โครงการตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง (ประเภทที่ 2)
โครงการตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง (ประเภทที่ 2)
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง (ประเภทที่ 2) | |
| รหัสโครงการ | ||
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรมคนรักสุขภาพ ม.8 บ้านเหนือคลอง | |
| วันที่อนุมัติ | 4 ธันวาคม 2566 | |
| ปี | 2567 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 ตุลาคม 2566 - 30 กันยายน 2567 | |
| งบประมาณ | 17,974.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวภาริณี หัสดิน | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลควนกาหลง อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล |
โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ ซึ่งเป็นสาเหตุของการป่วย พิการ และเสียชีวิต โดยจากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข พบว่า ข้อมูลอัตราป่วยและอัตราตายด้วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นการเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังยังเป็นภาระต่องบประมาณด้านการดูแลสุขภาพ เพราะเป็นโรคที่จำเป็นต้องรักษาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนานและมีค่าใช้จ่ายด้านการรักษาที่สูงมาก ดังนั้น ทางชมรมคนรักสุขภาพ ม.8 บ้านเหนือคลอง ดำเนินงานเน้นนโยบายเชิงรุก เพื่อเร่งป้องกันการเกิดโรคต่างๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็นจากพฤติกรรม ทางด้านอาหาร การกิน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งรัดในการตระหนัก และเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว
ดังนั้นทางแกนนำชมรมคนรักสุขภาพ ม.8 บ้านเหนือคลอง จึงได้จัดทำโครงการตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงขึ้นมา พร้อมทั้ง ทีม อสม. และทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเหนือคลอง เพื่อให้ประชาชนได้รับคัดกรอง ความเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง และร่วมกันรณรงค์สร้างความตระหนักในเรื่องของการดูแลสุขภาพ ให้มีพฤติกรรมสุขภาพ ที่ดี และได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรคที่จะเกิดขึ้นตามมาในภายหลัง
- 1. เพื่อคัดกรองความเสี่ยงโรคเบาหวานและดันโลหิตสูงในประชากร กลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป ในเขตพื้นที่ เป้าหมาย 2. ผู้ที่มีภาวะเสี่ยงได้รับการส่งต่อให้แพทย์ วินิจฉัย และเข้ารับการรักษาพยาบาลที่ถูกต้องเหมาะสม
1.ประชาชนได้รับการตระหนักและใส่ใจในการดูแลสุขภาพของตนเอง ครอบครัว และชุมชน 2.อัตราการป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงลดลง 3.อัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนขอโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงลดลง 4.เกิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างทีมสุขภาพ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และประชาชนกลุ่มเป้าหมาย