โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุด้วยหลัก 5 อ. นำชีวีมีความสุข
โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุด้วยหลัก 5 อ. นำชีวีมีความสุข
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุด้วยหลัก 5 อ. นำชีวีมีความสุข | |
| รหัสโครงการ | 2567-L7161-03-02 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ | |
| วันที่อนุมัติ | 28 ธันวาคม 2566 | |
| ปี | 2567 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 กุมภาพันธ์ 2567 - 31 สิงหาคม 2567 | |
| งบประมาณ | 215,880.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายทวีป จิรรัตนโสภา | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา |
ในปจจุบันประเทศไทยมีจำนวนผูสูงอายุเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในป 2563 มีประชากรที่มีอายุตั้งแต 60 ป 1 ใน 6 ของประชากรทั้งหมด กลาวตามนิยามของสหประชาชาติ คือ เมื่อประเทศใดมีประชากรอายุ 60 ปขึ้นไปเกินรอยละ 10 หรือ ประชากรอายุ 65 ปขึ้นไป เกินรอยละ 7 ของประชากรทั้งหมด ถือได้วาประเทศนั้นไดกาวเขาสูสังคมผูสูงอายุ (Aging Society) และจะเปนสังคมผูสูงอายุโดยสมบูรณ (Aged Society) ประเทศไทยเริ่มเขาสูสังคม ผูสูงอายุตั้งแตป 2547 และจะเปนสังคมผูสูงอายุโดยสมบูรณในป 2567
เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสรางประชากรเขาสูสังคมผูสูงอายุ มีผลกระทบตออัตราสวนภาวะพึ่งพิง หรือภาวะโดยรวมที่ประชากรวัยทำงานจะตองเลี้ยงประชากรวัยสูงอายุที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น อาจนำไปสูปญหาทางเศรษฐกิจ สังคม รวมถึงปญหาในดานสุขภาพของผูสูงอายุดวย เนื่องจากผูสูงอายุมีภาวะดานสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงมีความเสื่อมของรางกายอวัยวะตางๆ ทั่วไปเริ่มออนแอและเกิดโรคงาย ภูมิตานทานโรคนอยลง รวมถึงมีการเปลี่ยนแปลงทางดานจิตใจและสังคมดวยสถานการณ์ของผู้สูงอายุในเขตเทศบาลเมืองเบตง ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 พบว่า ผู้สูงอายุในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตและภาวะสุขภาพที่แตกต่างกันในแต่ละคน มีทั้งผู้สูงอายุที่ติดเตียง ติดบ้าน และติดสังคม จากการสำรวจพบว่ามีจำนวนผู้สูงอายุในเขตเทศบาลเมืองเบตงรวมทั้งสิ้นประมาณ 4,959 คน คิดเป็นร้อยละ 19 ของจำนวนประชากรทั้งหมดในเขตเทศบาลเมืองเบตง ซึ่งถือเป็นจำนวนที่ค่อนข้างมาก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วนในพื้นที่ต้องร่วมมือร่วมใจ ผสานทุนทางสังคม มีนโยบายและกิจกรรมในการส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุให้ครอบคลุมมากที่สุด มีกิจกรรมทางสังคมที่หลากหลาย เพียงพอ เหมาะสมกับความสนใจและวัฒนธรรม สามารถชวยเหลือตนเองไดทั้งทางดานสุขภาพทางกาย และจิตใจ ผูสูงอายุกลุมดังกลาวควรไดรับการสงเสริมใหเกิดความแข็งแรงทั้งกายและใจ การปฏิบัติตนที่ถูกต้องและเหมาะสมตามหลักการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุตามหลัก 5 อ. ได้แก่
1 อ.อาหาร รับประทานอาหารให้หลากหลาย ได้สัดส่วนเพียงพออิ่ม ครบ 5 หมู่ เน้นย่อยง่ายและสะอาด อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง เช่น อาหารที่มีไขมันสูง หวานจัด เค็มจัด และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
2 อ.ออกกำลังกาย โดยออกกำลังกายทุกส่วนสัด กระตุ้นจังหวะการเต้นของหัวใจ ผู้สูงอายุควรเคลื่อนไหวออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม มีหลากหลายวิธี เช่น ยืดเส้นยืดสาย ยืดเหยียด ช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง เดินเร็ว ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ เป็นต้น และหลีกเลี่ยง การแข่งขัน ออกแรงเกินกำลัง ความเร็วสูง เกร็ง เบ่ง ยกน้ำหนัก การอยู่ในสถานที่ร้อนอบอ้าว อากาศไม่ถ่ายเท อยู่กลางแดดจ้า
3 อ.อารมณ์ คือ อารมณ์รื่นเริงยินดี ชีวีสดใสด้วยรอยยิ้ม จิตแจ่มใส มองโลกในแง่บวก ไม่เครียด ช่วยเหลือให้คำแนะนำแก่ลูกหลาน คนรอบข้าง
4 อ.อดิเรก สร้างสรรค์งานอดิเรก เพิ่มพูนคุณค่า เกื้อกูลสังคม หากิจกรรมงานอดิเรกที่ชอบทำแล้วเพลิดเพลิน และมีคุณค่าทางจิตใจ เช่น อ่านหนังสือธรรมะ ฟังเทศน์ฟังธรรม พบปะสังสรรค์ ให้คำปรึกษาแนะนำฟังเพลง ปลูกต้นไม้ และ
5 อ.อนามัย สร้างอนามัยดี ชีวีมีสุข นำพาอายุยืนยาว สร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่ดี หมั่นตรวจและรักษาสุขภาพ ปฏิบัติตนให้ถูกสุขลักษณะ ควรตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละครั้ง ดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน งด ละ เลิกอบายมุข บุหรี่ เหล้า ของมึนเมา และสารเสพติด
นอกจากนี้ การที่ผู้สูงอายุจะมีสุขภาพแข็งแรง มีอายุยืนยาวอย่างมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้นั้น ไม่เพียงแต่การเตรียมความพร้อมหรือการปฏิบัติตัวผู้สูงอายุเองเท่านั้น ลูกหลาน ครอบครัวก็ควรใส่ใจดูแลผู้สูงอายุด้วย รวมทั้งสังคมก็ควรเกื้อหนุนอำนวยความสะดวกในสิ่งต่างๆ ตลอดจนจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพแก่ผู้สูงอายุด้วยเช่นกันศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุจึงได้จัดทำโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุด้วยหลัก 5 อ. นำชีวีมีความสุข จึงเห็นความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ทั้งทางด้านร่างกาย สังคม อารมณ์และจิตใจ จึงมีความสำคัญอยางยิ่งในการสงเสริมและปองกันปญหาสุขภาพของผูสูงอายุแบบองครวม (Holistic)ใหมีสมรรถภาพรางกายแข็งแรง มีจิตใจเขมแข็ง และมีคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อใหผูสูงอายุสามารถดำเนินชีวิตอยางมีความสุขและตระหนักถึงคุณคาในตนเอง พรอมเปนพลังใหแกชุมชนตอไป
- 1. เพื่อให้ผู้สูงอายุที่เข้ารับการอบรมมีความรู้และทักษะในการดูแล ป้องกัน และฟื้นฟูสุขภาพจากการเจ็บป่วย ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ(ปัญญา) ตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง
- 2. เพื่อให้ผู้สูงอายุที่เข้ารับการอบรมมีสัมพันธภาพระหว่างเพื่อนวัยเดียวกัน มีสุขภาพจิตที่ดี มีความสุขในการเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม
- 3. เพื่อสร้างนวัตกรรมสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ
- กิจกรรมที่1 เตรียมความพร้อมกิจกรรม
- กิจกรรมที่ 2 กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ และอบรมให้ความรู้
- ผู้สูงอายุมีความรู้และทักษะในการดูแล ป้องกัน และฟื้นฟูสุขภาพจากการเจ็บป่วย ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ (ปัญญา) ตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง
- ผู้สูงอายุมีสัมพันธภาพระหว่างเพื่อนวัยเดียวกัน มีสุขภาพจิตที่ดี มีความสุขในการเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม
- โรงเรียนผู้สูงอายุมีนวัตกรรมด้านสุขภาพ และผู้สูงอายุสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ