กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมพิชิตโรคลดแทรกซ้อนความดันโลหิตสูงและเบาหวาน ปี 2567

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมพิชิตโรคลดแทรกซ้อนความดันโลหิตสูงและเบาหวาน ปี 2567
รหัสโครงการ
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
วันที่อนุมัติ 1 มีนาคม 2567
ปี 2567
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 มีนาคม 2567 - 30 กันยายน 2567
งบประมาณ 24,400.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ กรรณิการ์ เหละดุหวี
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลยะหา อำเภอยะหา จังหวัดยะลา
ประเด็น
แผนงานโรคเรื้อรัง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
  1. ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ขนาด 17.19
  2. ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ขนาด 13.90
  3. ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานไม่สามารถคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ขนาด 68.48
  4. ร้อยละผู้ป่วยความดันโลหิตสูงไม่สามารถควบคุมความดันโลหิต ขนาด 33.42
  5. ร้อยละของกลุ่มสงสัยป่วยเบาหวาน ขนาด 2.67
  6. ร้อยละกลุ่มสงสัยป่วยความดันโลหิตสูง ขนาด 7.72

หลักการและเหตุผล ปัจจุบันประชาชนป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะความดันโลหิตสูง เบาหวาน หัวใจและหลอดเลือด ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการมีพฤติกรรมสุขภาพไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะเรื่อง อาหารการกิน การออกกำลังกายและการจัดการความเครียด ผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูงที่ไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมได้ ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่มีอันตรายถึงแก่ชีวิตหรือไม่ก็เกิดความพิการทางด้านร่างกาย เช่นอัมพฤกษ์-อัมพาต บั่นทอนคุณภาพชีวิตทั้งผู้ป่วย ครอบครัวและชุมชน คลินิก NCDของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านลากอมีผู้ป่วยความดันโลหิตสูง 390 ราย สามารถ ควบคุมความดันโลหิตได้ดี ร้อยละ 66.58 ไม่สามารถควบคุมความดันโลหิต ร้อยละ 33.42 เกิดภาวะแทรกซ้อนทางไต ร้อยละ 13.50 ภาวะแทรกซ้อนทางหลอดเลือดสมองจำนวน 3ราย คิดเป็นร้อยละ 0.76 โรคหลอดเลือดหัวใจ 1 รายคิดเป็นร้อยละ 0.25 และมีผู้ป่วยเบาหวาน จำนวน 147 ราย สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดร้อยละ 31.52 ไม่สามารถคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ร้อยละ 68.48จากผลการตรวจตรวจคัดกรองสุขภาพกลุ่มอายุ 35 ปี ขึ้นไปปี 2566พบกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน(ค่าระดับน้ำตาล100-125 mg/dl)ร้อยละ17.19กลุ่มสงสัยป่วยเบาหวานร้อยละ 2.67ผู้ป่วยรายใหม่13 รายมีกลุ่มเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง (ค่าความดันโลหิต ตัวบน 130-139 ตัวล่าง 85-89 mm.Hg ร้อยละ 13.90 กลุ่มสงสัยป่วยความดันโลหิตสูงร้อยละ 7.78ผู้ป่วยรายใหม่32ราย จากข้อมูลจำนวนรายใหม่ของความดันโลหิตสูงและเบาหวานมีเพิ่มขึ้นทุกๆปี
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านลากอได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหา ดังกล่าว และตระหนักถึงภาวะสุขภาพของประชาชนในกลุ่มผู้เสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงจึงได้จัดทำโครงการ “ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมพิชิตโรคลดแทรกซ้อนความดันโลหิตสูงและเบาหวาน”ปีงบประมาณ 2567 ขึ้น เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยต่อโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงได้รับความรู้ และสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดการ เกิดผู้ป่วยรายใหม่ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต โดยนำหลักการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพลดโรค 3อ 3ส 1น.ตามวิถีชุมชน เปิดโอกาสแลกเปลี่ยนวิถีด้านสุขภาวะและพฤติกรรมสุขภาพที่ดี ส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ และปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ลดปัญหาค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาวและพัฒนาหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรค ส่งผลต่อการมีสุขภาพดีถ้วนหน้าอย่างยั่งยืนต่อไป

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน
  2. เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง
  3. เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี
  4. เพื่อให้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมความดันโลหิตได้ดี
  5. เพื่อให้กลุ่มสงสัยป่วยเบาหวานได้รับการติดตามเพื่อตรวจยืนยัน
  6. เพื่อให้กลุ่มสงสัยป่วยความดันโลหิตสูงได้รับการติดตามเพื่อตรวจยืนยัน
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. 5.ติดตามกลุ่มสงสัยป่วยเบาหวาน มาเพื่อเจาะเลือดส่งตรวจโรงพยาบาลยืนยันผล หากเกินเกณฑ์ส่งพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัย
  2. 3.ติดตามกลุ่มสงสัยป่วยความดันโลหิตสูงเพื่อตรวจยืนยัน
  3. 1.จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเป้าหมายโดยแบ่งการอบรมเป็น 2 รุ่น รุ่นละ 100 คนจัดอบรมเป็น 4 ฐานการเรียนรู้1.
  4. 2.ติดตาม กลุ่มเป้าหมายหลังจากแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เสริมทักษะชีวิต ในเรื่อง 3ส 3อ.1น ไป 1 เดือน
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.กลุ่มเป้าหมายสามารถนำความรู้และนำไปปฏิบัติ ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน
2 .กลุ่มเป้าหมายมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังสุขภาพ และจัดการสุขภาพของตนเอง 3. กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเป็นผู้ป่วยรายใหม่ลดลดลงจากปีก่อน 4. กลุ่มป่วยมีการควบคุมระดับความดันและน้ำตาลดีขึ้นจากปีก่อนและลดการเกิดภาวะแทรกซ้อน