โครงการลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย เด็กตำบลเทพาแข็งแรง 4 D
โครงการลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย เด็กตำบลเทพาแข็งแรง 4 D
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย เด็กตำบลเทพาแข็งแรง 4 D | |
| รหัสโครงการ | 67-L8287-1-7 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลเทพา | |
| วันที่อนุมัติ | 29 พฤศจิกายน 2566 | |
| ปี | 2567 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มีนาคม 2567 - 30 กันยายน 2567 | |
| งบประมาณ | 20,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | คลินิกเวชปฏิบัติครอบครัวศูนย์ 1 โรงพยาบาลเทพา | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลเทพา อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา |
เด็กเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่า และเป็นอนาคตที่สำคัญของชาติ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จะต้องเริ่มต้นตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา เมื่ออวัยวะครบสมบูรณ์ ก็สามารถเรียนรู้ได้ ดังนั้น การเรียนรู้ตามหลักการพัฒนาสมองหรือเรียกว่า Brain Based Learning (BBL) จึงเป็นวิธีการเรียนรู้ที่สามารถนำไปปฏิบัติ สร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครองในการเลี้ยงดูบุตรอย่างมั่นใจ ซึ่งในขณะแม่ตั้งครรภ์ควรพูดคุยกับลูกในท้อง ใช้มือลูบคลำ หรือร้องเพลง หรือกิจกรรมที่แม่ทำแล้วสนุก มีความสุข เกิดสิ่งที่เราเรียกว่า “Mozart Effect” ซึ่งไม่จำเป็นต้องฟังเพลงของโมสาร์ทเท่านั้น อาจเป็น เพลงป๊อป เพลงลูกทุ่ง หรือเพลงอื่นๆ ที่แม่ฟังแล้วมีความสุข วงจรการเรียนรู้ของสมองมี 2 แบบ คือ “ตั้งใจและไม่ตั้งใจ” “ตั้งใจ” เมื่อถูกบังคับ เช่น ครู พ่อแม่บังคับให้ทำการบ้าน ให้เรียนรู้วิชา ซึ่งในลักษณะนี้ไม่เป็นผลดี เมื่อเด็กไม่พอใจ ไม่ต้องการเรียน สมองหรือ ระบบลิมบิก (Limbic system) จะปิด ส่วน “ไม่ตั้งใจ” นั้น ต้องเปิดสมองก่อน วิธีเปิดสมองอาจจะเปิดด้วยสมาธิ หรือจังหวะเพลง การเต้นง่ายๆ เมื่อสมองเปิดทำงาน มีสมาธิ แม่ตั้งครรภ์จะรู้สึกผ่อนคลาย ทารกในครรภ์ พร้อมที่จะเรียนรู้ก็จะทำได้ง่ายขึ้นโดยเฉพาะในช่วงแรกเกิด – ๕ ปี ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มมีการพัฒนาในด้านต่างๆ อย่างรวดเร็ว ทั้งทางด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ จิตใจ และสังคม หากเด็กในช่วงนี้ได้รับการเลี้ยงดูที่เหมาะสม และมีการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละด้านอย่างถูกวิธี จะส่งผลต่อความฉลาดทางอารมณ์และพัฒนาการด้านสมองในอนาคต จากการศึกษาพบว่า การเรียนรู้แบบการมีส่วนร่วม อัตราการเลี้ยง ลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวนาน 6 เดือน อยู่ในเกณฑ์ที่ดีพอสมควร คือร้อยละ 25 แต่อัตราน้ำหนักแรกเกิดน้อยกว่า 2,500 กรัม( LBW: Low birth weight), การขาดธาตุเหล็กในหญิงตั้งครรภ์, ภาวะทุพโภชนาการในเด็ก (อ้วน-ผอม) ก็ยังเป็นปัญหา หญิงหลังคลอด ยังไม่มีความมั่นใจในเรื่องแนวคิด ความรู้ และทักษะในการเลี้ยง ลูกด้วยนมแม่ ส่งผลให้อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน ยังไม่ได้เพิ่มขึ้นชัดเจน การพยาบาลก็เป็นปัญหาอุปสรรค ในการเรียนการสอน บางครั้งผู้รับบริการไม่พร้อมในการเรียนรู้ ให้ความร่วมมือน้อยในการแลกเปลี่ยน ประสบการณ์ ทำให้กระบวนการสอนใช้เวลานานและคล้ายการเรียนการสอนแบบเดิม คือการสอนสุขศึกษา หรือ Health Education ผู้รับบริการบางคนไม่เปิดใจ ไม่เข้าใจในสิ่งที่สอนเพราะการสอนแบบเดิม เป็นการ สื่อสารทางเดียว ไม่มีการตรวจสอบว่าผู้รับบริการเข้าใจในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่มีการเน้นจุดสำคัญ ประเมินได้จาก หลังจากกลับบ้านผู้รับบริการไม่ได้นำไปปฏิบัติจริง เช่น ไม่ลงบันทึกสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็กอย่าง ต่อเนื่อง จึงทำให้ผลลัพธ์ตัวชี้วัดไม่เป็นที่น่าพอใจ
ทางคลินิกเวชปฏิบัติครอบครัวศูนย์1 โรงพยาบาลเทพา จึง ได้มีการนำแนวคิด BBL (Brain-based Learning) มาปรับกระบวนการโรงเรียนพ่อแม่ มาใช้กับ ผู้รับบริการโดยเริ่มแรกมีการแนะนำตัว กล่าวคำทักทายเพื่อสร้างความคุ้นเคย มีการเปิดสมองโดยพาทำกิจกรรม ก่อนเริ่มการสอนทำให้ผู้รับบริการรู้สึกผ่อนคลายมีความพร้อมที่จะเรียนรู้ หลังจากนั้นผู้สอนได้เริ่มการสอนและ สาธิตโดยเน้นจุดสำคัญของขั้นตอนต่างๆและให้ผู้รับบริการได้ฝึกปฏิบัติทุกคนโดยมีผู้สอนคอยประกบช่วยเหลือ หลังจากนั้นได้มีการพูดคุยสรุป และเปิดให้มีการ ซักถาม REFLECTION ของผู้รับบริการเพื่อจะได้ทราบว่า ผู้รับบริการยังมีความไม่มั่นใจหรือขาดทักษะขั้นตอนไหน ผู้สอนจะได้ช่วยเสริมตรงจุดนั้นทำให้ผู้รับบริการ สามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพและมั่นใจเมื่อกลับไปปฏิบัติที่บ้าน นอกจากนี้ การปรับปรุงครั้งนี้ มุ่งหวังให้ผู้รับบริการเกิดความเข้าใจ รู้จุดสำคัญ ข้อควรระวัง ทำให้สามารถเรียนรู้และ ปฏิบัติได้ถูกต้อง เด็กมีสุขภาพกายและใจที่ดี ไม่กลัวโรงพยาบาล คุ้นเคยกับเจ้าหน้าที่ สนใจฟังนิทานมากขึ้น ผู้รับบริการมีความสุขในการเรียนการสอน สังเกตจากสีหน้าแววตา การให้ความร่วมมือ และมีความอบอุ่นที่สามีมีส่วนร่วมทุกกิจกรรม ตั้งแต่มาฝากครรภ์ สู่มารดาตั้งครรภ์คุณภาพ
- เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์มีพฤติกรรมบริโภคอาหารที่เหมาะสม
- แลกเปลี่ยนประสบการณ์ การตั้งครรภ์ ทั้งหมด 6 ฐานการเรียนรู้
- แลกเปลี่ยนประสบการณ์ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็ก 0-5 ปี ทั้งหมด 5 ฐาน การเรียนรู้
- ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแลหญิงตั้งครรภ์ และ เด็ก 0-5 ปี
1.อสม.มีความรู้และมีทักษะในการดูแลหญิงตั้งครรภ์และเด็ก0-5 ปี
2.ผู้ปกครองเด็กสามารถประเมินการเจริญเติบโต พัฒนาการและกระตุ้นพัฒนาการของบุตรตนเองได้
3.หญิงตั้งครรภ์ มีภาวะโภชนาการที่เหมาะสม
4. ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลหญิงตั้งครรภ์ และ เด็ก0-5 ปี