โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการแกนนำเฝ้าระวัง ควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคฉี่หนู (Leptrospirosis) ในชุมชนอย่างเร่งด่วน
| ชื่อโครงการ | โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการแกนนำเฝ้าระวัง ควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคฉี่หนู (Leptrospirosis) ในชุมชนอย่างเร่งด่วน |
| ประเภทโครงการ | |
| รหัสโครงการ | 61-L1520-01-03 |
| ประเภทการสนับสนุน | ประเภท 5 สนับสนุนกรณีเกิดโรคระบาดหรือภัยพิบัติ |
| หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน ที่รับผิดชอบโครงการ | หน่วยบริการหรือสถานบริการสาธารณสุข เช่น รพ.สต. |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านในปง |
| วันที่อนุมัติ | 7 ธันวาคม 2560 |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 14 ธันวาคม 2560 - 31 มกราคม 2561 |
| กำหนดวันส่งรายงาน | 20 กุมภาพันธ์ 2561 |
| งบประมาณ | 12,700.00 บาท |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายธวัช ใสเกื้อ |
| พี่เลี้ยงโครงการ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลอ่าวตง อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง |
| ละติจูด-ลองจิจูด | 7.862,99.365place |
| งวด | วันที่งวดโครงการ | วันที่งวดรายงาน | งบประมาณ (บาท) | |||
|---|---|---|---|---|---|---|
| จากวันที่ | ถึงวันที่ | จากวันที่ | ถึงวันที่ | |||
| 1 | 18 ธ.ค. 2560 | 19 ธ.ค. 2560 | 12,700.00 | |||
| รวมงบประมาณ | 12,700.00 | |||||
(ตามแนบท้ายประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฯ พ.ศ. 2557)
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวน(คน) | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | ||
| กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง | 2831 | keyboard_arrow_down |
กิจกรรมหลักตามกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง : |
||
| สถานการณ์ปัญหา | ขนาด |
|---|
ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล
จากสถานการณ์อุทกภัย ภัยพิบัติในพื้นที่ปัจจุบัน ประชาชนมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคติดต่อสูง ซึ่งพื้นที่อำเภอวังวิเศษเป็นพื้นที่ราบลุ่มพื้นที่เกษตรกรรมด้านการปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมันอีกทั้งยังมีบริเวณที่มีน้ำท่วมขังเป็นเวลานานทั้งในสวนยางพาราและปาล์มน้ำมันและบริเวณที่อยู่อาศัยประกอบกับภาคใต้มีฤดูฝนติดต่อกันเป็นเวลานานซึ่งในปี 2560 มีฝนตกติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้ประชาชนขาดรายได้ ไม่สามารถไปทำงานตามปกติได้ ประชาชนที่ทำสวนก็มีปัญหาน้ำท่วมที่ทำกิน จึงส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก ซึ่งโรคเลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) หรือโรคฉี่หนู มักจะมาช่วงฤดูฝน ประชาชนที่มีความเสี่ยงต่อการเดินย่ำโคลนหรือพื้นที่ที่มีน้ำขังด้วยเท้าเปล่า ฝนที่ตกหนักติดต่อกันเป็นช่วงๆ ทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมขังในพื้นที่ต่างๆ เป็นสาเหตุของการเกิดโรคเลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) หรือ "โรคฉี่หนู" ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชื่อว่า เชื้อเลปโตสไปร่า (Leptospirosis) เข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล รอยขีดข่วน รอยถลอกตามผิวหนัง เยื่อบุตา จมูก ปาก หรือไชเข้าผิวหนังที่แช่น้ำเป็นเวลานาน พบมากในพื้นที่ที่มีการปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมันเนื่องจากต้องเดินย่ำน้ำหรือพื้นดินที่ชื้นแฉะ อาการของโรคคือมีไข้สูงทันทีทันใด ปวดศีรษะ ปวดเจ็บกล้ามเนื้อที่โคนขาและน่องอย่างมาก คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน ตาแดง บางรายอาจมีจุดเลือดออกตามผิวหนัง ไอมีเลือดปนหรือตัวเหลืองตาเหลือง เนื่องจากเยื้อหุ้มสมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ตับวาย ไตวาย และเสียชีวิตได้ นับตั้งแต่วันที่1 มกราคม 2560 ถึงวันที่11 ธันวาคม 2560จังหวัดตรังได้รับรายงานผู้ป่วยโรคLeptospirosisจำนวนทั้งสิ้น 138 รายคิดเป็นอัตราป่วย 21.60ต่อประชากรแสนคน มีรายงานผู้เสียชีวิต 4ราย อัตราตายต่อประชากรแสนคน เท่ากับ0.63 อัตราผู้ป่วยตายเท่ากับร้อยละ2.90อำเภอที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคนสูงสุดคืออำเภอวังวิเศษ พบผู้ป่วยจำนวน 18 ราย คิดเป็นอัตราป่วยเท่ากับ 41.57ต่อประชากรแสนคน เมื่อแยกรายตำบลพบว่าตำบลอ่าวตงพบผู้ป่วยสูงที่สุดถึง 7 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 65.24 ต่อแสนประชากรรองลงมา คือตำบลท่าสะบ้า จำนวน 3 ราย อัตราป่วย 55.27 ต่อแสนประชากรและตำบลวังมะปราง 2 ราย อัตราป่วย 52.92 ต่อแสนประชากรตำบลวังมะปรางเหนือ 3 ราย อัตราป่วย 33.39 ต่อแสนประชากรตำบลเขาวิเศษ 2 ราย อัตราป่วย 16.01 ต่อแสนประชากรโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านในปงมีความห่วงใยสุขภาพประชาชนและตระหนักถึงโรคภัยที่อาจจะเกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก จึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวังควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคฉี่หนู (Leptospirosis)ในชุมชนอย่างเร่งด่วนแก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ในการป้องกันตนเองจากโรคฉี่หนูในช่วงฤดูฝนและช่วงน้ำท่วม
| วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จ | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี | |
|---|---|---|---|
| 1 | เพื่อลดอัตราการป่วยและเสียชีวิต จากโรคเลปโตสไปโรซีสในเขตรับผิดชอบ รพ.สต.บ้านในปง
|
||
| 2 | เพื่อให้ความรู้ประชาชนเรื่องโรคเลปโตสไปโรซีสและการป้องกันตนเองจากโรคดังกล่าว ร้อยละ 100 ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารเรื่องโรคฉี่หนู |
||
| 3 | เพื่อให้แกนนำสามารถคัดกรองผู้ป่วยโรคฉี่หนูและประชาชนทั่วไปปรับปรุงสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมในหมู่บ้าน ร้อยละ 100 แกนนำสามารถคัดกรองโรคฉี่หนูได้ถูกต้อง |
| hourglass_emptyไม่มีกลุ่มกิจกรรม | กลุ่มเป้าหมาย (คน) |
งบกิจกรรม (บาท) |
ทำแล้ว |
ใช้จ่ายแล้ว (บาท) |
คงเหลือ (บาท) |
||
| วันที่ | กิจกรรม | 0 | 12,700.00 | 2 | 12,700.00 | 0.00 | |
| 14 ธ.ค. 60 - 31 ม.ค. 61 | รณรงค์ประชาสัมพันธ์เรื่องโรคฉี่หนู | 0 | 11,300.00 | ✔ | 11,300.00 | 0.00 | |
| 28 ธ.ค. 60 | อบรมให้ความรู้เรื่องโรคฉี่หนู | 0 | 1,400.00 | ✔ | 1,400.00 | 0.00 | |
| รวมทั้งสิ้น | 0 | 12,700.00 | 2 | 12,700.00 | 0.00 | ||
- จัดทำแผนงานโครงการขออนุมัติงบประมาณดำเนินการ
- ประสานงานผู้เกี่ยวข้อง
- จัดประชุมชี้แจงการดำเนินงานแก่เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง
- จัดตั้งศูนย์การเฝ้าระวังควบคุมและป้องกันโรคเลปโตสไปโรซีสในระดับตำบล/รพ.สต.
- รณรงค์ประชาสัมพันธ์โดยรถประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการควบคุมและป้องกันโรคเลปโตสไปโรซีส (Leptospirosis)หรือโรคฉี่หนู
- รณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชนในเขตพื้นที่รับผิดชอบแบบเคาะประตูบ้านเกี่ยวกับเรื่องการป้องกันตนเองจากโรคเลปโตสไปโรซีส (Leptospirosis) หรือโรคฉี่หนูและการปรับปรุงสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมในชุมชนทุกหลังคาเรือน
- ติดตามประเมินผลการดำเนินงาน
- รายงานผลการปฏิบัติงานเมื่อเสร็จสิ้นโครงการ
- ประชาชนมีความรู้เรื่องโรคเลปโตสไปโรซีสและสามารถป้องกันตนเองจากโรคเลปโตสไปโรซีส (Leptospirosis) หรือโรคฉี่หนู และกำจัดพาหะนำโรคได้ด้วยตัวเอง
- สามารถลดอัตราการป่วยและเสียชีวิต จากโรคเลปโตสไปโรซีสในเขตพื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านในปง.
โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2560 09:21 น.