โครงการยกระดับการออกกกำลังกายด้วยการเต้นไลน์ แดนซ์ (Line Dance)

กำหนดการ
โครงการยกระดับการออกกำลังกายด้วยการเต้นไลน์ แดนซ์ (Line Dance)
กิจกรรม อบรมความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
วันที่ 18 มีนาคม 2567 เวลา 08.30 – 16.30 น.
ณ ห้องประชุมสภาเทศบาลตำบลทุ่งยาว
08.30 – 08.45 น. ลงทะเบียน 08.45 – 09.00 น. พิธีเปิดการอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุเทศบาลตำบลทุ่งยาว 09.00 – 10.00 น. การบรรยาย หัวข้อ “การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยใช้หลัก 3 อ. 2 ส.” 10.00 – 10.10 น. พักรับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม 10.10 – 12.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน 12.00 – 13.00 น. การบรรยาย หัวข้อ “การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยใช้หลัก 3 อ. 2 ส.” (ต่อ) 13.00 – 14.00 น. การบรรยาย หัวข้อ “การป้องกันการเกิดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง” 14.00 – 14.10 น. พักรับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม 14.10 – 16.00 น. การบรรยาย หัวข้อ “การป้องกันการเกิดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง” (ต่อ) 16.00 – 16.30 น. ซักถามข้อสงสัย/ ปิดการอบรมฯ
กิจกรรม อบรมความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง วันที่ 18 มีนาคม 2567 เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ ห้องประชุมสภาเทศบาลตำบลทุ่งยาว รายละเอียดดังนี้
1. หัวข้อ “การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยใช้หลัก 3 อ. 2 ส.”
อ.1 อาหาร รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงรสหวานมัน เค็ม มากเกินไป
อ.2 ออกกำลังกาย เคลื่อนไหวร่างกายเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน วันละ 30 นาที
อ.3 อารมณ์ มีการจัดการกับอารมณ์ ฝึกสมาธิและผ่อนคลายเครียด
ส.1 ไม่สูบบุหรี่ ลด ละ เลิก การสูบบุหรี่ เพราะเป็นอันตรายทั้งต่อตนเองและผู้คนรอบข้าง
ส.2 ไม่ดื่มสุรา หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
2. หัวข้อ “การป้องกันการเกิดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง”
โรคเบาหวาน คือ โรคที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติอย่างต่อเนื่อง อาจเกิดจาก ความผิดปกติของตับอ่อนที่หลั่งฮอร์โมนอินซูลินได้น้อยกว่าปกติ หรือเกิดจากภาวะดื้อต่ออินซูลินซึ่งพบได้ในโรคอ้วนสังเกตตัวเองเมื่อมีอาการที่บ่งชี้ว่าคุณกำลังเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ดังนี้
1. ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ
2. รู้สึกกระหายน้ำ
3. น้ำหนักลดลง
4. ตาพร่า ตามัว
5. ปลายมือปลายเท้าชา
แนวทางการดูแลรักษาสุขภาพอย่างไรให้ไกลเบาหวาน
1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน
2. รับประทานอาหารที่มีกากใยสูง
3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ 3 - 5 ครั้ง/สัปดาห์
4. ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
5. หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่
6. ใช้ยาเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
โรคความดันโลหิตสูง คือ ภาวะที่แรงดันของเลือดที่มีต่อผนังเลือดสูงพอที่อาจจะทำให้ เกิดโรคหัวใจได้ในระยะยาว ความดันโลหิตแปรผันด้วย 2 ปัจจัย ได้แก่ ปริมาณเลือดที่ถูกปั๊มออกจากหัวใจแรงต้านการไหลเวียนของเลือด (กำหนดด้วยความแคบของเส้นเลือด)
อาการของโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งบางคนที่เป็นความดันโลหิตสูงอยู่หลายปี อาจไม่มีอาการใดๆ จนเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง เช่น หัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมอง ในบางรายอาจมีอาการปวดหัว เลือดกำเดาไหล หายใจไม่ทัน ซึ่งอาการเหล่านี้จะมีก็ต่อเมื่อมีความดันสูงมากจนอยู่ในเกณฑ์อันตรายและอาจเสียชีวิตได้
ปัจจัยเสี่ยงของโรคความดันโลหิตสูง
1. อายุ : ความดันโลหิตยิ่งสูง ถ้าอายุมากโดยเฉพาะในผู้ชาย
2. พันธุกรรม : ผู้ที่มีบิดาและมารดา เป็นโรคความดันโลหิตสูงมีแนวโน้มสูงที่จะเกิดโรคสูง
3. น้ำหนักเกินหรืออ้วน : สัมพันธ์กับอัตราการเกิดความดันโลหิตสูงที่เพิ่มสูงขึ้น
4. การสูบบุหรี่ : การสูบบุหรี่ทำให้ความดันเลือดสูงขึ้นทันทีและสามารถไปทำร้ายผนังเส้นเลือด
5. วิตามินดี : โซเดียม มีหน้าที่กักน้ำไว้ในร่างกายถ้ามีปริมาณน้ำมากเกินจะทำให้มีความดันสูง
6. แอลกอฮอล์ : การดื่มแอลกอฮอล์หนัก ๆ ในระยะยาว อาจทำให้หัวใจมีปัญหา
การรักษาโรคความดันโลหิตสูง สามารถแบ่งได้ 2 วิธี ดังนี้
1. การรักษาโดยไม่ใช้ยา คือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการดำรงชีวิต เช่น ลดอาหารเค็ม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เลิกสูบบุหรี่ ควบคุมปริมาณแอลกอฮอล์ ควบคุมน้ำหนัก
2. การรักษาโดยการใช้ยา คือ การรักษาความดันโลหิตสูงโดยการใช้ยาจะช่วยลดโรคแทรกซ้อน ที่เกิดจากความดันโลหิตสูงได้ โดยคนไข้แต่ละคนจะตอบสนองต่อยาชนิดต่างๆ ไม่เหมือนกัน ซึ่งแพทย์จะปรับยา ให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคน
3. หัวข้อ “การวางแผนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยตนเองเพื่อป้องกันโรคเรื้อรัง” (กิจกรรมกลุ่มระดมสมองวางแผน)
จุดประสงค์เพื่อ ระดมความคิดจากมุมมองของสมาชิกในกลุ่ม โดยไม่มีการตัดสินถูกผิดเพื่อหาทางเลือกในการตัดสินใจ ความคิดใหม่ ๆ และใช้ในการการวางแผนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยตนเองเพื่อป้องกันโรคเรื้อรัง และฝึกการพูดนำเสนองาน โดย การเลือกผู้แทนกลุ่มนำเสนอแผนงานดังกล่าว