ่มสงสัยป่วยต่อเนื่องที่บ้าน
- 2. เพื่อให้กลุ่มสงสัยป่วยได้รับการวินิจฉัยโรคและได้รับการรักษาทันท่วงทีเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน
- 1. จัดทำทะเบียนกลุ่มเป้าหมาย
- 2. จัดทำแนวทางการวัดความดันโลหิตที่บ้าน และแบบบันทึก
- 3. ฝึกทักษณะ อสม./ญาติ/ผู้ป่วย ให้สามารถวัดความดันโลหิตได้ และวัดความดันโลหิตอย่างต่อเนื่องจนครบ 7 วัน พร้อมบันทึกในแบบบันทึก
- 4. จัดซื้อเครื่องวัดความดันโลหิต ให้อาสาสมัครสาธารณสุข ออกติดตามวัดความดันโลหิตกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูง
- 5. หาค่าเฉลี่ยความดันโลหิตในรอบ 7 วัน หากยังสูงกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท ส่งพบแพทย์
1.กลุ่มสงสัยป่วยได้รับการติดตามวัดความดันโลหิตตามเกณฑ์ที่กำหนด 2.กลุ่มสงสัยป่วยได้รับการวินิจฉัยและรักษาตามมาตรฐาน 3.มีเครื่องวัดความดันโลหิตในหมู่บ้าน สามารถให้บริการแก่ประชาชนได้ทันทีอัตราการเกิดผู้ป่วยรายใหม่โรคความดันโลหิตสูงลดลง