โครงการเฝ้าระวังความเสี่ยงของเกษตรกรจากการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืช โดยชมรม อสม.รพ.สต.บ้านสะพานข่อย ปีงบประมาณ 2567
โครงการเฝ้าระวังความเสี่ยงของเกษตรกรจากการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืช โดยชมรม อสม.รพ.สต.บ้านสะพานข่อย ปีงบประมาณ 2567
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการเฝ้าระวังความเสี่ยงของเกษตรกรจากการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืช โดยชมรม อสม.รพ.สต.บ้านสะพานข่อย ปีงบประมาณ 2567 | |
| รหัสโครงการ | 67-L3320-02-02 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรม อสม. รพ.สต.บ้านสะพานข่อย | |
| วันที่อนุมัติ | 12 มกราคม 2567 | |
| ปี | 2567 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 15 เมษายน 2567 - 31 กรกฎาคม 2567 | |
| งบประมาณ | 13,980.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | ชมรม อสม. รพ.สต.บ้านสะพานข่อย | |
| พื้นที่ดำเนินการ |
- ร้อยละเกษตรที่มีสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดระดับเสี่ยง ขนาด 26.20
- ร้อยละเกษตรที่มีสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดระดับไม่ปลอดภัย ขนาด 9.87
- เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและลดการใช้สารเคมีในเกษตรกร ขนาด 80.00
ประชากรไทยมีอาชีพพื้นฐานอยู่ในภาคเกษตรกรรมการทำงานที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพจากสภาพภูมิอากาศที่ร้อนจัด ท่าทางการทำงานที่มีความเสี่ยงต่อการปวดหลังและกล้ามเนื้ออักเสบ รวมทั้งการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพมีพิษทั้งแบบเฉียบพลัน และเรื้อรังตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนถึงรุนแรงถึงแก่ชีวิตได้ซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดระดับความเข้มข้น ความเป็นพิษ และปริมาณที่ได้รับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง โดยการสัมผัสทางผิวหนังที่ไม่สวมถุงมือและรองเท้าบู๊ท เพื่อป้องกันขณะทำงานกับสารเคมี การสูดหายใจละอองที่ฟุ้งกระจายในอากาศ และการรับประทานอาหารและดื่มน้ำที่มีสารเคมีปนเปื้อน พฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัยทำให้เกษตรกรมีความเสี่ยงจากการได้รับอันตรายจากสารเคมีเพิ่มขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ใช้ถังภาชนะบรรจุสารเคมีที่รั่วซึม การฉีดพ่นสวนทิศทางลมทำให้เสื้อผ้าเปียกชุ่มสารเคมีโดยไม่อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ซึมเปื้อนทันที เป็นต้น สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์ และสัตว์ กล่าวคือ จะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมองผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และตาซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะรับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้จึงแสดงอาการต่างๆขึ้นมา เช่น โรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกันเป็นต้น ตำบลนาขยาด เป็นพื้นที่หนึ่งที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรม ซึ่งประกอบด้วย การทำนาทำสวนยางพารา พืชล้มลุกทางการเกษตรอีกหลายชนิด ผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืชจึงกระจายและขยายเป็นวงกว้าง จากการตรวจเลือดหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในเกษตรกรกลุ่มเสี่ยง ในเขตรับผิดชอบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านสะพานข่อย ในปี 2564 จำนวน 157 คน พบว่า มีความเสี่ยง78ราย คิดเป็นร้อยละ 49.68ไม่ปลอดภัย จำนวน19 ราย คิดเป็นร้อยละ 12.10ในปี 2565 จำนวน 275 คน พบว่า มีความเสี่ยง33ราย คิดเป็นร้อยละ 12.00ไม่ปลอดภัย จำนวน7 ราย คิดเป็นร้อยละ 2.55ในปี 2566 จำนวน 275 คน พบว่า มีความเสี่ยง33ราย คิดเป็นร้อยละ 12.00ไม่ปลอดภัย จำนวน7 ราย คิดเป็นร้อยละ 2.55 ชมรม อสม.รพ.สต.บ้านสะพานข่อย ได้เล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพเกษตรกรและกลุ่มเสี่ยงจึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวังความเสี่ยงเกษตรกรจากการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืช โดยชมรม อสม.รพ.สต.บ้านสะพานข่อย ปีงบประมาณ 2567 ขึ้นเพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเสี่ยง ได้รับความรู้และได้รับการตรวจเลือดเพื่อดูว่ามีปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่ในระดับใดเพื่อทำการเฝ้าระวังต่อไป
- เพื่อลดภาวะสารเคมีตกค้างในเกษตรกรในระดับเสี่ยงลดลง
- เพื่อลดภาวะสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดระดับไม่ปลอดภัย
- เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและลดการใช้สารเคมีในเกษตรกร
- กิจกรรมเฝ้าระวังการสัมผัสสารเคมีตกค้าง ครั้งที่ 1 และจ่ายยาสมุนไพรรางจืด
- กิจกรรมส่งเสริมการปลูกผักกินเองในครัวเรือน
- กิจกรรมตรวจหาระดับปริมาณสารเคมีตกค้างของเกษตรกรจากการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ครั้งที่ 2เฉพาะที่ผลการเจาะครั้งที่ 1 พบว่ามีความเสี่ยง
- ทราบถึงสถานการณ์สารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในเลือดของเกษตรกรในพื้นที่
- เพื่อจะได้นำข้อมูลมาใช้ในการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การเฝ้าระวังและควบคุมโรคจากการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในเลือดของเกษตรกร
- ประชาชนมีความรู่ในการป้องกันการสัมผัสสารเคมี มีทักษะและมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดการเกิดโรคจากสารเคมี