โครงการส่งเสริมพัฒนาการทารกในครรภ์สู่เด็กปฐมวัยคุณภาพ ตำบลกำแพง

1.อบรมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมพัฒนาการทารกในครรภ์สุ่เด็กปฐมวัยคุณภาพ จำนวน 1 วัน โดยจัดทำเป็นฐาน 5 ฐาน ดังนี้
1.1 ฐานที่ 1 มหัศจรรย์พัฒนาการทารกในครรภ์ ให้ความรู้เรื่องพัฒนาการของทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ตามอายุครรภ์ เพื่อเริ่มต้นส่งเสริมพัฒนาการลูกน้อยตั้งแต่อยู่ในครรภ์ตามช่วงอายุการตั้งครรภ์ (พิธีกรฐาน คุณอารญา ชูโชติ)
1.2 ฐานที่ 2 มหัศจรรย์นมแม่ ให้ความรู้เรื่องนมแม่ เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ (พิธีกรฐาน คุณวรรณรักษ์ หมัดสะแหละ)
1.3 ฐานที่ 3 อาหารดีบำรุงดี ให้ความรู้เรื่องโภชนาการ สารอาหารที่สำคัญต่อร่างกายในหญิงตั้งครรภ์และเด็ก 0-5 ปี เพื่อส่งเสริมโภชนาการห(ญิงตั้งครรภ์และโภชนาการสูงดีสมส่วนในเด็ก 0-5 ปี (พิธีกรฐาน คุณรีณา โปดำ)
1.4 ฐานที่ 4 กิน กอด เล่น เล่า ให้ความรู้เรื่องการเล่น การกอด การเล่านิทานให้ลูกฟังเพื่อส่งเสริมพัฒนาการตามช่วงวัย เพื่อส่งเสริมพัฒนาการสมวัย (พิธีกรฐานคุณฮับเซาะ แอหลัง)
1.5 ฐานที่ 5 คุณแม่และหนูน้อยฟันดีฟันสวย สอนการดูแลสุขภาพช่องปากและการแปรงฟันในหญิงตั้งครรภ์และเด็ก 0-5 ปี (พิธีกรฐาน ทิราภรณ์ ทองรักษา)
1.6 ฐานที่ 6 วัคซีนเพื่อลูกรักสุขภาพดี ให้ความรู้เรื่องวัคซีนพื้นฐานในเด็ก ให้ความรู้เรื่องวัคซีนพื้นฐานในเด็ก 0-5 ปี (พิธีกรฐาน คุณจุรีพร มานะกล้า)
จากการจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมพัฒนาการทารกในครรภ์สู่เด็กปฐมวัยคุณภาพตำบลกำแพง โดยมีกลุ่มเป้าหมายในกิจกรรมครั้งนี้ได้แก่ กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ จำนวน๓๐ คน กลุ่มผู้ปกครอง เด็กอายุ 0-๕ ปี จำนวน ๓๐ คน รวมทั้งสิ้นจำนวน ๖๐ คน ตัวชีวัดกิจกรรม คือ ร้อยละ ๘๐ ของหญิง ตั้งครรภ์ที่เข้าอบรมมีความรู้อยู่ในเกณฑ์ระดับดี
โดยกิจกรรมอบรมมีกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด ๖๔ ราย เป็นหญิงตั้งครรภ์จำนวน ๒๓ ราย ผู้ปกครองเด็กอายุ 0-๕ ปี จำนวน ๔๑ ราย ผลการประเมินจากการทำแบบทดสอบความรู้หลังการอบรมพบว่า กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการกระตุ้นส่งเสริมพัฒนาการทารกตั้งแต่ในครรภ์จนถึงช่วงปฐมวัย การเลี้ยงลูกเชิงบวก และการเลี้ยงลูกด้วยวิธีการกิน กอด เล่น เล่า นอน เฝ้าดูฟันมากขึ้น ผ่านเกณฑ์ตัวชี้วัดร้อยละ ๘๐ ซึ่งสรุปผลการดำเนินงานได้ดังนี้
จากการทำแบบทดสอบความรู้ก่อนอบรม กลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๘๐ อยู่ในระดับดี จำนวน ๔๘ คน คิดเป็น คิดเป็นร้อยละ ๗๕ ซึ่งยังไม่ผ่านเกณฑ์ตัวชี้วัด และหลังจากการให้ความรู้กลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๘๐ จำนวน ๖๑ คน คิดเป็นร้อยละ 95.31 ซึ่งผ่านเกณฑ์ตัวชี้วัด สามารถนำความรู้ที่ได้จากการอบรมเรื่องการเลี้ยงลูกเชิงบวกและการเลี้ยงลูกด้วยวิธีการกิน กอด เล่น เล่า นอน เฝ้าดูฟัน เพื่อนำไปใช้ในการกระตุ้นส่งเสริมพัฒนาการ บุตรหลานในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป