โครงการอาหารเป็นยาด้วยสมุนไพรใกล้ตัว
| ชื่อโครงการ | โครงการอาหารเป็นยาด้วยสมุนไพรใกล้ตัว |
| ประเภทโครงการ | โครงการจากเงินเหมาจ่าย 45 บาท |
| รหัสโครงการ | 67-L7251-01-04 |
| ประเภทการสนับสนุน | ประเภท 1 สนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของ หน่วยบริการ/สถานบริการ/หน่วยงานสาธารณสุข |
| หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน ที่รับผิดชอบโครงการ | หน่วยบริการหรือสถานบริการสาธารณสุข เช่น รพ.สต. |
| วันที่อนุมัติ | 26 ธันวาคม 2566 |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มกราคม 2567 - 30 กันยายน 2567 |
| กำหนดวันส่งรายงาน | |
| งบประมาณ | 22,300.00 บาท |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลระโนด |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวระพีพร ทองพันธ์ |
| พี่เลี้ยงโครงการ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลบ่อตรุ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา |
| ละติจูด-ลองจิจูด | 7.631,100.374place |
(ตามแนบท้ายประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฯ พ.ศ. 2557)
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวน(คน) | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | ||
| กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง | 120 | keyboard_arrow_down |
กิจกรรมหลักตามกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง : |
||
| สถานการณ์ปัญหา | ขนาด |
|---|
ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล
ในปัจจุบันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non communicable diseases ; NCDs) เป็นปัญหาสุขภาพอันดับหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับสถานการณ์โลกทั้งในมิติ ของจำนวนการเสียชีวิตและภาระโรคโดยรวม จากรายงานข้อมูลของ Global Health Estimates พบประชากรทั่วโลก เสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 74 ของสาเหตุการเสียชีวิตทั้งหมดของประชากรโลกในปี 2562 โดยมาจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม พฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น ซึ่งอาหารจากต่างประเทศกำลังมีอิทธิพลและมีบทบาทที่สำคัญในชีวิตประจำวันของคนไทย ทั้งในเรื่องกระแสความนิยม หรือแฟชั้นการบริโภคอาหารจากต่างประเทศ ทำให้ส่งผลกระทบทั้งในด้านสุขภาพและปัญหาโรคเรื้อรังต่างๆ นอกจากนี้ในแต่ละช่วงวัยยังมีปัญหาในการดูแลตนเองจน ก่อให้เกิดปัญหาทางด้านสุขภาพตามมา เช่น เกิดภาวะสมองเสื่อม มีปัญหาทางด้านความจำ โรคเหน็บชาและไม่เจริญอาหาร เป็นต้น ปัญหาสุขภาพเหล่านี้สามารถป้องกันได้ โดยเริ่มจากการดูแลตนเอง ด้วยการใช้องค์ความรู้และทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่น อีกทั้งประเทศไทยยังเป็นแหล่งพันธุ์พืชที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะพืชสมุนไพรที่มีการนำมาใช้ประโยชน์ทางด้านการประกอบอาหาร เครื่องสำอาง และยารักษาโรคมา ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน หากเจาะลึกไปถึงส่วนประกอบของอาหารพื้นบ้านภาคใต้ของไทยจะพบสมุนไพร ซึ่งมีค่าทางยาอยู่มากมาย โดยในเขตเทศบาลตำบลบ่อตรุ เป็นพื้นที่ที่มีพืชพรรณหลากหลายชนิด รวมถึงพืชผักสมุนไพรที่มีคุณค่าทางยา เช่น ไพล ขิง ข่า กระเพรา ตะไคร้ บัวบก พลูคาว และสะเดา เป็นต้น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพจะช่วยส่งเสริมให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยมีพฤติกรรมการป้องกันโรค จัดเป็นการกระทำเพื่อเพิ่มศักยภาพทางด้านสุขภาพ เป็นการปฏิบัติที่มุ้งเน้นการสร้างเสริมสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรง รวมทั้งการมีภูมิต้านทานต่อโรคหรือภัยคุกคามต่าง ๆ โดยทางคลินิกการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลระโนด เล็งเห็นถึงความสำคัญในการสร้างเสริมสุขภาพด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย และการนำพืชสมุนไพรในท้องถิ่นมาประยุกต์เป็นเมนูอาหาร เพื่อสุขภาพด้วยตนเองให้กับประชาชนในเขตเทศบาลตำบลบ่อตรุ จึงได้สนใจในการจัดโครงการนี้ขึ้น
| วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จ | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี | |
|---|---|---|---|
| 1 | เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสมุนไพรในท้องถิ่นมากขึ้น
|
||
| 2 | เพื่อให้ประชาชนสามารถประยุกต์ใช้สมุนไพรมาต่อยอดเป็นเมนูอาหารเพื่อสุขภาพได้ด้วยตนเอง
|
| รวมทั้งสิ้น | 0 | 0.00 | 0 | 0.00 | 0.00 |
- ศึกษาข้อมูลของประชาชนที่มีความสนใจเกี่ยวกับอาหารเป็นยา แล้วนำมาวิเคราะห์ข้อมูล
- นำเสนอโครงการเพื่อขออนุมัติงบประมาณ
- ประชุมชี้แจงโครงการร่วมระหว่างทีม อสม.และผู้นำชุมชน และเจ้าหน้าที่คลินิกแพทย์แผนไทยโรงพยาบาลระโนด
- จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ ผัก สมุนไพร 9 รส ที่มีในท้องถิ่น เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการคิดเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ ตามหลักโภชนศาสตร์ตามแนวทางการแพทย์แผนไทยและจัดทำแผนลงเพื่อลงดำเนินโครงการ
- การให้ความรู้เกี่ยวกับโภชนศาสตร์ตามแนวทางแพทย์แผนไทย
- สอนเชิงปฏบัติการการเกี่ยวกับการประยุกต์เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ รวมทั้งประกวดเมนูอาหารจากผู้เข้าร่วมโครงการ
- สรุปและประเมินผลการดำเนินงาน
- ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสมุนไพรในท้องถิ่นมากขึ้น
- ประชาชนประยุกต์ใช้สมุนไพรมาต่อยอดเป็นเมนูอาหารเพื่อสุขภาพได้ด้วยตนเอง
โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2566 13:53 น.