เกษตรกรปลอดโรคผู้บริโภคปลอดภัย
เกษตรกรปลอดโรคผู้บริโภคปลอดภัย
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | เกษตรกรปลอดโรคผู้บริโภคปลอดภัย | |
| รหัสโครงการ | 67-L1496-02-01 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข ตำบลนาพละ | |
| วันที่อนุมัติ | 7 ธันวาคม 2566 | |
| ปี | 2567 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 15 ธันวาคม 2566 - 30 กันยายน 2567 | |
| งบประมาณ | 4,100.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | น.ส.สมญา แก้วละเอียด | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลนาพละ อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง |
ประชากรไทยมีอาชีพพื้นฐานอยู่ในภาคเกษตรกรรม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานนอกระบบผู้มีรายได้น้อย แต่ทำงานที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพจากสภาพภูมิอากาศที่ร้อนจัด ท่าทางการทำงานที่มีความเสี่ยงต่อการปวดหลังและกล้ามเนื้ออักเสบ รวมทั้งการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพมีพิษทั้งแบบเฉียบพลัน และเรื้อรังตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนรุนแรงถึงแก่ชีวิตขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้น ความเป็นพิษ และปริมาณที่ได้รับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง โดยการสัมผัสทางผิวหนังที่ไม่สวมถุงมือและรองเท้าบู๊ท ป้องกันขณะทำงานกับสารเคมี การสูดหายใจละอองที่ฟุ้งกระจายในอากาศ และการรับประทานอาหารและดื่มน้ำที่มีสารเคมีปนเปื้อน พฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัยทำให้เกษตรกรมีความเสี่ยงจากการได้รับอันตรายจากสารเคมีเพิ่มขึ้นยกตัวอย่างเช่น ใช้ถังภาชนะบรรจุสารเคมีที่รั่วซึม ฉีดพ่นสวนทิศทางลมทำให้เสื้อผ้าเปียกชุ่มสารเคมีโดยไม่อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ซึมเปื้อนทันที เป็นต้น สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์ และสัตว์ กล่าวคือ จะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมอง ผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และตา ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่า เราจะรับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้จึงแสดงอาการต่างๆขึ้นมา เช่น โรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกัน เป็นต้น ตำบลนาพละเป็นตำบลหนึ่งที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรม โดยมีพื้นที่ที่ใช้ในการเกษตรมากถึงร้อยละ ๙๐ ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ทำนา ทำไร่ ปลุกผัก ทำสวนผลไม้และสวนยางพารา ผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืช จึงกระจายและขยายเป็นวงกว้าง และยังอยู่ในระดับที่รุนแรงและสูงขึ้น ทางชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขตำบลนาพละ ได้เล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพเกษตรกรในพื้นที่รับผิดชอบ จึงได้จัดทำโครงการตรวจสารเคมีตกค้างในเลือดเกษตรกรขึ้น เพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ที่รับผิดชอบได้รับการตรวจสุขภาพและเจาะเลือดเพื่อดูว่ามีปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่ในระดับใดเพื่อทำการเฝ้าระวังและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อไป
- เพื่อให้เกษตรกรผู้ใช้สารเคมีในการเกษตรได้รับการตรวจสุขภาพประจำปีโดยเจ้าหน้าที่
- เกษตรกรที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือดในระดับเสี่ยงและไม่ปลอดภัยได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
- เรื่องการใช้สารเคมีในการเกษตรอย่างถูกต้องและปลอดภัย
- เกษตรกรที่เข้ารับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้รับการตรวจสารเคมีตกค้างในเลือดซ้ำภายใน 1 เดือน
- เกษตรกรได้รับยารางจืดขจัดสารพิษตกค้างในร่างกาย
๑. ดำเนินการเจาะเลือดตรวจหาสารเคมีในเลือดเกษตรกร ตามวันและเวลาที่นัดหมายพร้อมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับโรค การรักษา ผลกระทบ รวมถึงการป้องกันที่ถูกต้อง ๒. แจ้งผลการตรวจพร้อมคำแนะนำที่ถูกต้องของการดูแลสุขภาพ ๓. จัดอบรมให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแก่เกษตรกรที่ตรวจพบสารเคมีในเลือดที่มีผลระดับเสี่ยงและไม่ปลอดภัย โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ๔. เกษตรกรที่ได้รับความรู้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้รับการตรวจสารเคมีตกค้างในเลือดซ้ำภายใน 1 เดือน ๕. สรุปผลการดำเนินงาน
๑. กลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจสารเคมีตกค้างในกระแสเลือด 2. ร้อยละ 80 ของผู้ตรวจพบสารเคมีในเลือดในระดับเสี่ยงและไม่ปลอดภัยได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3. ร้อยละ 100 ของผู้ตรวจพบสารเคมีในเลือดในระดับเสี่ยงและไม่ปลอดภัยที่ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ได้รับการตรวจสารเคมีตกค้างในเลือดซ้ำภายใน 1 เดือน