กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่มีภาวะแผลกดทับ

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่มีภาวะแผลกดทับ
รหัสโครงการ 67-L3326-03-01
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ประธานศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุตำบลแหลมโตนด
วันที่อนุมัติ 24 มกราคม 2567
ปี 2567
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 กุมภาพันธ์ 2567 - 30 กันยายน 2567
งบประมาณ 13,500.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสาวกัลยา เกษรินทร์
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลแหลมโตนด อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง
ประเด็น
แผนงานผู้สูงอายุ , แผนงานคนพิการ
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
  1. จำนวนผู้ป่วยติดเตียงที่มีแผลกดทับได้รับการดูแล ขนาด 6.00
  2. จำนวนผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง(ADL น้อยว่า 11 คะแนน)ได้รับการจัดบริการดูแลระยาว(คน) ขนาด 50.00

พื้นที่ตำบลแหลมโตนดมีประชากรทั้งหมด 3,487 คน จากการตรวจประเมินความสามารถในการดำเนินชีวิตประจำวันตามดัชนีบาร์เธลเอดีแอล พบผู้สูงอายุที่มีคะแนนเอดีแอลเท่ากับหรือน้อยกว่า 11 คะแนน (ติดบ้าน ติดเตียงจำนวน 50 ราย ซึ่งผู้สูงอายุ มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหวและเป็นผู้ป่วยที่นอนติดเตียง จะส่งให้เกิดแผลกดทับ โดยผู้สูงอายุมีความเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 70 ผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 70 ปี เมื่อเกิดแผลกดทับจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต 4-6 เท่า เมื่อผู้สูงอายุเกิดแผลกดทับจะทำให้แผลหายช้า เนื่องจากเซลล์ผิวหนังมีจำนวนลดลง หากอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำแผลไม่สะอาด ปราศจากเชื้อทำให้ผู้ป่วยมีภาวะติดเชื้อและเสียชีวิตภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ชมรม อสม.ตำบลแหลมโตนด เล็งเห็นถึงความสำคัญการดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่เกิดแผลกดทับ ให้มีอุปกรณ์สำหรับทำแผลอุปกรณ์ที่สะอาดและปราศจากเชื้อจึงได้จัดทำโครงการการดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่มีภาวะแผลกดทับเพื่อให้บุคคลที่มีภาวะพึ่งพิงได้มีวัสดุ อุปกรณ์ทำแผลและได้รับการบริการสาธารณสุขอย่างครอบคลุมและทั่วถึง

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อลดและป้องกันแผลติดเชื้อ
  2. เพื่อสนับสนุนอุปกรณ์การทำแผลที่บ้านของผู้ป่วยที่มีภาวะแผลกดทับ เพื่อหมุนเวียนกันใช้ในชุมชน
  3. เพื่อลดการเข้ารับการรักษาซ้ำที่โรงพยาบาล
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. จัดหาอุปกรณ์ชุดทำแผล
  2. สอนการทำแผลให้กับญาติผู้ดูแลคนไข้
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. ลดการติดเชื้อ
  2. ลดการเข้ารับการรักษาซ้ำที่โรงพยาบาล
  3. ลดค่าใช้จ่ายและภาระแก่ครอบครัว