โครงการเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ประจำปีงบประมาณ 2567
โครงการเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ประจำปีงบประมาณ 2567
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ประจำปีงบประมาณ 2567 | |
| รหัสโครงการ | 67-L8291-1-16 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | เทศบาลตำบลย่านตาขาว | |
| วันที่อนุมัติ | 15 ธันวาคม 2566 | |
| ปี | 2567 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 2 มกราคม 2567 - 30 กันยายน 2567 | |
| งบประมาณ | 40,974.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายนันทะ ทองเพ็ง ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขฯ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลย่านตาขาว อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง |
- ร้อยละของตัวอย่างอาหารที่ตรวจพบสารปนเปื้อน (สารเร่งเนื้อแดงในเนื้อสุกร สารกันราหรือกรดซาลิซิลิค สารฟอกขาว สารบอแรกซ์ สารฟอร์มาลิน หรือสารละลายฟอร์มาลดีไฮด์ และยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีกำจัดศัตรูพืช) ขนาด 31.12
- ร้อยละของประชาชนที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือดเกินมาตรฐานความปลอดภัย ขนาด 68.79
การที่ประชาชนมีสุขภาพอนามัยที่ดีถือเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการดำรงชีวิตและพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าต่อไป ซึ่งการส่งเสริมให้ประชาชนทุกเพศ ทุกวัย มีสุขภาพอนามัยที่ดี ไม่เจ็บป่วยเป็นสิ่งที่ควรให้การสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง พฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ถูกต้อง การเลือกซื้ออาหารที่สะอาดปลอดภัยและปราศจากสารปนเปื้อนก็ถือได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญ อีกทั้งแหล่งที่มาของอาหารนั้นมาจากตลาดสด ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการซื้อขายสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภค สินค้าส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าประเภทอาหารสด เนื้อสัตว์ ผักผลไม้ ซึ่งอาจจะมีสารปนเปื้อนในกระบวนการผลิตและขนส่ง หากได้รับเกินค่ามาตรฐานอาจส่งผลร้ายต่อร่างกายได้ นอกจากนี้ปัจจุบันประชาชนส่วนใหญ่นิยมรับประทานอาหารในร้านอาหาร ซึ่งผู้ปรุงอาหารนิยมใส่สารต่างๆ เพื่อให้มีรสชาติดีหรืออร่อยขึ้น หรือเพื่อไม่ให้อาหารบูดและเน่าเสีย และการสัมผัสอาหารของผู้ประกอบการก็อาจไม่สะอาดเท่าที่ควร สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลร้ายต่อผู้บริโภคทั้งสิ้น การดำเนินงานด้านสุขาภิบาลอาหารจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากการได้รับสารปนเปื้อนน้อยที่สุด นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์สุขภาพต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นยาหรือเครื่องสำอางที่ผสมสารอันตราย ก็ยังเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องเฝ้าระวัง เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและไม่ก่อให้เกิดผลกระทบด้านสุขภาพตามมา จากการลงพื้นที่ตรวจสารเคมีตกค้างในเลือดประชาชนกลุ่มเสี่ยงในเขตเทศบาลตำบลย่านตาขาวทั้ง ๕ ชุมชน จำนวน ๓๓๐ ราย พบว่ามีสารเคมีตกค้างในเลือดเกินค่ามาตรฐาน จำนวน ๒๒๗ ราย คิดเป็นร้อยละ ๘๓.๔๔ (ข้อมูลจากโรงพยาบาลย่านตาขาว ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖) และจากการลงพื้นที่เก็บตัวอย่างอาหารเพื่อตรวจสารปนเปื้อน จำนวน ๑๕๑ ตัวอย่าง พบสารปนเปื้อนจำนวน ๔๗ ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ ๓๑.๑๓ โดยพบสารฟอร์มาลีนจำนวน ๑ ตัวอย่าง สารโพลาร์ในน้ำมันทอดซ้ำ จำนวน ๓๓ ตัวอย่าง โคลิฟอร์มแบคทีเรียบนมือจำนวน ๔ ตัวอย่าง โคลิฟอร์มแบคทีเรียในอาหาร จำนวน ๕ ตัวอย่าง และสารเร่งเนื้อแดงจำนวน ๔ ตัวอย่าง ซึ่งจำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลย่านตาขาว เล็งเห็นถึงความสำคัญและความปลอดภัยของผู้บริโภค จึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ขึ้น เพื่อเป็นการเฝ้าระวังสารปนเปื้อนในอาหาร สารอันตรายในผลิตภัณฑ์สุขภาพ ตลอดจนสร้างความรู้ ความเข้าใจให้แก่ผู้ผู้จำหน่ายสินค้าและผู้บริโภค และสร้างแกนนำในการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคในชุมชน อันจะนำไปสู่การมีสุขภาวะที่ดีของประชาชนต่อไป
- เพื่อเฝ้าระวังและตรวจสอบความปลอดภัยด้านอาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพ
- ผู้สัมผัสอาหารมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องสุขาภิบาลอาหาร
- อาสาสมัครแกนนำนักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจเรื่องความปลอดภัยด้านอาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพ
- แกนนำสุขภาพเทศบาลตำบลย่านตาขาวผ่านการทดสอบและได้รับเกียรติบัตรเป็น อสม.นักวิทย์
- เพื่อลดตัวอย่างอาหารที่ตรวจพบสารปนเปื้อน
- เพื่อลดประชาชนที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือดเกินมาตรฐานความปลอดภัย
- กิจกรรมลงพื้นที่เก็บตัวอย่างอาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพเพื่อตรวจสารปนเปื้อน อย่างน้อย 100 ตัวอย่าง
- กิจกรรมอบรมผู้สัมผัสอาหารเรื่องสุขาภิบาลอาหาร
- กิจกรรมอบรมแกนนำสุขภาพตำบล จำนวน 10 คน
- กิจกรรมรายงานผลการตรวจสารปนเปื้อนในอาหารแก่ผู้ประกอบการและหน่วยงานที่รับผิชอบทราบ เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
- กิจกรรมอบรมอาสาสมัครแกนนำนักเรียนโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลย่านตาขาว
๑. ผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยและผู้ที่สัมผัสอาหารดำเนินกิจการตามมาตรฐานสุขาภิบาลอาหาร ส่งผลให้ประชาชนได้รับประทานอาหารที่สะอาดและมีคุณภาพ ๒. ประชาชนในเขตเทศบาลตำบลย่านตาขาวได้รับความปลอดภัยในการบริโภคอาหารมากขึ้น สามารถลดปัญหาโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ฝ่าฝืนกฎหมายและเรื่องร้องเรียนด้านอาหารในพื้นที่ ๓. สร้างแกนนำและเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคที่เข้มแข็งในชุมชน เพื่อเฝ้าระวังและแจ้งเตือนให้ประชาชนรับทราบข้อมูลงานคุ้มครองผู้บริโภคในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว ๔. ดำเนินงานสุขาภิบาลอาหารและงานคุ้มครองผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง มีศูนย์แจ้งเตือนภัยและระบบแจ้งเตือนภัยที่ดี สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ