โครงการ “เช็คอินสุขภาพ เริ่มที่ใส่ใจ”
โครงการ “เช็คอินสุขภาพ เริ่มที่ใส่ใจ”
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการ “เช็คอินสุขภาพ เริ่มที่ใส่ใจ” | |
| รหัสโครงการ | 67-L2995-1-5 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกลาง | |
| วันที่อนุมัติ | 9 พฤศจิกายน 2566 | |
| ปี | 2567 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 2 ตุลาคม 2566 - 27 กันยายน 2567 | |
| งบประมาณ | 22,105.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายอัมราน เบ็ญอิสริยา | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลบ้านกลาง อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี |
จากการเปลี่ยนแปลงสภาพเศรษฐกิจ สังคม ประชากร และความเจริญทางเทคโนโลยี มีผลทำให้สุขภาพประชาชนป่วยหรือตายด้วยโรคไม่ติดต่อเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้พฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่อาจทำให้เกิดความเครียด ภาวะโภชนาการเกิน การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา การไม่ออกกำลังกาย โรคอ้วน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน จากการายงานสถานการณ์โรคเบาหวานทั่วโลก (กรมควบคุมโรค, กระทรวงสาธารณสุข: พ.ศ.2564) มีจำนวน 463 ล้านคน และคาดการณ์ว่าในปี 2588 จะมีผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวานจำนวน 629 ล้านคน สำหรับประเทศไทยพบอุบัติการณ์โรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีรายงานผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 3 แสนคนต่อปี และมีผู้ป่วยเบาหวานในระบบทะเบียน 3.2 ล้านคน ของกระทรวงสาธารณสุข โรคเบาหวานยังคงเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดโรคอื่นๆในกลุ่มโรค NCD อีกมากมาย เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูง โรคไต และโรคมะเร็ง ทำให้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากโรคเรื้อรังเป็นโรคที่จำเป็นต้องรักษาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน มีค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูงมาก ในส่วนของกลุ่มโรคความดันโลหิตสูงยิ่งคัดกรองมาก ก็จะพบกลุ่มเสี่ยงและจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น ในเรื่องภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วย ก็มีอัตราเพิ่มขึ้น ดังนั้น แนวทางแก้ไขจะต้องดำเนินการให้เป็นระบบโดยตั้งแต่การคัดกรอง แล้วมาจับกลุ่ม ดี เสี่ยง ป่วย ในกลุ่มป่วย ต้องดำเนินการให้การรักษา จะต้องมีการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องที่บ้านให้ครอบคลุม แต่ถ้าหากจะใช้เจ้าหน้าที่เพียงฝ่ายเดียวคงไม่เพียงพอจึงต้องบูรณาการให้ทุกภาคส่วนในชุมชนมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน เมื่อลำดับความสำคัญของปัญหาในพื้นที่รับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกลาง องค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี พบว่าโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง เป็นปัญหาที่สำคัญของพื้นที่ โดยพบว่าสถานการณ์จำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ขึ้นทะเบียนจำนวน 28 คน ผู้ป่วยโรคเบาหวานร่วมกับโรคความดันโลหิตสูงในคนเดียวกันจำนวน 37 คน และผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 124 คน และในจำนวนนี้พบว่า ในปีพ.ศ.2564 ถึง 2566 มีผู้ป่วยที่ควบคุมโรคเบาหวานได้ มีจำนวนร้อยละ 17.65, 22.58 และ10.94 ตามลำดับ และมีผู้ป่วยที่ควบคุมโรคความดันโลหิตสูงได้ มีจำนวนร้อยละ 54.72, 52.83 และ45.06 ตามลำดับ ดูจากจำนวนร้อยละของทั้งสองโรคมีแนวโน้มของการควบคุมโรคลดลง ในส่วนของการค้นพบผู้ป่วยโรคเบาหวานรายใหม่ที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้วในปีพ.ศ.2566 มีจำนวน 1 ราย และโรคความดันโลหิตสูงรายใหม่จำนวน 5 ราย ส่งผลให้มีผู้ป่วยโรคเรื้อรังในเขตรับผิดชอบของหน่วยบริการมีเพิ่มขึ้น ดังนั้นทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกลาง องค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี จึงได้จัดทำโครงการดังกล่าวเพื่อที่จะทำการคัดกรองกลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจให้มากที่สุดในการค้นหาผู้ป่วยรายใหม่สู่การได้รับการรักษาที่เร็วขึ้น ลดอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนในกลุ่มป่วยได้มากขึ้นโดยให้ทีมงาน อสม.และภาคีเครือข่ายติดตามให้กลุ่มเป้าหมายมารับการตรวจคัดกรอง ติดตามผลการตรวจ และกลุ่มเป้าหมายสามารถปรับพฤติกรรมสุขภาพของตนเองได้อย่างเหมาะสมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป
- 1.ร้อยละ 95 ของประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไปได้รับการตรวจคัดกรองสุขภาพเบื้อต้น 2.เพื่อค้นหาผู้ที่มีภาวะเสี่ยงรายใหม่ในการเข้ากระบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ 3.ร้อยละ 100 ของผู้สงสัยป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ได้รับการส่งต่อเพื่อการวินิจฉัย 4.ร้อยละ 50 ของกลุ่มเสี่ยงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ 5.ร้อยละ 70 ของกลุ่มป่วยได้รับการตรวจคัดกรองภาวะแทรกซ้อนประจำปี
- กิจกรรมที่ 2 ลงพื้นที่เชิงรุกเพื่อตรวจคัดกรองโรค
- กิจกรรมที่ 1 ประชุมเจ้าหน้าที่รพ.สต.บ้านกลางและอสม. เพื่อชีแจงวัตถุประสงค์โครงการ
- กิจกรรมที่ 3 อบรมให้ความรู้เรื่องภัยสุขภาพ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
- กิจกรรมที่ 4 ตรวจคัดกรองภาวะแทรกซ้อนทางไต
- กิจกรรมที่ 5 เยี่ยมบ้านติดตามกลุ่มป่วย
- กิจกรรมที่ 6 คืนข้อมูลและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับแกนนำชุมชน ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกลาง
1.ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป ได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง 2.ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพของตนเอง 3.กลุ่มป่วยสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและระดับความดันโลหิตได้ดีขึ้น 4.ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนในกลุ่มป่วย 5.ภาคีเครือข่ายเห็นความสำคัญของปัญหาการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในพื้นที่ และมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง